องค์การอนามัยโลกเผชิญวิกฤตด้านงบประมาณ ส่งผลให้ต้องลดทีมผู้บริหารและตัดงบประมาณ หลังสหรัฐถอนตัว ซึ่งมีผลอย่างเป็นทางการ 22 มกราคม 2026
สหรัฐอเมริกาจะถอนตัวออกจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) อย่างเป็นทางการในวันที่ 22 มกราคม 2026 ท่ามกลางคำเตือนว่า การตัดสินใจดังกล่าวจะส่งผลกระทบทั้งต่อระบบสาธารณสุขของสหรัฐเองและต่อสุขภาพของโลก อีกทั้งยังป็นการละเมิดกฎหมายของสหรัฐ ซึ่งกำหนดให้รัฐบาลต้องชำระค่าธรรมเนียมที่ค้างอยู่จำนวน 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.15 พันล้านบาท) ให้กับ WHO ด้วย
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แจ้งความประสงค์ว่า สหรัฐจะถอนตัวออกจาก WHO ตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ารับตำแหน่งในปี 2025 ด้วยการลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ภายใต้กฎหมายสหรัฐ ซึ่งรัฐบาลต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นเวลา 1 ปี และต้องชำระค่าธรรมเนียมค้างชำระทั้งหมดก่อนการถอนตัว
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า ความล้มเหลวของ WHO ในการควบคุม การบริหารจัดการและแบ่งปันข้อมูล สร้างความเสียหายต่อสหรัฐ โดยคิดเป็นมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ และประธานาธิบดีใช้อำนาจในการระงับการโอนเงิน การสนับสนุน หรือทรัพยากรใด ๆ จากรัฐบาลสหรัฐไปยัง WHO ในอนาคต
“ประชาชนอเมริกันจ่ายเงินให้กับองค์กรนี้มากเกินพอแล้ว ความเสียหายทางเศรษฐกิจของสหรัฐมากกว่าเงินที่จะใช้หักลบกลบหนี้กับเงินค้างชำระต่อ WHO” โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุผ่านอีเมล์
ตลอดปีที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขระดับโลกจำนวนมาก เรียกร้องให้สหรัฐทบทวนการตัดสินใจดังกล่าว รวมถึงเมื่อต้นเดือนมกราคมนี้ นายเท็ดรอส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ก็ยังหวังว่าสหรัฐจะพิจารณาเรื่องนี้ใหม่และกลับเข้าร่วม WHO อีกครั้ง เพราะการถอนตัวออกจาก WHO เป็นความสูญเสียของสหรัฐ และเป็นความสูญเสียของทั้งโลก
WHO ยังระบุด้วยว่า สหรัฐยังไม่ได้ชำระค่าธรรมเนียมที่ค้างอยู่สำหรับปี 2024 และ 2025 โดยประเทศสมาชิกมีกำหนดจะหารือกันถึงการถอนตัวของสหรัฐ และแนวทางการจัดการกับประเด็นนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารของ WHO ในเดือนกุมภาพันธ์
การถอนตัวออกจาก WHO ของสหรัฐ จุดชนวนให้เกิดวิกฤตด้านงบประมาณ ส่งผลให้องค์กรต้องลดทีมผู้บริหารลงครึ่งหนึ่ง และปรับลดขอบเขตการดำเนินงาน พร้อมทั้งตัดงบประมาณในทุกส่วนของหน่วยงาน โดยตามปกติแล้ว สหรัฐถือเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ที่สุดของ WHO มายาวนาน โดยคิดเป็นประมาณ 18% ของงบประมาณทั้งหมด นอกจากนี้ WHO ยังเตรียมลดจำนวนบุคลากรราว 1 ใน 4 ภายในช่วงกลางปีนี้อีกด้วย
ที่มา : มติชน