Skip to content

เจาะ 3 ปม ทำไมปูตินสั่งยกเลิกบุกโรงงาน ฐานที่มั่นสุดท้ายยูเครนในมาริอูปอล

22 เม.ย. 2565 | 13:28น.
เจาะ 3 ปม ทำไมปูตินสั่งยกเลิกบุกโรงงาน ฐานที่มั่นสุดท้ายยูเครนในมาริอูปอล

แม้รัสเซียจะยึดเมืองมาริอูปอล ยุทธศาสตร์แห่งสำคัญในศึก รัสเซีย-ยูเครน ไว้ได้ แต่กลับเป็นที่สงสัยว่าเหตุใดประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย สั่งยกเลิกแผนเผด็จศึกนักรบฝ่ายยูเครนกลุ่มสุดท้ายที่เหลืออยู่ในโรงงานเหล็ก

วันที่ 22 เมษายน 2565 บีบีซีไทย รายงานบทวิเคราะห์ของ พอล อาดัมส์ ผู้สื่อข่าวด้านการทูตของบีบีซี เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2565 ว่าสาเหตุที่ปูตินสั่งยกเลิกแผนบุกโรงงานเหล็กอาซอฟสตัล ประการแรกมาจากกังวลเกี่ยวกับความคืบหน้าในการบุกภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครน

หากทุ่มเทการสู้รบในมาริอูปอลจะทำให้รัสเซียสูญเสียทรัพยากรที่สำคัญจำนวนมาก และเสียกำลังทหารที่จะต้องไปปฏิบัติภารกิจอื่น ๆ ในดอนบาส

รัสเซียเชื่อว่า ข้างในโรงงานอาซอฟสตัลที่มีอุโมงค์ใต้ดินขนาดใหญ่อยู่ภายใน มีทหารยูเครนและหน่วยรบสมทบมากกว่า 2,000 นาย

Photo by Mikhail Klimentyev / Sputnik / AFP

แค่ล้อมไว้ไม่ให้แมลงวันเล็ดลอด

การประชุมที่มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ นายปูตินกล่าวกับนายเซอร์เก ชอยกู รมว.กลาโหมรัสเซีย ว่าเพื่อไม่ให้ทหารรัสเซียต้องเสียเลือดเนื้อ “ผมคิดว่าการเสนอให้บุกเขตอุตสาหกรรมดังกล่าวนั้นไม่จำเป็นเลย ผมสั่งให้คุณยกเลิกแผนนี้”

“ไม่มีความจำเป็นต้องปีนลงไปในสุสานใต้ดินแล้วมุดใต้ดินของโครงข่ายอุตสาหกรรมแหล่งนี้ แค่ปิดล้อมไว้ไม่ให้แมลงวันแม้แต่ตัวเดียวเล็ดลอดออกมาได้ก็พอ”

ที่ตั้งของโรงงานเหล็กแห่งนี้แยกออกจากศูนย์กลางเมือง มีแม่น้ำคาลมีอุสกั้นอยู่ ทำให้ง่ายในการโดดเดี่ยวโรงงานแห่งนี้ จึงแค่อาศัยทหารจำนวนหนึ่งเฝ้าไว้

ไม่ต้องบดขยี้-เผื่อทางเลือกอื่น

ประการที่สอง การที่ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ประกาศว่า ถ้าผู้ปกป้องเมืองมาริอูปอลกลุ่มสุดท้ายนี้ถูกกวาดล้างสังหารจะไม่มีการเจรจาเกิดขึ้นอีก จึงเป็นไปได้ว่า ปูตินต้องการที่จะเดินหน้ากระบวนการทางการทูต หรืออย่างน้อยก็ทำให้เหลือทางเลือกไว้

ประการที่สาม อาจเป็นเหตุผลด้านเศรษฐกิจ เพราะอาซอฟสตัล เป็นโรงงานเหล็กที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป แม้ว่า หลังจากเผชิญกับการโจมตีอย่างหนักหน่วงมานานหลายสัปดาห์ รัฐบาลรัสเซียอาจจะหวังว่า การรักษาโรงงานนี้ไว้อาจจะมีคุณค่าบางอย่าง

REUTERS/Alexander Ermochenko

ใครคือนักรบชุดสุดท้ายในโรงงาน

อาซอฟสตัลมีพื้นที่ 10.36 ตารางกิโลเมตร เป็นปราการสุดท้ายในการต้านทานของยูเครนในเมืองมาริอูปอล โดยมีกองพลน้อยนาวิกโยธินที่ 36 ซ่อนตัวอยู่ในโรงงานนี้

