“แบงก์ชาติจีน” อัดฉีดเงินเสริมสภาพคล่องธนาคารพาณิชย์

“แบงก์ชาติจีน” อัดฉีดเงินเสริมสภาพคล่องธนาคารพาณิชย์

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานวันนี้ (15 พ.ย. 62) ว่า ธนาคารกลางจีนอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงินผ่านการดำเนินการปล่อยเงินกู้ระยะกลางแก่ “ธนาคารพาณิชย์” เพื่อสร้างสภาพคล่อง (Medium Lending Facility: MLF) โดยแบงก์ชาติจีนได้ประกาศอัดฉีดเงินกู้ระยะเวลา 1 ปีให้กับธนาคารพาณิชย์เป็นจำนวณเงิน 200,000 ล้านหยวน (29,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในอัตราดอกเบี้ย 3.25%

ทั้งนี้ ได้เปิดเผยในแถลงการณ์อีกว่า การอัดฉีดเม็ดเงินครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสภาพคล่องแก่ธนาคารพาณิชย์ให้เพียงพอสำหรับช่วงเวลาที่ต้องจ่ายภาษี อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางยืนยันว่าสภาพคล่องในระบบธนาคารยังอยู่ในระดับ “ปกติ”

ด้านนักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินการของธนาคารกลางจีนบ่งบอกว่า แบงก์ชาติอาจยังไม่ตัดสินใจที่จะดำเนินการกระตุ้นทางการเงินครั้งใหญ่เร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม การอัดฉีดเม็ดเงินของแบงค์ชาติในจำนวนที่ไม่สูงนัก แม้ว่าเศรษฐกิจจีนได้ชะลอตัวไปอีกครั้งเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า ธนาคารกลางมีความยับยั้งต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน

เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา แบงก์ชาติจีนเพิ่งประกาศลดอัตราดอกเบี้ยการดำเนินการปล่อยเงินกู้ระยะกลางแก่ธนาคารพาณิชย์เพื่อเสริมสภาพคล่อง จากอัตราเดิมที่ 3.3% สู่ระดับ 3.25% นับว่าเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2016 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะการชะลอตัว

นอกจากนี้ ในวันเดียวธนาคารกลางจีนมีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบอีกจำนวน 40,000 ล้านหยวน จึงทำให้แผนการเสริมสภาพคล่องครั้งนี้ ใช้เม็ดเงินไปทั้งหมด 240,000 ล้านหยวน ขณะที่การปรับลดอัตราเงินสดสำรองซึ่งแบงก์ชาติจีนประกาศไปเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา จะมีผลบังคับใช้เพิ่มเติมในวันนี้ (15 พ.ย. 62)

ทางด้าน Peiqian Liu นักเศรษฐศาสตร์จาก NatWest สาขาสิงค์โปร์ มองว่า มาตรการลดอัตราเงินสดสำรอง อาจเสริมสภาพคล่องไม่เพียงพอสำหรับการชำระภาษีของธนาคารพาณิชย์ ดังนั้น แบงก์ชาติจีนจำเป็นต้องดำเนินการเสริมสภาพคล่องในรูปแบบอื่นเพิ่มเติม

 


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