เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

ส่องนโยบาย ‘คลัง’ จีน 2026 กระตุ้น ‘บริโภค-ตลาด’ ในประเทศ

03 ม.ค. 2569 | 12:30น.
China’s private rocket company Landspace factory in Huzhou, Zhejiang province
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

เป็นที่ทราบกันดีว่าที่ผ่านมาตลอดหลายสิบปีของเศรษฐกิจที่บูมอย่างมาก ด้วยอัตราการเติบโตของจีดีพีในระดับเลขสองหลักต่อเนื่องหลายปีของจีนนั้น เกิดจากการ “ส่งออก” สินค้าราคาได้เปรียบไปตีตลาดทั่วโลก จนกอบโกยเงินมหาศาล เกินดุลการค้านับล้านล้านดอลลาร์ และเป็นเพียงชาติเดียวในโลกที่ “เกินดุล” การค้ากับทุกประเทศ

แต่เมื่อเศรษฐกิจจีนเริ่มเติบโตน้อยลง จากปัญหาทั้งภายนอกและในประเทศ โดยเฉพาะการถูกเล่นงานจากสหรัฐอเมริกาด้วยมาตรการภาษีศุลกากรเพื่อลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐ ที่ขาดดุลการค้ากับจีนสูงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็เกิดวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ครั้งใหญ่ภายในจีนเอง ทำให้ส่งออกได้น้อยลงและการบริโภคในประเทศก็ลดลง แต่ปริมาณการผลิตสินค้ากลับไม่ได้ลดลงตามสัดส่วน

ผลก็คือจีนถูกสังคมระหว่างประเทศกล่าวหาว่า “จงใจ” ผลิตสินค้าล้นเกินเพื่อหวังจะทุ่มตลาดโลกด้วยสินค้าราคาถูก และ “กำจัด” คู่แข่งรายอื่นออกไปเพื่อครองโลก

พร้อมกันนั้น นักเศรษฐศาสตร์จากซีกตะวันตกยังตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่า ในเมื่อจีนมีขนาดตลาดและเศรษฐกิจที่ใหญ่อันดับสองของโลกและเกือบจะแซงอเมริกาอยู่แล้ว แต่ทำไมจีนยังไม่ยอมเปลี่ยน “โครงสร้างเศรษฐกิจ” ด้วยการหันมาส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศและขยายตลาดในประเทศเพื่อทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่าง “ยั่งยืน” แทนการพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งต่างจากสหรัฐอเมริกาที่สัดส่วนของเศรษฐกิจ 70% มาจากการบริโภคภายในประเทศ

เมื่อเสียงวิจารณ์นี้เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ดูเหมือนจีนจะเริ่มพูดถึงการ “บริโภค” ภายในประเทศ การเน้นตลาดภายในประเทศ ซึ่งก็ทำให้การบริโภคภายในประเทศขยับขึ้นมามีสัดส่วนในจีดีพีเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังถือว่าต่ำ เพราะยังอยู่ที่ประมาณ 40% ของจีดีพี

อย่างไรก็ตาม จีนได้พยายามบอกกล่าวแก่ประชาคมโลกว่า ให้ความสำคัญที่จะเพิ่มการบริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันที่ 27-28 ธันวาคมที่ผ่านมา “หลาน โฟอัน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจีน กล่าวในที่ประชุมระดับชาติเพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่งด้านการคลังสำหรับสนับสนุนให้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี (2026-2030) ฉบับที่ 15 ของจีน ประสบความสำเร็จ โดยหัวใจหลักของแผนการคลังก็คือ จะมีรูปแบบ “เชิงรุก” มากกว่าเดิม

รัฐมนตรีคลังระบุว่า ในปี 2026 จีนจะยังคงใช้นโยบายการคลังเชิงรุกต่อไป โดยที่จะมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น เพื่อทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและขยายตัวในอัตราสมเหตุสมผล

พร้อมกับเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับ “มุ่งเน้น” ไปที่การขยายความต้องการหรือดีมานด์ภายในประเทศ อัพเกรดโครงสร้างเศรษฐกิจ เพิ่มความแข็งแกร่งของตัว “ขับเคลื่อน” เศรษฐกิจ ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพการจ้างงาน เศรษฐกิจและตลาด พร้อมกันนั้นการปฏิรูปต่าง ๆ ก็ต้องเดินหน้าต่อไป

