เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

เอฟ-35: เครื่องบินรบที่ไทยอยากได้ แต่การตัดสินใจอยู่ที่สหรัฐฯ

24 พ.ค. 2566 | 18:59น.

ย้อนกลับไปงานสิงคโปร์แอร์โชว์ หรืองานแสดงอากาศยานนานาชาติที่สิงคโปร์ ระหว่าง 15-18 ก.พ. 2565 ได้ต้อนรับบุคคลสำคัญในแวดวงการบินพลเรือนและทหารมากมายจากชาติในเอเชียและแปซิฟิก

หนึ่งในนั้นคือคณะของ พล.อ.อ. นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศของไทย ผู้ประกาศความประสงค์ที่จะจัดหาเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 มาทดแทนเครื่องบินขับไล่รุ่นเก่าของกองทัพอย่าง เอฟ-5 และ เอฟ-16

สื่อมวลชนไทยเผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.อ. นภาเดช เมื่อ 31 ธ.ค. 2564 ว่า ไทยควรรีบซื้อในขณะนี้ ในช่วงที่ราคาเครื่องบินลดลงจากเดิมที่ 142 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ลำ ลงมาเหลือ 82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ลำ

ไม่กี่วันหลังคำให้สัมภาษณ์ของ ผบ.ทอ. เมื่อต้นเดือน ม.ค. 2565 คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณ วงเงิน 13,800 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อเครื่องบินขับไล่จำนวน 4 ลำ ทว่าไม่ได้มีการระบุว่าจะเป็นเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 ของล็อกฮีด มาร์ติน หรือไม่

ทิม คาฮิล รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจของล็อกฮีด มาร์ติน บริษัทผู้ผลิตอากาศยานและยุทโธปกรณ์สัญชาติอเมริกัน กล่าวที่งานสิงคโปร์แอร์โชว์เมี่อ 16 ก.พ. 2565 ว่ารัฐบาลไทยได้ยื่นความประสงค์ในการขอซื้อเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 จริง ทว่า “ยังไม่มีอะไรเป็นทางการ” ในเวลานั้น

คาฮิล ชี้ว่า “อำนาจการตัดสินเรื่องนโยบายเป็นของรัฐบาลสหรัฐฯ” พร้อมเสริมว่า “ผมมองว่ามันมีโอกาสอยู่ แต่ผมไม่รู้จริง ๆ ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะตัดสินใจอย่างไร”

ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ แถลงว่าจะยังไม่มีการยืนยันหรือแสดงความคิดเห็นอะไรทั้งสิ้นจนกว่าเรื่องจะเข้าสู่รัฐสภา

ทว่า ล่าสุด วันที่ 23 พ.ค. 2566 สื่อมวลชนรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากกองทัพอากาศว่า สหรัฐฯ ตัดสินใจไม่ขายเครื่องบินขับไล่ F-35 ให้กับกองทัพอากาศไทย หลังจากที่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทูตสหรัฐอเมริกาเข้าพบ พล.อ.อ. อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เพื่อชี้แจงความคืบหน้า โครงการจัดซื้อ F-35A ของกองทัพอากาศ ที่ร้องขอไปยังสหรัฐอเมริกา

สำหรับสาเหตุเบื้องต้นที่สหรัฐฯ ยังไม่ขายให้และขอชะลอการซื้อขายไปก่อน เพราะต้องการให้กองทัพอากาศไทยมีความพร้อมในเรื่องอาคารสถานที่รักษาความปลอดภัย และสหรัฐฯ ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ รวมไปจนถึงเรื่องข้อมูลข่าวสารด้วย

อย่างไรก็ตาม กองทัพอากาศก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพียงแต่ต้องคืนงบ 369 ล้านบาท ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566

ขณะที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ไม่แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ หลังจากผู้สื่อข่าวจากทำเนียบรัฐบาลสอบถามในวันที่ 24 พ.ค. 2566

