Skip to content

ด่วน ! ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีไทย 19%

01 ส.ค. 2568 | 06:37น.
ด่วน ! ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีไทย 19%

‘ทรัมป์’ ประกาศแล้ว สหรัฐเรียกเก็บภาษีแบบต่างตอบโต้ไทย 19% จาก 36% เกาะกลุ่มประเทศในชาติอาเซียน “พิชัย” ชี้ช่วยให้ไทยแข่งขันในเวทีโลกได้ พร้อมช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ขณะที่โฆษกรัฐบาลบอกเป็นการปิดดีลแบบ Win-Win

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. เวลาท้องถิ่น โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารใช้อำนาจภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act : IEEPA) ในการกำหนดภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ทั่วโลก (Reciprocal Tariffs) กับไทยอัตรา 19% จากเดิม 36% จะมีผลในอีก 7 วันหลังจากวันลงนามคำสั่ง นับว่าเลื่อนจากเดิมที่กำหนดมีผล 1 ส.ค.

ไทยถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐกดดันโดยตรง ซึ่งเตือนว่าสหรัฐอาจไม่ทำข้อตกลงการค้ากับทั้งไทยและกัมพูชา หากทั้งสองประเทศยังคงสู้รบกันอยู่ จึงนำมาสู่การพยายามเจรจากันมากขึ้นจนสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่ประเทศมาเลเซียในวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา

ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐปี 2024 มูลค่าราว 46,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท)

ทำเนียบขาวไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงนี้ในประกาศดังกล่าว คาดว่าทีมเจรจาของไทยจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม

อัตราภาษีชาติอาเซียน

อัตราภาษีแบบต่างตอบโต้อาเซียน 10 ประเทศ ซึ่งบรรลุข้อตกลงการค้ากับรัฐบาลทรัมป์แล้ว ได้แก่ :

เวียดนาม 20%

บรูไน 25%

อินโดนีเซีย 19%

ฟิลิปปินส์ 19%

ไทย 19%

กัมพูชา 19%

มาเลเซีย 19%

สิงคโปร์ 10% (ภาษีอัตราฐาน)

ลาว 40%

เมียนมา 40%

 

อัตราภาษีสวมสิทธิ์หรือทางผ่าน :

เวียดนาม 40%

ไทย 40 %

อินโดนีเซีย 19% บวกเพิ่มภาษีต่างตอบโต้ของประเทศนั้น ๆ

ทั้งนี้ ภาษีสวมสิทธิ์ หรือภาษีทางผ่าน (Transshipment) คือภาษีที่สหรัฐเรียกเก็บจากสินค้าที่สหรัฐสงสัยว่ามีการ ‘สวมสิทธิ์’ หรือเปลี่ยนแปลงแหล่งกำเนิดสินค้า จากประเทศหนึ่งมายังประเทศผู้ส่งออก ก่อนส่งออกไปยังสหรัฐอีกที เพื่อประโยชน์ด้านภาษี

คลังชี้ช่วยให้ไทยแข่งขันเวทีโลกได้

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ถึงกรณีที่สหรัฐประกาศเก็บภาษีแบบต่างตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับไทยอัตรา 19% จากเดิม 36% โดยมีผล 1 สิงหาคมนี้

นายพิชัยระบุว่า การประกาศ Tariff Rate ที่ 19% สะท้อนถึงมิตรภาพและความเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นระหว่างไทย-สหรัฐ ช่วยให้ไทยยังคงแข่งขันได้ในเวทีโลก สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และเปิดประตูสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ รายได้ และโอกาสใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทย

การทำงานยังไม่สิ้นสุด รัฐบาลตระหนักถึงผลกระทบต่อผู้ประกอบการและพี่น้องเกษตรกร จึงได้จัดเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน ทั้งงบประมาณ Soft Loan เงินอุดหนุน มาตรการภาษี และการปฏิรูปกฎระเบียบที่จำเป็น เพื่อยกระดับให้ไทยสามารถปรับตัวและก้าวสู่โลกเศรษฐกิจในอนาคตได้อย่างมั่นใจ

ผลการเจรจาครั้งนี้เป็นสัญญาณให้ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัว เดินหน้าสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคง แข็งแกร่ง และพร้อมรับมือกับความท้าทายของโลกในอนาคต

ขอบคุณทีมไทยแลนด์สำหรับความทุ่มเทและความพยายามอย่างเต็มที่ในสถานการณ์ที่ยากจะควบคุม แต่เรายังมีภารกิจอีกมากที่ต้องสู้ต่อไป เพื่อประเทศไทยของพวกเราทุกคน

รัฐบาลไทยชี้สหรัฐปิดดีลเก็บภาษีนำเข้าไทย 19% เท่าประเทศในภูมิภาค ช่วยรักษาการแข่งขัน-รักษาฐานการส่งออก และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจประเทศ

โฆษกรัฐบาลชี้ Win-Win

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไทย สามารถเจรจาและบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับอัตราภาษีนำเข้าต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) กับสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ

โดยขณะนี้รัฐบาลสหรัฐได้ประกาศแล้วว่าจะเรียกเก็บอัตราภาษีนำเข้าจากสินค้าของไทยในอัตรา 19% ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป

นายจิรายุกล่าวว่า อัตราภาษีดังกล่าวที่ต่ำกว่าอัตราเดิม 36% และเกาะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศในภูมิภาค อาทิ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น สามารถรักษาการแข่งขันได้ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งได้เจรจากับสหรัฐสำเร็จแล้วก่อนหน้านี้

“การปิดดีลครั้งนี้ของรัฐบาลไทยในระดับภาษีนำเข้าไว้ที่ 19% ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญของทีมไทยแลนด์ ในแนวทาง Win-Win เพื่อรักษาฐานการส่งออกและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยในเวทีการค้าโลก ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ” นายจิรายุกล่าว