ทรัมป์ชี้ดีลการค้าจะถูกยกเลิก หากศาลสูงสุดตัดสิน ภาษีผิดกฎหมาย
ข้อมูลเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 4 ก.ย. เวลา 08.02 น. และอัพเดตล่าสุด 11.40 น.
ทรัมป์ชี้ข้อตกลงการค้ากับประเทศต่างๆ จะถึงคราวสิ้นสุดลง หากศาลสูงสุดตัดสินว่าภาษีศุลกากรผิดกฎหมาย ภายหลังนำคดีภาษีขึ้นศาลสูงสุดแล้วในวันที่ 3 กันยายน
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐกล่าวว่าข้อตกลงการค้ากับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อาทิ สหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะถูกยกเลิก หากศาลสูงสุดสหรัฐตัดสินว่าภาษีศุลกากรตอบโต้ทั่วโลกของเขาผิดกฎหมาย
“หากเราไม่ชนะคดีนี้ ประเทศของเราจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่เมื่อ 3 กันยายน เวลาท้องถิ่น
“ข้อตกลงเหล่านี้เสร็จสิ้นแล้ว ผมคิดว่าเราคงต้องยุติมันลง” ผู้นำสหรัฐกล่าว
ทรัมป์กล่าวว่าภาษีศุลกากรดังกล่าวทำให้เขามีอำนาจต่อรองในการทำข้อตกลงกับคู่ค้ารายใหญ่ ซึ่งทำให้สหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าได้ โดยไม่ถูกตอบโต้จากคู่ค้า
เมื่อ 2 กันยายน เวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่ารัฐบาลของเขาจะยื่นต่อศาลสูงสุดในวันพุธนี้ (3 กันยายน เวลาท้องถิ่น) เพื่อให้มีคำตัดสินโดยเร็ว โดยหวังว่าจะพลิกคำตัดสินของศาลชั้นล่างที่ได้รับการยืนยันจากศาลอุทธรณ์กลาง เมื่อ 29 สิงหาคมว่า ประธานาธิบดีสหรัฐใช้กฎหมายฉุกเฉินอย่างไม่ถูกต้องเพื่อเรียกเก็บภาษีแบบตอบโต้ กระทั่งล่าสุด ในคืนวันที่ 3 กันยายน เวลาท้องถิ่น รัฐบาลทรัมป์ได้ยื่นขอให้ศาลสูงสุดตัดสินในคดีที่อาจส่งผลกระทบต่อการค้าและทำให้เขามีอำนาจต่อรองที่เหนือกว่าในเรื่องเศรษฐกิจโลก โดยในเอกสารคำอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุดเรียกร้องให้เร่งรัดการพิจารณาคดีโดยเร็ว โดยศาลให้มีการโต้แย้งด้วยวาจาภายในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้
ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษียังคงมีผลบังคับใช้เนื่องจากศาลอุทธรณ์ได้ระงับคำตัดสินไว้เพื่อให้ทรัมป์มีเวลาในการขอให้ศาลสูงสุดพิจารณาคดีใหม่
ไทม์ไลน์ในชั้นศาลสูงสุด
ก่อนหน้านี้ CNBC รายงานว่ารัฐบาลทรัมป์ได้ขอให้ศาลสูงสุดเข้าแทรกแซง
ศาลสูงสุดมีแนวโน้มสูงที่จะรับพิจารณาคดีนี้ ฝ่ายบริหารได้ขอให้ศาลดำเนินการดังกล่าวภายในวันที่ 10 กันยายน
หากโจทก์ ซึ่งคือกลุ่มธุรกิจส่งออกขนาดย่อมและรัฐที่นำโดยพรรคเดโมแครต 13 รัฐและฝ่ายจำเลยโต้แย้งทางวาจาในชั้นศาลสูงสุดเสร็จสิ้นในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน ตามที่ศาลกำหนด จะทำให้ศาลสามารถมีคำตัดสินได้ภายในสิ้นปีนี้
สำหรับเอกสารที่ยื่นต่อศาล (คลิกดูเอกสารเพิ่มเติม) ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐขอให้ศาลสูงสุดพิจารณามีคำพิพากษาโดยเร็ว โดยรัฐบาลระบุว่า “เดิมพันของคดีนี้สูงมาก”
รัฐบาลกล่าวอีกว่าคำตัดสินของศาลชั้นต้น “ทำลายเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาฉุกเฉินผ่านการใช้เหตุผลที่คลุมเครือ ซึ่งเปลี่ยนผู้พิพากษาให้กลายเป็นผู้ตัดสินด้านนโยบายต่างประเทศอย่างไม่เหมาะสม”
ในแถลงการณ์ที่โพสต์บน X เจฟฟรีย์ ชวาบ ทนายความในทีมตัวแทนธุรกิจส่งออกที่ฟ้องร้องรัฐบาลทรัมป์ กล่าวว่าเขาหวังว่า “คดีนี้จะมีคำตัดสินโดยเร็ว”
หากศาลสูงสุดยืนยันคำตัดสินของศาลชั้นต้นในที่สุด ภาษีศุลกากรส่วนใหญ่ที่บังคับใช้ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ก็จะถูกยกเลิก
ทั้งนี้ ทรัมป์อาศัยการตีความพระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act:IEEPA) อย่างกว้างเพื่อกำหนดภาษีศุลกากรที่ครอบคลุมทั่วโลกและเจาะจงใช้ภาษีที่สูงกว่าในแต่ละประเทศ โดยไม่ต้องพึ่งพาอำนาจของรัฐสภา แม้ IEEPA ไม่ได้กล่าวถึงอัตราภาษีและไม่เคยถูกนำมาใช้เพื่อกำหนดอัตราภาษีดังกล่าว
คริส เคนเนดี นักวิเคราะห์จากบลูมเบิร์ก อีโคโนมิกส์ ระบุว่า ความพ่ายแพ้ของทรัมป์จะส่งผลให้อัตราภาษีที่มีผลแล้ว โดยเฉลี่ยลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง และอาจบังคับให้สหรัฐต้องคืนเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