ย้อนอ่านเหตุผลใด ทำไม สหรัฐฯ จึงสงวนท่าที

เครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 เป็นหนึ่งในเครื่องบินรบที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก และนับจนถึงปัจจุบัน สหรัฐฯ ตัดสินใจขาย เอฟ-35 ให้กับกองทัพของประเทศที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดเท่านั้น

ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก มีเพียงแค่ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์เท่านั้น ที่ได้ครอบครอง เอฟ-35

เอียน สตอเรย์ นักวิจัยอาวุโส จากสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา (ISEAS) ในสิงคโปร์ กล่าวกับ เว็บไซต์เรดิโอฟรีเอเชีย (Radio Free Asia – rfa) องค์กรข่าวที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐสภาอเมริกัน ว่า แม้ไทยเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับคำขอซื้อของกองทัพ “แต่สหรัฐฯ ยังคงกังวลว่าเทคโนโลยีอ่อนไหวในเครื่องบินรบอาจถูกกองทัพไทยถ่ายโอนให้กับจีนได้”

ในรายงานของ rfa ริชาร์ด บิตซิงเกอร์ นักวิจัยอาวุโสด้านการปฏิรูปกองทัพ จากสถาบันการศึกษาการป้องกันและยุทธศาสตร์ (RSIS) ในสิงคโปร์ ยกตัวอย่างด้วยว่า ความกังวลในทำนองเดียวกันเคยทำให้สหรัฐฯ ตัดสินใจปฏิเสธคำของซื้อเครื่องบินรบ เอฟ-35 จากรัฐบาลตุรกีเช่นเดียวกัน เนื่องจากตุรกี “สนิทสนมกับรัสเซียมากเกินไป”

แถลงการณ์จากทำเนียบขาวในเวลานั้นระบุว่า “เอฟ-35 ไม่อาจอยู่ร่วมบนแพลตฟอร์มเดียวกับหน่วยสืบราชการลับของรัสเซียที่คอยจะเรียนรู้ความสามารถขั้นสูง [ของยุทโธปกรณ์] ได้”

บิตซิงเกอร์ชี้ว่า ที่ผ่านมากองทัพไทยได้จัดซื้อยุทโปกรณ์จำนวนมากจากจีน อาทิ เรือรบ เรือดำน้ำ รวมไปถึงรถถัง “ซึ่งไปเพิ่มความกังวลให้กับ [รัฐบาลสหรัฐฯ] ต่อประเด็นความอ่อนไหวทางเทคโนโลยีของ เอฟ-35”

“ผมไม่เชื่อว่าสหรัฐฯ จะเชื่อใจไทยขนาดนั้น” บิตซิงเกอร์ ชี้

F-35B Lightning II jet in flight

UK Ministry of Defence
เอฟ-35 บี

นักวิชาการไทยว่าอย่างไร

ศาสตราจารย์ ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ (ISIS) กล่าวกับบีบีซีไทยเมื่อเดือน ก.พ. 2565 ว่า รัฐบาล และรัฐสภาของสหรัฐฯ จะอนุมัติขายให้ไทยหรือไม่เป็นเรื่องที่พูดยาก ถ้าทางสหรัฐฯ นำเรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและความไม่เป็นประชาธิปไตยของไทยมาเกี่ยวข้อง ก็คงผ่านยาก แต่ที่แน่นอนคือ เอฟ-35 ไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ความมั่นคงไทย ถ้าไทยต้องการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่เพิ่มขึ้น น่าจะพิจารณาซื้อกริพเพน (Gripen) ของสวีเดนที่กำลังใช้อยู่ หรือถ้าจะเปลี่ยนเป็นแนวของสหรัฐฯ ก็ควรซื้อ เอฟ-15 ที่ถูกกว่ามากและน่าจะเหมาะกว่า หรือแม้กระทั่งเครื่องบินขับไล่ ราฟาล (Rafale) ของฝรั่งเศสก็น่าจะเหมาะกว่าสำหรับยุทธศาสตร์ไทย ดูตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคืออินโดนีเซียที่กำลังพิจารณา ระหว่าง เอฟ-15 กับ ราฟาล

