เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

โตโยต้า ส่งรถไฮบริดรุ่นถูกสุดขายในไทย ฟื้นเกม EV สู้จีน

22 ส.ค. 2568 | 18:55น.

โตโยต้า (Toyota) ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น เปิดตัว ยาริส เอทีฟ ไฮบริด รุ่นถูกที่สุด รุกตลาดรถไฮบริดและ EV ในไทย โต้รถ EV สัญชาติจีนที่ได้รับความนิยมมากขึ้น

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดราคาต่ำที่สุด กลับมาเริ่มรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยอีกครั้ง หลังเสียส่วนแบ่งการตลาดให้รถอีวีสัญชาติจีน

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. โตโยต้า ประเทศไทย ประกาศเปิดตัวรถยนต์ ยาริส เอทีฟ ไฮบริด (Toyota Yaris ATIV HEV) ในไทย ราคา 729,000 บาท  ต่ำกว่ารุ่นยาริสครอสไฮบริด (Yaris Cross ) ราว 60,000 บาท ซึ่งเคยเป็นไฮบริดรุ่นราคาต่ำที่สุดในตลาดไทย และตั้งเป้ายอดขายไว้ไม่น้อยกว่า 20,000 คัน ภายในระยะเวลา 1 ปี 

ปัจจุบันรถยนต์ยาริส เอทีฟ ไฮบริด ประกอบภายในประเทศไทย โดยคาดว่า ใช้ส่วนประกอบ 65% จากในไทย และวางแผนที่จะส่งออกไปยัง 23 ประเทศ รวมถึงประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนด้วย

อ่านเพิ่มเติม : โตโยต้า เปิดตัว YARIS ATIV HEV เคาะราคาขายเริ่มต้น 7.19 แสน

นอกจากนี้ โตโยต้ายังเปิดจองรถยนต์ SUV พลังงานไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ (EV) bZ4X รุ่นใหม่ล่วงหน้า หลังจากที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2022 แต่ระงับการขายไป เนื่องจากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน โดย bZ4X จะนำเข้าจากญี่ปุ่น ราคาเริ่มต้นที่ 1.5 ล้านบาท วางแผนขายประมาณ 6,000 คันภายในปีแรก มีกำหนดการส่งมอบในเดือน พ.ย. นี้หรือหลังจากนั้น

ประเทศไทยเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในอาเซียน รองจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย แต่ปัจจุบัน ยอดขายรถยนต์กลับลดลง เนื่องจากยอดปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์ท่ามกลางภาวะหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ตามข้อมูลของโตโยต้า ในปี 2024 มียอดขายรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย 572,675 คัน ลดลง 26% จากปี 2023 อีกทั้งยอดขายในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ก็ลดลง 2% เหลือ 302,694 คัน

อย่างไรก็ตาม รถยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมถึงรถไฮบริดและรถอีวี กลับเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทำให้ตั้งแต่ปี 2022 ผู้ผลิตรถอีวีรายอื่น ๆ ในจีน โดยเฉพาะ BYD ได้เข้ามากินส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์จำนวนมากในประเทศไทย

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 BYD ครองส่วนแบ่งตลาดในไทย 8% ขณะที่แบรนด์ MG ของ SAIC Motor มีส่วนแบ่งตลาด 4% และ Great Wall Motors มีส่วนแบ่งตลาด 2% ทำให้ค่ายรถยนต์รายใหญ่ของจีนครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันถึง 16%

ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นหลายบริษัทรวมกัน เคยครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ของประเทศไทยถึง 90% จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา สัดส่วนการผลิตลดลงเหลือ 71% ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของคู่แข่งชาวจีน

โตโยต้ายังคงรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดเบอร์หนึ่งอยู่ที่ 38% โดยยอดขายรถกระบะลดลง เนื่องจากเสี่ยงต่อการถูกปฏิเสธสินเชื่อ แต่กลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลยังชดเชยยอดขายรถกระบะไว้ได้ ในขณะเดียวกัน คู่แข่งจากจีนก็ถือเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวอย่างยิ่ง

“บริษัทจีน เช่น BYD นำเสนอทุกอย่างตั้งแต่รถอีวี ไปจนถึงรถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริดในราคาต่ำ” แหล่งข่าวจากซัพพลายเออร์ในไทยที่ทำธุรกิจกับโตโยต้ากล่าว