‘สหรัฐ’ บรรลุดีลการค้า ไทยและกัมพูชาแล้ว หลังตกลงหยุดยิง
‘ลุตนิก’ รมว.พาณิชย์เผยสหรัฐบรรลุดีลการค้ากับไทยและกัมพูชาแล้ว หลังทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลงหยุดยิง เมื่อ 30 ก.ค. แต่ยังไม่เผยรายละเอียดว่าเก็บกี่เปอร์เซ็นต์
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า โฮเวิร์ด ลุตนิก (Howard Lutnick) รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์สหรัฐกล่าวว่า สหรัฐได้บรรลุข้อตกลงทางการค้ากับกัมพูชาและไทย ไม่กี่วันหลังจากที่สองประเทศตกลงที่จะหยุดยิงที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องหลังจากการปะทะกันอย่างรุนแรงตามแนวชายแดนที่มีข้อพิพาท
“และคุณรู้ไหมว่าวันนี้เราทําอะไรกัน ? เราได้ทําข้อตกลงทางการค้ากับกัมพูชาและไทย” ลุตนิกกล่าวเมื่อคืนวันพุธที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา ในการให้สัมภาษณ์กับฌอน ฮันนิตี้ ทางฟ็อกซ์นิวส์ อย่างไรก็ดี รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐไม่ได้บอกว่าจะเก็บภาษีนำเข้าทั้งสองประเทศกี่เปอร์เซ็นต์ หรืออธิบายรายละเอียดก่อนที่การสัมภาษณ์จะจบลง
ทําเนียบขาวและกระทรวงพาณิชย์ไม่ได้ตอบสนองต่อคําขอรายละเอียดเพิ่มเติมในทันที
ทั้งนี้ ไทยและกัมพูชาถูกเรียกเก็บภาษีอัตราเท่ากันที่ 36% หากไม่สามารถเจรจาจนบรรลุข้อตกลงการค้าได้ก่อนภาษีมีผลบังคับใช้วันที่ 1 สิงหาคมนี้
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวในการแถลงปรับประมาณการเศรษฐกิจไทย ปี 2568 ล่าสุด ว่าอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐ (Reciprocal Tariffs) ที่ประเทศไทยจะถูกเก็บ คาดว่าจะอยู่ในช่วง 15-36% โดยเชื่อว่าไม่น่าจะสูงถึง 36% และไม่ต่ำกว่า 15%
“ไทยจะได้รับเงื่อนไขใกล้เคียงกับประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น ซึ่งสหรัฐได้มีการผ่อนปรนให้กับประเทศที่ตกลงสำเร็จแล้ว” นายพรชัยกล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะขยายตัวที่ 2.2% ต่อปี จากเดิมที่ประเมินไว้ 2.1% (ณ เม.ย. 2568) ภายใต้สถานการณ์นโยบายภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐ และผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศของประเทศคู่ค้าของไทย สอดคล้องกับทิศทางของเศรษฐกิจโลก
ผุ้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา(31 ก.ค.) ทรัมป์ประกาศแล้วว่า สหรัฐจะเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐจากประเทศไทย (Reciprocal Tariffs) ในอัตรา 19% ซึ่งใกล้เคียงกับหลายประเทศในอาเซียน และเท่ากับกัมพูชา ซึ่งจะทำให้ไทยสามารถแข่งขันในเวทีการค้าโลกได้