“เอฟ-35 มีอะไรคล้ายกับการซื้อเรือดำน้ำ เป็นของแพง ดูโก้ เท่ แต่ไม่สมเหตุสมผลกับยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศไทย”

ศาสตราจารย์แห่งคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นว่า แนวคิดเรื่องภัยความมั่นคงของไทยต่างจากญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่ต่างมี เอฟ-35 ไว้ในครอบครอง เนื่องจากไทยมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน และไม่มีปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน เขาเห็นว่าภัยความมั่นคงใหญ่ของไทยคือความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศที่แบ่งเป็นฝักฝ่ายมากว่าสองทศวรรษ รวมทั้งเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และยาเสพติด


กลาโหมไทย ชี้ถึงความจำเป็น

พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 31 พ.ค. 2565 เรื่องงบการจัดหาเครื่องบิน F-35 หลังจากนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายตอนหนึ่งถึงงบประมาณกระทรวงกลาโหม ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า กองทัพอากาศมีภารกิจสำคัญในการรักษาอธิปไตยเหนือน่านฟ้าของไทย โดยเครื่องมือสำคัญ คือ เครื่องบินที่ส่วนใหญ่ขีดความสามารถถูกจำกัด เนื่องจากใช้งานมานาน บางเครื่องใช้มา 41 ปี เฉลี่ยที่มีอยู่ปฏิบัติภารกิจมาแล้ว 28 ปี จึงจำเป็นต้องทยอยปลดประจำการ เนื่องจากไม่สามารถหาชิ้นส่วนอะไหล่มาซ่อมบำรุงได้ หรือซ่อมบำรุงแล้วไม่คุ้มค่า มีแผนปลดประจำการระหว่างปี 2564-2574 หากไม่จัดหาทดแทน กองทัพอากาศจะมีเครื่องบินสกัดกั้นโจมตีไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจ

“การจัดหาเครื่องบินสกัดกั้นโจมตีนั้น ไม่ใช่ว่ามีความต้องการแล้วจะจัดหาได้เลย การดำเนินการต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปีเศษถึงจะได้เครื่องบินมา นอกจากนั้นต้องมีการฝึกกำลังพล ฝึกนักบิน ที่จะมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจอีก 1 ปี เพราะฉะนั้น กองทัพอากาศได้มีการวางแผนจัดหาเป็นระยะ ๆ ตามกรอบงบประมาณที่มีอยู่”

รมช. กลาโหม ชี้แจงด้วยว่า ข้ออ้างของ ส.ส. ที่กล่าวว่าใช้งบประมาณ 13,800 ล้านบาท แท้จริงแล้วใช้งบประมาณในภาพรวม 7,382 ล้านบาท โดยในปี 2566 ใช้ขั้นต้นคือ 738 ล้านบาทเท่านั้น

ตกในทะเลจีนใต้

ความกังวลของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อการรั่วไหลของเทคโนโลยีขั้นสูงใน เอฟ-35 ยังเห็นได้จากเหตุการณ์เครื่องบินตกเมื่อปลายเดือน ม.ค. 2565

เครื่องบินรบเอฟ-35 ซี ที่มีมูลค่าสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของกองทัพเรือสหรัฐฯ “เกิดอุบัติเหตุ” ระหว่างการบินขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส คาร์ล วินซัน (USS Carl Vinson) ก่อนตกลงไปในทะเลจีนใต้

ไม่เพียงแค่ เอฟ-35 ซี จะเป็นหนึ่งในเครื่องบินรุ่นใหม่ที่สุดของกองทัพเรือ แต่ยังเป็นเครื่องบินรบที่เต็มไปด้วยยุทโธปกรณ์ลับสุดยอดเช่นกัน

เมื่อแหล่งรวมเทคโนโลยีขั้นสูงตกลงไปกลางทะเลนานาชาติ ใครเก็บกู้ได้ก่อนก็ย่อมได้เทคโนโลยีในนั้นไปครอง

