สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือเผยแพร่แถลงการณ์ของกองทัพเกี่ยวกับการเตรียมสร้างกำแพงกั้นเขตแดนแยกจากเกาหลีใต้อย่างสิ้นเชิง ด้วยปัจจัยความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับรัสเซีย ทำให้เกาหลีเหนือขยับความเป็นปรปักษ์กับเกาหลีใต้มากขึ้น
วันที่ 10 ตุลาคม 2024 นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า กองทัพเกาหลีเหนือประกาศจะเริ่มสร้างกำแพงเพื่อปิดผนึกชายแดนกับเกาหลีใต้ โดยจะตัดถนนและเส้นทางรถไฟที่เชื่อมเกาหลีใต้ออกไปให้หมดอย่างสิ้นเชิง และสร้างปราการกั้นเขตแดนด้วยโครงสร้างรั้วอันแข็งแกร่ง นับเป็นความเคลื่อนไหวที่ถอยห่างจากการรวมชาติขึ้นไปอีกขั้น

สำนักข่าวกลางของเกาหลีเหนือ (KCNA) ระบุว่า กองทัพประชาชนเกาหลีจะใช้มาตรการทางทหารครั้งสำคัญ เพื่อแยกเขตแดนเกาหลีเหนือและเขตแดนเกาหลีใต้ออกจากกันอย่างเด็ดขาด โดยกองทัพเกาหลีเหนือได้ โทร.แจ้งกองกำลังทหารอเมริกันเมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ 9 ตุลาคม เกี่ยวกับโครงการสร้างความแข็งแกร่งบริเวณชายแดน และเพื่อป้องกันอุบัติเหตุการปะทะตามแนวชายแดนใด ๆ
ก่อนหน้านี้ ฝ่ายกองทัพเกาหลีใต้สังเกตเห็นกองทัพเกาหลีเหนือกำลังสร้างสิ่งก่อสร้างที่คล้ายกำแพงตามเส้นเขตแดนทางทหารระหว่างสองชาติ หรือ Military Demarcation Line (MDL) ทำให้การออกมาประกาศสร้างโปรเจ็กต์กำแพงเขตแดนของเกาหลีเหนือข้างต้นดูเหมือนว่าคือการออกมายอมรับอย่างเป็นทางการ
KCNA รายงานยืนยันว่า อันตรายจากความไม่แน่นอนของสงครามกำลังยกระดับอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เนื่องจากความเคลื่อนไหวหลายอย่างจากทางฝั่งสหรัฐและเกาหลีใต้ โดยฝ่ายเกาหลีเหนืออ้างถึงการซ้อมรบทำสงครามเพื่อการรุกรานที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน จัดขึ้นในเกาหลีใต้ทุกวัน ในบริเวณใกล้ชายแดน และการคงอยู่ของทรัพยากรทางนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐในเกาหลีใต้อีกด้วย
ดูเหมือนว่าทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน ทำให้เกิดแผนโครงการกำแพงชายแดน
หลังจากการหารือเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐล่มลงเมื่อปี 2019 เกาหลีเหนือหันไปเสริมกำลังทางทหารเพื่อคุ้มครองระบอบคิม จองอึน รัฐบาลเกาหลีเหนือกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีที่สามารถโจมตีเกาหลีใต้ในความพยายามที่จะไม่ให้สหรัฐและเกาหลีใต้โจมตีสังหารผู้นำสูงสุด

การรุกรานยูเครนของรัสเซียช่วยยุทธศาสตร์ทางทหารของเกาหลีเหนือ ด้วยการที่เกาหลีเหนือเดินหน้าส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับรัสเซียมากยิ่งขึ้น นับเป็นการช่วยทำลายความพยายามของนานาชาติในการปิดล้อมรัสเซีย นอกจากนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่มีรัสเซียเป็นสมาชิกถาวรล้มเหลวที่จะผ่านมติแซงก์ชั่นเพิ่มเติมต่อเกาหลีเหนือ ซึ่งเชิดชูการพัฒนาขีปนาวุธนิวเคลียร์อย่างเปิดเผย
นับเป็นการยากสำหรับคิมที่จะอ้างความชอบธรรมในการโจมตีเกาหลีใต้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่ก็หาทางรวมชาติให้ได้ ดังนั้น การวางตำแหน่งให้เป็นประเทศศัตรูที่แยกกัน จะทำให้ผู้นำเกาหลีเหนือสามารถประกาศได้ง่ายขึ้น ว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อป้องกันตนเอง หากสหรัฐและเกาหลีใต้วางแผนปฏิบัติการล้ม คิม จองอึน
การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในเกาหลีเหนืออาจมีบทบาทในการสร้างกำแพงเขตแดนเช่นกัน การพัฒนาของสื่อทำให้ชาวเกาหลีเหนือได้สัมผัสกับวัฒนธรรมต่างประเทศมากขึ้น ผู้สังเกตการณ์บางคนชี้ให้เห็นว่าการหลั่งไหลเข้ามาของสื่อเกาหลีใต้ เช่น เคพ็อปและซีรีส์เกาหลีทำให้คนรุ่นใหม่มีความผูกพันกับเกาหลีใต้มากขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็เพิ่มความไม่ไว้วางใจในรัฐบาลของตน
จากการสำรวจผู้แปรพักตร์กว่า 3,500 คนโดยกระทรวงการรวมชาติของเกาหลีใต้พบว่า สัดส่วนของผู้ที่สนใจภาพยนตร์ต่างประเทศเมื่อพวกเขาออกจากเกาหลีเหนือเพิ่มขึ้นในแต่ละปี โดยในผู้ที่แปรพักตร์ก่อนปี 2000 สัดส่วนผู้ที่สนใจภาพยนตร์ต่างประเทศอยู่ที่ 37.1% ของทั้งหมด แล้วสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นเป็น 73.1% ในหมู่ผู้แปรพักตร์ระหว่างปี 2016 ถึง 2020
ตามที่ KCNA รายงานว่า ในสัปดาห์นี้สมัชชาประชาชนสูงสุด (Supreme People’s Assembly) ซึ่งเป็นสภานิติบัญญัติของเกาหลีเหนือจัดประชุมหารือกันนั้น ผู้สังเกตการณ์คาดว่าสมาชิกรัฐสภาจะหารือกันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะกำหนดให้เกาหลีใต้เป็นศัตรูอย่างชัดเจน นายฮอง มิน นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันเกาหลีเพื่อการร่วมชาติคาดว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือจะโน้มน้าวประชาชนโดยการส่งสาร ว่าสหรัฐและเกาหลีใต้กำลังก่อวิกฤต ก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในท้ายที่สุด