ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ คงฟอร์มเดิมไม่เคยแผ่ว เมื่อถูกถามถึงโอกาสคว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปีนี้ ก่อนวันประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 10 ต.ค. เจ้าตัวไม่รอช้า ยกผลงานตัวเองมาชูให้ดูเป็นฉาก ๆ
“ผมรู้อย่างหนึ่งนะ ไม่มีใครในประวัติศาสตร์ที่สามารถแก้สงครามได้ถึง 8 ครั้งภายในเวลาแค่ 9 เดือน และผมหยุดมันได้ทั้ง 8 ครั้ง มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ทรัมป์กล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจสุดขีด ระหว่างการพบกับประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ สตูบ แห่งฟินแลนด์ ณ ทำเนียบขาว
ก่อนจะต่อด้วยท่าทีที่เหมือนจะถ่อมตัว “คณะกรรมการโนเบลก็ทำหน้าที่ของพวกเขาไป ผมโอเคหมดนะ ไม่ว่าผลจะออกมายังไง แต่ที่แน่ ๆ ผมไม่ได้ทำเพราะอยากได้รางวัล ผมทำเพราะช่วยชีวิตคนไว้เยอะมากต่างหาก”
สำนักข่าว The Hill รายงานว่า ปีนี้มีผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสันติภาพถึง 338 ราย โดยจะประกาศผลในวันศุกร์นี้ ซึ่งก็เป็นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ทรัมป์ประกาศว่ารัฐบาลของเขาช่วยเป็นคนกลางในการเจรจาข้อตกลงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ที่นำไปสู่การปล่อยตัวประกันและยุติการสู้รบในฉนวนกาซา
แน่นอนว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์พูดถึงรางวัลนี้มาก่อนหลายครั้ง โดยเฉพาะตอนที่รางวัลโนเบลสันติภาพปี 2009 ตกเป็นของอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา ซึ่งทรัมป์เคยเหน็บแรงว่า “เขาได้เพราะพูดดี ไม่ใช่เพราะทำจริง”
สำหรับปีนี้ ทรัมป์ย้ำว่า ถ้าเขาไม่ได้โนเบลอีก “มันคงเป็นการดูหมิ่นสหรัฐอย่างแรง”
เจ้าตัวยังอ้างผลงานยิ่งใหญ่ที่โลกอาจลืมไปบ้าง เช่น “หยุดความขัดแย้งระหว่างอินเดีย-ปากีสถาน ไทย-กัมพูชา และอาร์เมเนีย-อาเซอร์ไบจาน” โดยบอกว่านี่คือหลักฐานของความเป็น “นักสร้างสันติภาพตัวจริง”
ส่วนฝั่งผู้นำฟินแลนด์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างอเล็กซานเดอร์ สตูบ พอถูกถามว่า “ทรัมป์ควรได้รางวัลโนเบลไหม?” ก็ยิ้มแห้ง ๆ แล้วตอบแบบนักการทูตมืออาชีพว่า
“เรื่องนั้น…คงต้องให้คณะกรรมการโนเบลเป็นคนตัดสินครับ”