มาริอูปอล ยุทธศาสตร์สำคัญในศึก รัสเซีย-ยูเครน ถูกฝ่ายรัสเซียยึดได้แล้ว เพื่อกรุยทางเข้าไปรบศึกใหญ่ที่ฝั่งตะวันออก แดนพิพาทของสงครามนี้
วันที่ 14 เมษายน 2565 สำนักข่าว รอยเตอร์ รายงานว่า สื่อของทางการรัสเซียเผยแพร่ภาพพร้อมแจ้งข่าว กองกำลังฝ่ายรัสเซียยึดเขตอุตสาหกรรม อาซอฟสตัล พื้นที่สำคัญของเมืองมาริอูปอล ภาคใต้ของยูเครน ซึ่งนาวิกโยธินยูเครนใช้เป็นฐาน พร้อมเปิดทางให้รัสเซียเข้ายึดเมือง และกรุยทางเข้าสู่เขตพิพาทฝั่งตะวันออกต่อไป

ภาพที่สื่อโทรทัศน์ของทางการรัสเซียเผยแพร่ เป็นนาทีที่ทหารยูเครนยอมจำนน และมีหลายนายบาดเจ็บ ประกอบรายงานข่าวของกระทรวงกลาโหมรัสเซียว่า มีเจ้าหน้าที่ราชการ 162 คน จากจำนวนทหาร 1,026 นายของกองพันทหารนาวิกโยธินที่ 36 ที่ยอมจำนนให้แก่กองทัพรัสเซีย และกองกำลังสนับสนุนรัสเซีย
กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุต่อมาว่า ท่าเรือการค้าของมาริอูปอลถูกรัสเซียควบคุมไว้ทั้งหมดแล้ว และทหารยูเครนถูกสกัดไม่ให้หนีไปไหนได้ แต่ฝ่ายกระทรวงกลาโหมยูเครน ให้ข่าวตอบโต้ว่า ไม่มีรายงานเรื่องการยอมจำนนใดๆ แม้ยอมรับว่ารัสเซียโจมตีเขตอาซอฟสตัล
นักข่าวรอยเตอร์ที่เดินทางไปกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนยูเครน ระบุว่าเห็นควันตลบจากพื้นที่อาซอฟสตัล หนึ่งวันหลังกองพันนาวิกฯ ที่ 36 เพิ่งให้ข่าวว่ากระสุนที่ใช้ต่อสู้หมดเกลี้ยงแล้ว
ส่วนนายรามศัย คาดีรอฟ ผู้นำนักรบเชเชนที่สนับสนุน ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน เรียกร้องให้ทหารยูเครนที่เหลืออยู่ในอาซอฟสตัลยอมจำนน เพราะได้รับรายงานว่า มี 200 นายที่บาดเจ็บ และไม่อาจได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์ได้ ทางที่ดีจึงควรยอมแพ้ หรือกลับบ้านไปหาครอบครัวได้แล้ว

ก่อนหน้านี้ นายวาดีม บอยเชนโก นายกเทศมนตรีเมืองมาริอูปอลเพิ่งให้ข่าวว่า สมรภูมิแห่งนี้มีพลเรือนเสียชีวิตราว 10,000-20,000 ราย
ส่วนนายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เพิ่งให้ข่าวว่าทหารยูเครนทำลายอาวุธรัสเซียไปได้มาก แต่อาวุธยุทโธปกรณ์ของยูเครนยังไม่เพียงพอ หากไม่ได้รถถัง เครื่องบินเจ็ต และระบบขีปนาวุธ ยุโรปจะเป็นเป้าหมายต่อไปของรัสเซีย

ต่อมา นายโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา แถลงเพิ่มเงินช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน อีก 800 ล้านดอลลาร์ หรือราว 26,400 ล้านบาท ที่รวมถึงอาวุธหนักมากมาย และทำให้งบที่สหรัฐให้ยูเครนสูงเกิน 2,500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1 แสนล้านบาทแล้ว ส่วนฝรั่งเศสและเยอรมนีรับปากจะส่งอาวุธเพิ่มให้เช่นกัน

ที่กรุงมอสโก นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย แถลงประณามการใช้คำพูดของประธานาธิบดีไบเดน ที่กล่าวหารัสเซีย ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยูเครน ว่ารับไม่ได้ โดยเฉพาะมาจากปากของผู้นำประเทศที่ไปก่ออาชญากรรมนี้เอง
ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมรัสเซีย แถลงเตือนว่าหากยูเครนยังโจมตีเข้ามาในพรมแดนรัสเซียอีก พื้นที่ต่างๆ ในยูเครน รวมถึงกรุงเคียฟ จะต้องถูกถล่มคืน