เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เนียน นุ่ม แรง หรู
“แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
Business “แมคโดนัลด์” เปิดธุรกิจโฆษณา ต่อยอด 1.4 หมื่นสาขาสู่ช่องทางสื่อ
ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
Politics ยศชนัน งัดเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับมือวิกฤตน้ำเหนือ เล็งปรับโครงสร้างชุมชน
เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Finance เดิมพันใหม่ธุรกิจประกันไทยนายกสมาคมเปิดใจรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
Real Estate ปิดฉากนิมิบุตร-ศุภชลาศัย คืนที่ดินจุฬาปั้น ‘คลองหก’
ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
Biz Movement ถอดสูตร 4 ซีอีโอแบรนด์ดังใน HOW Club: เปิดกลยุทธ์ปั้นธุรกิจร้อยล้าน-พันล้าน
จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
Finance จับเทรนด์ ‘หุ้น-ทอง-ตราสารหนี้’ ลงทุนโค้งท้ายปี-ฝ่ามรสุมบอนด์ยีลด์พุ่ง
เปิดอำนาจ วอร์รูมแก้น้ำท่วม วัดฝีมือ 2 ผู้นำ อนุทิน – ชัชชาติ  
Politics เปิดอำนาจ วอร์รูมแก้น้ำท่วม วัดฝีมือ 2 ผู้นำ อนุทิน – ชัชชาติ  
อุตุฯ เตือน ‘ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง’ ถล่มไทยตอนบน ชี้เตือนรอบใหม่ 4-7 ต.ค. เสี่ยงฝนหนักระลอกสอง
News อุตุฯ เตือน ‘ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง’ ถล่มไทยตอนบน ชี้เตือนรอบใหม่ 4-7 ต.ค. เสี่ยงฝนหนักระลอกสอง
ปมแก้กฎหมาย Thai PBS เปลี่ยน “ภาษีบาป” สู่งบรัฐ แต่ละฝ่ายว่าอย่างไร
Politics ปมแก้กฎหมาย Thai PBS เปลี่ยน “ภาษีบาป” สู่งบรัฐ แต่ละฝ่ายว่าอย่างไร
ดูทั้งหมด

ศรีลังกาเข้าสู่ภาวะ ‘กลียุค’ เสี่ยงล้มละลาย ‘เบี้ยวหนี้’ นานาชาติ

15 เม.ย. 2565 | 14:06น.
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

สถานการณ์โดยรวมในศรีลังกา ที่เผชิญภาวะ “หนี้ท่วมหัว” อยู่ในเวลานี้ ทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว จนบรรดานักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์พากันกังวลว่า อาจนำไปสู่ภาวะ “disorderly default” ที่หมายถึงการพักชำระหนี้ชนิดโกลาหล ซึ่งสามารถสร้างความปั่นป่วนขึ้นกับระบบการเงินระหว่างประเทศได้ไม่ยาก

ศรีลังกาสะสมหนี้มหาศาลเอาไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ที่ยาวนานต่อเนื่อง และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แหล่งรายได้เงินตราต่างประเทศสำคัญ อย่างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหดหายไปแทบไม่เหลือหลอ

รัฐบาลต้องควักกระเป๋า นำเงินทุนสำรองออกไปใช้เพื่อการชำระหนี้และดอกเบี้ย จนเหลือไม่เพียงพอต่อการนำเข้าสินค้าอาหาร สินค้าทุน และพลังงานเข้ามาใช้ในประเทศ

ผลก็คืออาหารและพลังงานในประเทศไม่เพียงราคาพุ่งพรวด ยังเกิดขาดแคลน เช่นเดียวกันกับการผลิตที่ชะงักงันเพราะขาดวัตถุดิบ

ทั้งหมดนั่นเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะ “เงินเฟ้อสูง” ทำสถิติ ส่งผลให้ชาวศรีลังกาเรือนหมื่นเรือนแสนออกมาเดินขบวนประท้วง ขับไล่รัฐบาล เพราะเศรษฐกิจดิ่งลงหนักที่สุดนับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 1948 เป็นต้นมา

ข้อมูลจากธนาคารกลางศรีลังกาแสดงให้เห็นว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศในเดือนมีนาคม 2022 ลดลงอย่างฮวบฮาบถึง 16% หลงเหลือติดกระเป๋าอยู่เพียง 1,930 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

บรรดาบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั้งหลาย ไม่เพียงหั่นอันดับความน่าเชื่อถือของศรีลังกาลง ยังเตือนด้วยว่า “มีความเป็นไปได้สูงมากที่ศรีลังกาจะผิดนัดชำระหนี้มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์” ในขณะที่รัฐบาลจะหันไปหาเงินกู้เพิ่มเติมจากตลาดเงินระหว่างประเทศก็ลำบาก เพราะถูกหั่นความน่าเชื่อถือลงจนเป็นไปไม่ได้ที่จะกู้เพิ่ม

ตามข้อมูลของธนาคารกลางศรีลังกาที่ปรากฏในรายงานของรอยเตอร์สเมื่อไม่นานมานี้ดงให้เห็นว่า รัฐบาลศรีลังกามีทุนสำรองอยู่ในเวลานี้ไม่เกิน 2,000 ล้านดอลลาร์

ขณะที่เฉพาะในปีนี้มีหนี้สินที่มีกำหนดครบวาระต้องใช้คืนอยู่มากถึง 7,000 ล้านดอลลาร์ เฉพาะที่ครบกำหนดในเดือนกรกฎาคมนี้ก็มากถึง 1,000 ล้านดอลลาร์แล้ว

“ศันตะ เทวราชัน” อดีตนักเศรษฐศาสตร์ ประจำธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียใต้ชาวศรีลังกา ซึ่งเป็นหนึ่งในนักวิชาการที่รัฐบาลเชิญเข้ามารับหน้าที่คณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อแก้วิกฤตชาติหนนี้ ยอมรับว่า สถานการณ์ของศรีลังกากำลังอยู่ในภาวะอันตรายอย่างยิ่ง

เสี่ยงต่อการเกิดการพักชำระหนี้แบบปั่นป่วนสับสน ซึ่งจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายหนักมากขึ้นไปอีก

ศรีลังกาควรทำอย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้ แน่นอนว่าคำตอบที่ได้ก็คือการประกาศใช้มาตรการ “ยาขม” ทั้งหลายที่บรรดาประเทศซึ่งเกิดวิกฤตด้านการเงินการคลังต้องพานพบมา

ศรีลังกาต้องยกเลิกการใช้เงินอุดหนุนราคาอาหาร, ไฟฟ้า และพลังงาน ควบคู่ไปกับการขึ้นภาษี ตัดทอนงบประมาณรายจ่าย และปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจ

ศันตะ เทวราชัน ยอมรับว่า การประกาศมาตรการที่ว่านั้น ในท่ามกลางสถานการณ์ “กราดเกรี้ยว” ของประชาชนและพรรคการเมืองฝ่ายค้านที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยกคณะลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการบริหารเศรษฐกิจผิดพลาดเช่นนี้ ยากลำบากสาหัสนัก

หากคิดจะทำนอกจากต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวังสุดขีดแล้ว ยังจำเป็นต้องทำให้แน่ใจว่า คนยากจนที่อยู่ในระดับล่างสุดของสังคมซึ่งมีราว 40% ของประชากรทั้งหมด ต้องได้รับความคุ้มครองจากผลกระทบของมาตรการเหล่านี้

รวมทั้งต้องหลีกเลี่ยงมาตรการใด ๆ ที่ในท้ายที่สุดแล้วจะเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อชนชั้นสูงของประเทศมากกว่า ตัวอย่างเช่น การใช้เงินอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น

สิ่งที่ “ศันตะ เทวราชัน” เสนอไว้ก็คือ โครงการในรูปแบบของการแจกเงินให้กับคนยากจน เพื่อให้แน่ใจว่า จะได้รับการคุ้มครองโดยตรงจากผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่มากก็น้อย

ในเวลาเดียวกันรัฐบาลต้องมีการรณรงค์นำเสนอข้อมูลข่าวสารต่อประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นให้ได้ว่า มาตรการเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตใหญ่โตกว่าที่เป็นอยู่เกิดขึ้นตามมา

แนวความคิดทำนองนี้ แสดงความคิดเห็นได้ไม่ยาก แต่ที่ลำบากสาหัสก็คือจะปฏิบัติให้เป็นจริงได้อย่างไรมากกว่า

เพราะภายใต้สถานการณ์ที่เป็นอยู่ จะหาใครรับฟังใครอย่างใคร่ครวญจริงจังยากเย็นอย่างยิ่ง

ยิ่งใช้มาตรการรัดเข็มขัดเข้มงวดมากเท่าใด ยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดการต่อต้านจากคนในสังคมมากเท่านั้น จนเป็นความเสี่ยงที่อาจชักนำสถานการณ์ในศรีลังกาเข้าสู่ภาวะกลียุคได้ไม่ยาก