“เราจะขยายขนาดของการใช้จ่ายด้านการคลัง เพื่อให้แน่ใจว่ามีเงินสนับสนุนเพียงพอสำหรับการใช้จ่ายที่จำเป็น โดยจะใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นเครื่องมือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ นอกจากนี้จะปรับปรุงประสิทธิภาพการโอนเงินให้กับรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อให้รัฐบาลท้องถิ่นมีแหล่งเงินที่ยืดหยุ่นและพร้อมนำไปใช้ได้

รัฐมนตรีคลังจีนบอกว่า ภารกิจสำคัญด้านการคลังในปี 2026 ยังรวมถึงการทำให้ตลาดภายในประเทศเป็น “เครื่องยนต์หลัก” ของเศรษฐกิจ พร้อมกันนั้นจะต้องมีการหลอมรวมนวัตกรรมเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัว “ขับเคลื่อน” เศรษฐกิจใหม่ ๆ

เขากล่าวด้วยว่า ระบบการคลังของจีนปี 2025 ประสบความสำเร็จใหม่ ๆ หลายอย่าง ช่วยให้เป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมมีความคืบหน้า ตัวอย่างเช่น กระทรวงการคลังรักษาการใช้จ่ายให้มีความคึกคัก เพิ่มการสนับสนุนเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ ของชาติ ปลดล็อกศักยภาพการบริโภคทั้งด้านดีมานด์และซัพพลาย

การพัฒนาคุณภาพสูงในห่วงโซ่อุตสาหกรรมหลักจะได้รับการผลักดันต่อไป โครงการนำร่องรอบใหม่จะเริ่มดำเนินการในเมืองต่าง ๆ ที่เลือกสรรไว้สำหรับการอัพเกรดเทคโนโลยีในภาคการผลิต ทั้งนี้ ก็เพื่อเร่งขยายระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่

จู หยู หุ้นส่วนสำคัญของ Pan-China Certified Public Accountants ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการด้านบัญชีขนาดใหญ่ในจีน ชี้ว่านโยบายการคลังที่เน้นเชิงรุกมากขึ้น หากปฏิบัติด้วยความแม่นยำและมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มความแน่นอนมากขึ้นให้กับภาคธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนโฉมและอัพเกรดตัวเอง นอกจากนั้นก็จะนำผลประโยชน์ที่จับต้องได้ไปสู่ครัวเรือน อีกทั้งจะเพิ่มความยั่งยืนทางการเงินให้กับรัฐบาลท้องถิ่น

“ทั้งหมดนี้จะทำให้เกิดวงจรความดีที่แข็งแกร่งมากขึ้น แรงหนุนส่งของตลาดจะฟื้นตัวยั่งยืน การจ้างงานและรายได้จะดีขึ้น ความต้องการภายในประเทศแข็งแกร่งขึ้น วางพื้นฐานแข็งแกร่งระยะยาวให้กับเศรษฐกิจ”

เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังจากมณฑลเสฉวน ซึ่งเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวเผยว่า มาตรการคลังที่ออกมาเป็นชุดได้ช่วยลดภาระของมณฑล การสนับสนุนการคลังที่มากขึ้นและสิ่งจูงใจที่ดีกว่าเดิมกระตุ้นให้การบริโภคของมณฑลฟื้นตัวอย่างยั่งยืนในปีที่แล้ว (2025) โดยจะเห็นว่า 11 เดือนแรกของปี ยอดขายค้าปลีกของมณฑลไปแตะระดับ 2.64 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 3.768 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) เติบโต 5.5% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศซึ่งเติบโตเพียง 1.5%

ส่วนในปี 2026 นี้ทางมณฑลจะยังเน้นขยายความต้องการภายในประเทศเป็นยุทธศาสตร์หลัก ใช้มาตรการเฉพาะเจาะจงเพื่อเพิ่มการบริโภค

รัฐบาลจีนตั้งเป้าหมายการเติบโตเศรษฐกิจปี 2026 ไว้ที่ประมาณ 5% ซึ่งหมายถึงว่าจำเป็นต้องรักษานโยบายการคลังและการเงินให้มีความผ่อนปรนเพื่อป้องกันภาวะเงินฝืด ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ประเมินครั้งล่าสุดว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวประมาณ 4.5% ในปี 2026 ปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณการครั้งก่อนหน้า 0.3% หลังจากจีนผ่อนคลายนโยบายการเงินและการคลังเพื่อส่งเสริมการบริโภค