ขณะที่กองทัพเรือของสหรัฐฯ เลือกจะไม่เปิดเผยตำแหน่งที่ เอฟ-35 ซี จมลง หรือระยะเวลาคาดการณ์ในการกู้คืน ฝั่งโฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีนออกมาแถลงว่า “เราไม่ได้สนใจเครื่องบินรบของพวกเขา”

ทว่าผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ กล่าวว่ากองทัพจีนย่อม “กระตือรือร้นอย่างมาก” ในการครอบครองเครื่องบินรบลำนั้น

อะบี อัสเต็ม ที่ปรึกษาด้านการต่อต้านการรุกรานชี้ว่า “มันเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่สหรัฐฯ จะต้องกู้ซากกลับมาให้ได้” เธอยังเสริมด้วยว่า “เอฟ-35 ก็คือคอมพิวเตอร์บินได้ดี ๆ นี่เอง”

The US Navy variant of the F-35 Joint Strike Fighter, the F-35C

Getty Images
เครื่องบินรบเอฟ-35 ซี

ยูเออีซื้อฝรั่งเศสแทน หลังสหรัฐฯ กดดันเรื่องจีน

แม้ เอฟ-35 เต็มไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าล็อกฮีด มาร์ติน จะไม่มีคู่แข่งแต่อย่างใด อีกทั้งการกดดันหรือกีดกันทางการค้าจากรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จทุกครั้งไป

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ตัดสินใจชะลอแผนสั่งซื้อ เอฟ-35 จำนวน 50 ลำ ที่คิดเป็นมูลค่าถึง 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (7.38 แสนล้านบาท) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลเลือกจะสานสัมพันธ์ทางธุรกิจด้านเทคโนโลยี 5G กับบริษัทหัวเว่ยของจีนต่อไป

ก่อนหน้านี้ ในช่วง พ.ย. 2564 ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ได้ลงนามในกฎหมายที่ระบุว่าหัวเว่ยเป็นภัยด้านความมั่นคงต่อสหรัฐฯ

ในจดหมายที่ส่งถึงกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ยูเออี ระบุว่าขอถอนคำสั่งซื้อเครื่องบินรบ เอฟ-35 จำนวน 50 ลำ และขอระงับการเจรจาอย่างไม่มีกำหนด ยูเออี จะหันไปสั่งซื่อเครื่องบินรบราฟาลจากฝรั่งเศสแทน

ความสัมพันธ์ระหว่างหัวเว่ยและยูเออี ขึ้นมาเด่นชันในช่วงเดือน ต.ค. 2562 เมื่อซารีม อัลบลูชี ประธานผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของหัวเว่ย แถลงความร่วมมือระหว่างหัวเว่ย กับบริษัทโทรคมนาคมของ ยูเออี ในการวางแผนพัฒนาเครือข่าย 5G

อย่างไรก็ดี ยูเออี ยังได้ประโยชน์ด้านการค้าน้ำมันจากจีนเช่นเดียวกัน ข้อมูลจาก IHS Markit และฐานข้อมูลการค้าของสหประชาชาติพบว่า ยูเออี อยู่ในลำดับ 10 ของประเทศที่จีนน้ำเข้าน้ำมันระหว่างปี 2558-2562

ทว่าหากมองในมิติของภูมิภาค จะพบว่าประเทศทั้งหมดในคาบสมุทรอาหรับล้วนเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ให้กับจีนทั้งสิ้น

ในปี 2563 ผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของยูเออี มีมูลค่า 3.58 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในจำนวนนั้น เม็ดเงินราว 61,840 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาจากอุตสาหกรรมการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซ

ยูเออี ยังเป็นประเทศสมาชิกขององค์กรกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และนับเป็นประเทศชายฝั่งขนาดเล็กของอ่าวเปอร์เซียที่มีความมั่งคั่งสูง ข้อมูลจากธนาคารโลกพบว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวของ ยูเออี ในปี 2563 อยู่ 66,771 ดอลลาร์สากล (current international dollar) มากกว่าสหราชอาณาจักรที่อยู่ในระดับ 46,482 ดอลลาร์สากลเท่าน้ัน

