เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดิวาน่าผนึกไชน่าแอร์ไลน์ จับลูกค้าสหรัฐ-แคนาดา
Business ดิวาน่าผนึกไชน่าแอร์ไลน์ จับลูกค้าสหรัฐ-แคนาดา
จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
Economic จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
ดูทั้งหมด

ทรัมป์ทัวร์ Fed ไปกดดันถึงที่ ? ลั่นไม่ไล่พาวเวลล์ ทำสถิติปธน.คนแรกเยือนรอบ 20 ปี

25 ก.ค. 2568 | 07:45น.

ทรัมป์เยี่ยมชมโครงการปรับปรุงธนาคารกลาง (Fed) เผยไม่จำเป็นต้องไล่พาวเวลล์ออก ย้ำลดอัตราดอกเบี้ยเร่งด่วนกว่า ถือเป็นการเยือนธนาคารกลางครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปีของผู้นำสหรัฐ นับตั้งแต่จอร์จ ดับเบิลยู. บุช

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ในระหว่างการเยี่ยมชมโครงการบูรณะปรับปรุงธนาคารกลางที่สำนักงานใหญ่ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐลดความสำคัญของการปะทะกับเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เกี่ยวกับต้นทุนการปรับปรุงที่เกินมา โดยกล่าวว่าเขาเห็นว่าปัญหาอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงเป็นเรื่องที่เร่งด่วนกว่า

หลังจากการเยี่ยมชมโครงการเมื่อ 24 กรกฎาคม เวลาท้องถิ่น ซึ่งเห็นทรัมป์และพาวเวลล์โต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อนเกี่ยวกับต้นทุนของโครงการ ทรัมป์ยังคงยืนยันว่า ไม่มีความตึงเครียดกับพาวเวลล์ และระบุว่าปัญหาของโครงการอาจไม่ใช่เหตุผลเพียงพอที่จะปลดหัวหน้าธนาคารกลาง การกระทำเช่นนั้นเป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สำคัญ และตนคิดว่าไม่จำเป็น อีกทั้งยังกล่าวติดตลกว่า เขาจะไล่ผู้จัดการโครงการออก เพราะทำต้นทุนบานปลาย

อย่างไรก็ดี ทรัมป์หันกลับมาสนใจนโยบายการกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ผมแค่อยากเห็นสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น ซึ่งง่าย ๆ มาก นั่นคืออัตราดอกเบี้ยต้องลดลง” ทรัมป์กล่าว

การเยือนธนาคารกลางของประธานาธิบดีทรัมป์ ถือเป็นเหตุการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง โดยทรัมป์เป็นประธานาธิบดีคนแรกที่เยือนธนาคารกลางสหรัฐ ในรอบเกือบสองทศวรรษ นับตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งตอนนั้นประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช เข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของเบน เบอร์นันเก้ อดีตประธานธนาคารกลาง ถือเป็นตัวอย่างอันน่าตกตะลึงที่แสดงให้เห็นว่า ในวาระที่สอง เขาได้เพิ่มแรงกดดันต่อประธานธนาคารกลาง คุกคามบรรทัดฐานที่มีมายาวนาน เกี่ยวกับความเป็นอิสระและอำนาจปกครองตนเองของธนาคารกลาง ในความพยายามของเขาที่จะรักษาอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำ

วาระที่สองของทรัมป์ในทำเนียบขาว มีความโดดเด่นในการขยายอำนาจบริหาร ซึ่งช่วยให้เขาสามารถกุมบังเหียนสถาบันและอุตสาหกรรมมากมาย ยกเว้นธนาคารกลางสหรัฐ

บรรยากาศการเยือนมีความตึงเครียดเกิดขึ้นด้วย ในการเยี่ยมชมเริ่มต้นด้วยทรัมป์และพาวเวลล์สวมหมวกนิรภัยสีขาว เดินลงมาตามโถงทางเดินที่มีแสงสลัวเพื่อพูดคุยกับผู้สื่อข่าว ทรัมป์เน้นย้ำถึงสิ่งที่เขาและพันธมิตรกล่าวว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไปสำหรับการปรับปรุงอาคารของรัฐบาลกลาง ขณะที่พาวเวลล์ส่ายหน้า ในช่วงเวลาตึงเครียด พาวเวลล์ซึ่งดูอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด ได้โต้กลับและส่ายหัวเมื่อทรัมป์กล่าวว่าค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงอาคารของรัฐบาลกลางพุ่งสูงถึง 3.1 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1 แสนล้านบาท)

ก่อนหน้านี้ ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐได้นำผู้สื่อข่าวเยี่ยมชมสถานที่ก่อสร้าง ซึ่งพวกเขากล่าวว่ามีคนงานประมาณ 700 ถึง 800 คนต่อวัน แบ่งเป็นสองกะ ค่าใช้จ่ายที่เกินงบประมาณส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากข้อกำหนดด้านความปลอดภัย รวมถึงหน้าต่างกันระเบิด เจ้าหน้าที่กล่าว

อย่างไรก็ตาม งบประมาณโดยรวมของโครงการได้เพิ่มขึ้นเป็น 2.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 80,000 ล้านบาท) ในปี 2025 จาก 1.9 พันล้านดอลลาร์ (ราว 60,000 ล้านบาท) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่เกินงบประมาณ