เมื่อ 20 เม.ย. พันตรีแซร์ฮี โวลีนา ผู้บัญชาการกองพลน้อยนี้ กล่าวว่า ทหารของเขาจะไม่ยอมแพ้ แต่ขอให้ประชาคมโลกช่วยเหลือทหาร 500 นายที่บาดเจ็บ และผู้หญิงและเด็กอีกหลายร้อยคนที่เขาบอกว่า กำลังหลบซ่อนตัวอยู่กับทหารที่โรงงานเหล็กแห่งนี้

ทหารอีกหน่วยหนึ่งที่อยู่ในโรงงานเหล็กแห่งนี้คือ กองพลน้อยอาซอฟ ซึ่งตั้งชื่อตามทะเลอาซอฟ เชื่อมเมืองมาริอูปอลเข้ากับส่วนอื่น ๆ ของทะเลดำ

กองพลน้อยอะซอฟ เป็นกลุ่มติดอาวุธที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มชาตินิยมขวาจัด ซึ่งต่อมาได้เข้าร่วมกับกองกำลังรักษาดินแดนของยูเครน คาดว่า นักรบกลุ่มนี้ประมาณ 900 นาย เข้ามาสมทบกับหน่วยนาวิกโยธินเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ช่วงเช้าของ 21 เม.ย. กองพลน้อยอาซอฟโพสต์ข้อความทางเทเลแกรม (Telegram) ว่า ช่วงไม่กี่วันมานี้ กองกำลังสามารถทำลายรถถัง 3 คัน ยานต่อสู้ของทหารราบ 2 คัน และรถขนส่งกำลังพลหุ้มเกราะ 1 คันของศัตรูได้ ทั้งที่เผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างมาก

ถูกล้อม-เสบียงร่อยหรอ

ปัญหาของการยึดโรงงานเป็นฐานสู้ก็คือ เสบียงและกระสุนค่อย ๆ ร่อยหรอลง ถ้าฝ่ายรัสเซียปิดล้อมโรงงานแห่งนี้ได้ทั้งหมด เสบียงย่อมหมดในวันหนึ่ง แต่ถ้ารัสเซียต้องการใช้โอกาสนี้โยกย้ายกำลังพลบางส่วนออกไป ก็อาจจะเปิดโอกาสให้นักรบยูเครนหนีออกมาได้

นางอีรีนา เวเรชชุก รองนายกรัฐมนตรีของยูเครน เรียกร้องให้รัสเซียเปิดโอกาสให้พลเรือนที่มีรายงานว่า หลบซ่อนอยู่ข้างในออกมาจากโรงงานดังกล่าว โดยระบุว่า มีอยู่ราว 1,000 คน และทหารบาดเจ็บ 500 นาย

สำหรับสถานการณ์วันที่ 22 เม.ย. ประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวว่า การต่อสู้ต้านทานรัสเซียในมาริอูปอลยังดำเนินต่อไป และจะทำให้รัสเซียไม่ได้ฉลองอย่างที่ตั้งใจไว้

ด้านสื่อของสหรัฐเผยภาพถ่ายผ่านดาวเทียม Maxar Technologies ที่เผยจุดที่เจ้าหน้าที่ยูเครนกล่าวหารัสเซียฝังหมู่พลเรือนยูเครนราว 9,000 ราย ที่เมืองมานฮัช ใกล้กับเมืองมาริอูปอล เป็นหลุมฝังหมู่มากกว่า 200 หลุม

ภาพถ่ายผ่านดาวเทียมที่ระบุว่า พบจุดที่เป็นหลุมฝังหมู่นอกเมืองมาริอูปอล Photo : Maxar Technologies via AP

นายวาดีม บอยเชนโก นายกเทศมนตรีเมืองมาริอูปอล กล่าวหารัสเซียพยายามซ่อนอาชญากรรมทหารด้วยการลำเลียงร่างพลเรือนจากมาริอูปอลไปฝังที่เมืองมานฮัช เป็นพฤติกรรมเหมือนพวกนาซีที่เคยฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในยูเครนเกือบ 34,000 รายเมื่อปี 2484 (ค.ศ.1941)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัสเซีย-ยูเครน