ตามจดหมายที่ส่งถึงกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ข้อตกลงซื้อ เอฟ-35 ยังไม่ถูกปัดตกไปทั้งหมด แต่อยู่ในสภาวะที่เปราะบางอย่างมาก

ก่อนหน้านี้ จอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ออกมาชี้แจงว่าความร่วมมือของสหรัฐฯ และยูเออี ลึกซึ้งและซับซ้อนกว่าแค่การซื้อขายยุทโธปกรณ์ธรรมดา

ด้านตัวแทนจากกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ชี้ว่า “เราหวังว่าเราจะหาทางออกในปัญหาที่มีอยู่ร่วมกันได้”

ฉากหลังเป็นตึกระฟ้าสัญลักษณ์ของนครดูไบ ข้างหน้ามีผู้หญิงมุสลิมเดินผ่าน

Getty Images
นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ชาติในเอเชีย-แปซิฟิก มี เอฟ-35 มากแค่ไหน

เมื่อ 27 ต.ค. 2564 ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวในการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกว่า “เรามองเห็นอินโด-แปซิฟิกทั้งเปิดกว้าง เชื่อมโยง มั่งคั่ง และมั่นคง และเราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับพวกท่านแต่ละคนเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น”

ในเอกสารข้อเท็จจริง: ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา ช่วงที่กล่าวถึงความมั่นคง ยังมีใจความตอนหนึ่งระบุว่า “เราจะสร้างเสริมความมั่นคงของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยใช้อำนาจทุกรูปแบบที่มี เพื่อยับยั้งการรุกรานและเพื่อตอบโต้การบีบบังคับ”

เมื่อย้อนกลับดูกองทัพที่ครอบครองเครื่องบินรบ เอฟ-35 ซี จะพบความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ ได้ไม่ยาก

ตามข้อมูลจาก Aviation International News ออสเตรเลียสั่งซื้อเครื่องบินรบเอฟ-35A ไปทั้งหมด 72 ลำ มีการส่งมอบเครื่องบินขับไล่ไปแล้ว 44 ลำ ในช่วงปลายปีที่แล้วกองทัพอากาศออสเตรเลียคาดว่าจะมีการส่งมอบฝูงบินเอฟ-35 ครบถ้วนภายในสิ้นปี 2566 ทั้งยังวางแผนที่จะซื้อเพิ่มในอนาคต

ด้านญี่ปุ่นซึ่งต้องเผชิญหน้ากับความพยายามขยายอนาเขตของจีน ตัดสินใจสั่งซื้อ เอฟ-35 เพิ่มทั้งสิ้น 105 ลำ เมื่อ ธ.ค. 2561 ในจำนวนนั้น แบ่งเป็น เอฟ-35 เอ 63 ลำ และ เอฟ-35 บี STOVL อีก 42 ลำ ก่อนคำสั่งซื้อดังกล่าว ญี่ปุ่นมี เอฟ-35 เอ ในครอบครองอยู่แล้ว 42 ลำ

ขณะที่เกาหลีใต้ซึ่งสั่งซื้อ เอฟ-35 เอ 40 ลำ ไปในปี 2557 และรัฐบาลอนุมัติให้ซื้อเพิ่มอีก 20 ลำไปแล้ว ก็กำลังตัดสินใจสั่งจะซื้อ เอฟ-35 บีเพิ่มเติมด้วย

สิงคโปร์กลายมาเป็นประเทศล่าสุดในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่ได้ครอบครอง เอฟ-35 ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการสั่งซื้อใน เอฟ-35 บี จำนวน 12 ลำ กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ เพิ่งอนุมัติคำสั่งซื้อดังกล่าวเมื่อเดือน ม.ค. 2563 และจะมีการส่งมอบกันในปี 2569

Graphic showing specifications of F-35A Lightning II

BBC

หมายเหตุ : ข่าว บีบีซีไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว