เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า’ รอปี’71 รัฐอัด 5.8 พันล้านลุยค่าโดยสาร 17-45 บาท
Real Estate ‘ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า’ รอปี’71 รัฐอัด 5.8 พันล้านลุยค่าโดยสาร 17-45 บาท
นักท่องเที่ยวลองฮอลโตแกร่ง ททท.ชี้บุ๊กกิ้งล่วงหน้าพุ่งยาวยันไตรมาสแรก/70
Business นักท่องเที่ยวลองฮอลโตแกร่ง ททท.ชี้บุ๊กกิ้งล่วงหน้าพุ่งยาวยันไตรมาสแรก/70
เปิดตัวหลานเจ้าสัว ทายาทรุ่น 3 ‘เทมส์-โรจนะ สิริวัฒนภักดี’ เยาวชนคนดังในงานประชุม IMF
Biz Movement เปิดตัวหลานเจ้าสัว ทายาทรุ่น 3 ‘เทมส์-โรจนะ สิริวัฒนภักดี’ เยาวชนคนดังในงานประชุม IMF
ศึก ‘อุเทนฯ-ปทุมวัน’แค่ใช้กฎหมายก็จบ
สามัญสำนึก ศึก ‘อุเทนฯ-ปทุมวัน’แค่ใช้กฎหมายก็จบ
‘เอกนิติ’ ทบทวนแผนการคลัง ขาดดุลลดเร็ว-รายได้เข้าเป้า
Finance ‘เอกนิติ’ ทบทวนแผนการคลัง ขาดดุลลดเร็ว-รายได้เข้าเป้า
‘วิกฤตหนี้’ ฝรั่งเศส ส่อเค้า ‘ลาม’ ทั่วยุโรปหรือไม่
World ‘วิกฤตหนี้’ ฝรั่งเศส ส่อเค้า ‘ลาม’ ทั่วยุโรปหรือไม่
สีหศักดิ์ ปิดจ็อบเยือนยุโรป 3 ประเทศ ได้แรงหนุนคาด FTA ไทย-อียู สรุปจบปีนี้
World สีหศักดิ์ ปิดจ็อบเยือนยุโรป 3 ประเทศ ได้แรงหนุนคาด FTA ไทย-อียู สรุปจบปีนี้
อนุทิน มั่นใจไทยรอดวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่ขาดแคลนน้ำมัน-มีเพียงราคาอิงตลาดโลก
Politics อนุทิน มั่นใจไทยรอดวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่ขาดแคลนน้ำมัน-มีเพียงราคาอิงตลาดโลก
อนุทิน มั่นใจ GDP ปีนี้โตเกิน 2.1% ได้ลงทุน-ส่งออก-จ้างงานหนุน 
Politics อนุทิน มั่นใจ GDP ปีนี้โตเกิน 2.1% ได้ลงทุน-ส่งออก-จ้างงานหนุน 
อนุทิน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศ-ประชาชนได้ประโยชน์ ยันไร้คลื่นใต้น้ำ ครม.
Politics อนุทิน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศ-ประชาชนได้ประโยชน์ ยันไร้คลื่นใต้น้ำ ครม.
ดูทั้งหมด

“เจ้าพ่อน้ำมันเบนซิน” ต้องสงสัยคดีแห่งทศวรรษ ทุจริตน้ำมันอินโด รัฐสูญ 18,000 ล้านเหรียญ

20 ส.ค. 2568 | 14:52น.

นายโมฮัมหมัด ริซา ชาลิด (Mohammad Riza Chalid) “เจ้าพ่อน้ำมันเบนซิน” ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีทุจริตการนำเข้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันอื่น ๆ ของ PT Pertamina (Persero) บริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ของอินโดนีเซีย ส่งผลให้รัฐสูญกว่า 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.8 แสนล้านบาท)

นายโมฮัมหมัด ริซา ชาลิด (Mohammad Riza Chalid) เป็นที่รู้จักในฐานะ “เจ้าพ่อน้ำมันเบนซิน” (คลิกดูภาพ) จากบทบาทสำคัญในการนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่ประเทศอินโดนีเซีย และเป็นเจ้าของธุรกิจพลังงานหลายแห่ง อาทิ Global Energy Resources ซัพพลายเออร์น้ำมันรายใหญ่ ในเครือ PT Pertamina (Persero) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ของประเทศอินโดนีเซีย

นอกจากธุรกิจพลังงานแล้ว นายชาลิดยังลงทุนอย่างกว้างขวางในไร่น้ำมันปาล์มและอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงเป็นเจ้าของคิดส์ซาเนีย (KidZania) สวนสนุกธีมปาร์กสำหรับเด็ก และถือหุ้นรายใหญ่ในสายการบิน PT AirAsia อินโดนีเซียอีกด้วย ในปี 2016 นิตยสารธุรกิจ GlobeAsia ประเมินความมั่งคั่งของเขาไว้ที่ 460 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 หมื่นล้านบาท)

ขณะนี้นายชาลิดตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญของคดีทุจริตการน้ำเข้าน้ำมันของ PT Pertamina ซึ่งเป็นคดีที่มีการสอบสวนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษของอินโดนีเซีย

 

คดีทุจริตนำเข้าน้ำมัน

แม้ว่าประเทศอินโดนีเซียจะเป็นสมาชิกยุคแรกของกลุ่ม OPEC แต่การผลิตน้ำมันภายในประเทศกลับลดลงอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลาไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา โดยในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ได้ลดลงไปถึงเกือบ 60% ของแหล่งน้ำมันทั้งหมดในประเทศ สาเหตุมาจากแหล่งน้ำมันมีอายุมากขึ้น และการลงทุนที่ซบเซาลง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าน้ำมันสูงขึ้น

ในขณะที่รัฐบาลปัจจุบันของอินโดนีเซีย นำโดยประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) ต้องการลดการพึ่งพาการซื้อน้ำมันเบนซินและดีเซลจากต่างประเทศ ผ่านการปรับโครงสร้างการจัดหาพลังงานและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอาเซียน

PT Pertamina ถูกวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากรัฐสภาอินโดนีเซียถึงความไร้ประสิทธิภาพในการจัดสรรน้ำมัน และในขณะนี้ บริษัทกำลังถูกสอบสวนเกี่ยวกับการทุจริตการนำเข้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันอื่น ๆ ในช่วงปี 2018-2023 ซึ่งการทุจริตดังกล่าว ส่งผลให้รัฐสูญเสียเงินไปกว่า 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.8 แสนล้านบาท) ในกระบวนการสอบสวน เชื่อมโยงไปถึงบริษัทหลายแห่ง รวมไปถึงบริษัทที่บริหารโดยนายชาลิด เจ้าพ่อน้ำมันเบนซิน จำนวน 1 แห่งเป็นอย่างน้อย ตามคำแถลงของอัยการสูงสุด

การสอบสวนขยายวงกว้างไปยังบริษัทในเครือและบริษัทคู่ค้าของ PT Pertamina จำนวนมาก ส่งผลให้มีการสอบปากคำพยานกว่า 250 คน และควบคุมตัวผู้บริหารมากกว่า 10 คน รวมไปถึงบุตรชายของนายชาลิด คือ นายโมฮัมหมัด เคร์รี อาเดรียนโต ริซา (Muhammad Kerry Adrianto Riza)

สำนักงานอัยการสูงสุดกล่าวหานายชาลิดว่าเป็นผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง จากกรณีที่บริษัท PT Orbit Terminal Merak (OTM) บริษัทบริการคลังจัดเก็บน้ำมันและก๊าซแบบอิสระ ทำสัญญาเช่าระยะยาวกับ PT Pertamina เนื่องจากบุตรชายของนายชาลิด มีชื่ออยู่ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ OTM ผ่านบริษัทโฮลดิ้งหลายแห่ง ทำให้การทำสัญญาเช่าระยะยาวดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่โปร่งใส

ขณะนี้อัยการสูงสุดของอินโดนีเซียยังไม่ได้ตั้งข้อหานายชาลิดอย่างเป็นทางการ แต่นายชาลิดก็ยังไม่ได้มาปรากฏตัวต่อศาล หลังถูกเรียกตัวถึง 3 ครั้ง นับตั้งแต่เริ่มกระบวนการสอบสวน PT Pertamina และบริษัทในเครือ

ความเคลื่อนไหวล่าสุด

จากบันทึกการเข้าเมือง (Immigration Records) แสดงให้เห็นว่า นายชาลิดได้เดินทางออกจากประเทศอินโดนีเซียไปยังมาเลเซีย ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ยึดทรัพย์สินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับนายชาลิด อาทิ รถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด รถยนต์มินิคูเปอร์ รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ 3 คัน และเงินสดหลายสกุลเงิน

นอกจากนี้ ต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ขอหมายแดงจากทางอินเตอร์โพล (Interpol) หรือตำรวจสากล ซึ่งเป็นหมายแจ้งเตือนระหว่างประเทศสำหรับบุคคลที่ทางการต้องการตัว แต่ไม่ใช่หมายจับแต่อย่างใด ขณะนี้กระบวนการขอหมายแดงยังคงดำเนินอยู่

ในขณะที่ก่อนหน้านี้ ทนายความของบุตรชายนายชาลิด ซึ่งขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ ได้ให้สัมภาษณ์กับ Tempo Magazine ว่า ธุรกิจของลูกความเขา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพ่อแม่ของเขา อย่างไรก็ดี บลูมเบิร์ก (Bloomberg) พยายามติดต่อไปยังทนายความและสำนักงานจดทะเบียนของ OTM แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ

เส้นทางเจ้าพ่อน้ำมันเบนซิน

ย้อนกลับไปกว่า 30 ปีก่อน นายชาลิดมีความเชื่อมโยงทางการเมืองกับรัฐบาลในยุคของประธานาธิบดีเผด็จการซูฮาร์โต โดยมีรายงานจากสำนักข่าวอันตารา (Antara) ว่า นายชาลิดได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนบริษัทจัดซื้ออาวุธ และจัดซื้อเครื่องบินรบซูคอย (Sukhoi) สัญชาติรัสเซีย

ตามคำบอกเล่าของอดีตเพื่อนร่วมงานและหุ้นส่วนทางธุรกิจที่ขอไม่เปิดเผยตัวตนระบุว่า นายชาลิดสร้างชื่อเสียงในธุรกิจค้าขายน้ำมัน ด้วยการใช้เส้นสายทางการเมืองเข้ามามีบทบาทอย่างกว้างขวางในการนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันของอินโดนีเซีย

Pertamina Energy Trading Ltd. หรือที่รู้จักกันในชื่อ Petral ซึ่งเป็นหน่วยงานการค้าของ PT Pertamina ในสิงคโปร์ คือหัวใจสำคัญในธุรกิจน้ำมันของนายชาลิด โดยในช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด บริษัทในเครือของนายชาลิดเคยมีสัดส่วนสัญญาสูงถึง 70% ในหน่วยงาน Petral อ้างอิงจากคำกล่าวของนายซูดีร์มาน ซาอิด อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่เคยสั่งตรวจสอบ Petral เมื่อปี 2015

อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ทางการเมืองของนายชาลิดก็เติบโตขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน จากข้อมูลของอดีตเพื่อนร่วมงาน เขาได้ช่วยสนับสนุนเงินทุนในการลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งแรกของนายปราโบโวที่ล้มเหลวในปี 2014 และ 5 ปีต่อมาเขาได้สนับสนุนพรรคที่สนับสนุนคู่แข่งของนายปราโบโว ซึ่งก็คือ นายโจโก วิโดโด (Joko Widodo)

อินโดนีเซียพึ่งพาธุรกิจการนำเข้าน้ำมันของนายชาลิดมาอย่างยาวนาน เนื่องจากแม้ประเทศจะสามารถผลิตน้ำมันดิบได้ในปริมาณมาก แต่กลับขาดกำลังการกลั่นน้ำมันเพื่อตอบสนองความต้องการน้ำมันเบนซิน ดีเซล และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ให้แก่ประชาชนกว่า 280 ล้านคน

รัฐบาลปราโบโวพยายามลดความเสี่ยงดังกล่าวด้วยการดึงดูดการลงทุนเพื่อแปรรูปทรัพยากรภายในประเทศ และลดการพึ่งพาสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นการขัดขาธุรกิจนายชาลิด และนำไปสู่การสอบสวนครั้งใหญ่ของ PT Pertamina ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

นายซิวเก เนการา นักวิจัยจากสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak ในสิงคโปร์ เปิดเผยว่า นายปราโบโวต้องการให้ประชาชนมองว่าเขาเป็นผู้นำที่กล้าหาญพอที่จะขจัดปัญหาคอร์รัปชั่น และนี่คือสิ่งที่รัฐจำเป็นต้องแก้ไข หากต้องการปรับปรุงคุณภาพภายในรัฐวิสาหกิจอย่างจริงจัง

 

อ้างอิง :

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำมัน อินโดนีเซีย