เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดิวาน่าผนึกไชน่าแอร์ไลน์ จับลูกค้าสหรัฐ-แคนาดา
Business ดิวาน่าผนึกไชน่าแอร์ไลน์ จับลูกค้าสหรัฐ-แคนาดา
จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
Economic จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
ดูทั้งหมด

สหรัฐสั่งคว่ำบาตรสองบริษัทน้ำมันใหญ่ในรัสเซีย หวังกดดันยุติสงครามยูเครน

23 ต.ค. 2568 | 13:31น.

รัฐบาลสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย 2 บริษัท หวังกดดันรัสเซียจริงจังต่อกระบวนการสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครน

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรบริษัทผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย นับเป็นบทลงโทษทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ครั้งแรกต่อประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของทรัมป์เพื่อยุติสงครามยูเครน

ตามแถลงการณ์เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น กระทรวงกระคลังสหรัฐประกาศขึ้นบัญชีดำผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่สัญชาติรัสเซีย 2 บริษัท ได้แก่ Rosneft PJSC และบริษัท Lukoil PJSC เนื่องจาก “รัสเซียขาดความมุ่งมั่นอย่างจริงจังต่อกระบวนการสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครน”

มาตรการดังกล่าว ถือเป็นการกลับลำครั้งใหญ่ของทรัมป์ ผู้เคยระงับการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ และประกาศว่า จะเจอปูติน เพื่อดำเนินการประชุมสุดยอดเกี่ยวกับสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่กรุงบูดาเปสต์ ภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนหน้านี้ ทรัมป์มีความพยายามต่าง ๆ รวมไปถึง การกำหนดเพดานราคาน้ำมันในกลุ่มประเทศ G7 เพื่อจำกัดรายได้ของรัฐบาลรัสเซีย โดยไม่กระทบต่อปริมาณการไหลเวียนของน้ำมัน

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ทรัมป์กลับเปลี่ยนท่าที โดยระงับแผนเจอปูติน โดยกล่าวว่า “ผมไม่ต้องการให้การพบกันนี้เสียเปล่า…” 

ทรัมป์กล่าวในการประชุมกับ มาร์ก รุตเต เลขาธิการ NATO ณ ทำเนียบขาวว่า ผมเพียงรู้สึกว่า มันถึงเวลาแล้ว และหวังว่ามาตรการเหล่านี้จะไม่ถูกบังคับใช้เป็นเวลานาน อีกทั้งคาดว่าสงครามจะได้รับการแก้ไข

“สิ่งเดียวที่ผมสามารถบอกได้คือ ทุกครั้งที่ผมสนทนากับปูติน เรามีการสนทนาที่ดีต่อกัน แต่แล้วก็ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เกิดขึ้น” ทรัมป์กล่าว

สำหรับสองบริษัทที่ถูกคว่ำบาตร Rosneft เป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมี อีกอร์ เซชิน พันธมิตรใกล้ชิดของปูตินเป็นผู้บริหารระดับสูง ขณะที่ Lukoil เป็นบริษัทเอกชน ทั้งสองบริษัทถือเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุด 2 แห่งในรัสเซีย คิดเป็นสัดส่วนรวมเกือบครึ่งหนึ่งของการส่งออกน้ำมันดิบทั้งหมดของประเทศ ตามการประเมินของบลูมเบิร์ก โดยรายได้จากภาษีน้ำมันและก๊าซคิดเป็นประมาณร้อยละ 25 ของงบประมาณรัฐบาลกลางรัสเซีย

ก่อนหน้านี้สหราชอาณาจักร (ยูเค) ทำการคว่ำบาตร Rosneft และ Lukoil ไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และมีกำหนดจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ ซึ่งครอบคลุมถึงการห้ามนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในวันนี้ (23 ต.ค.) ส่งผลให้อุปทานน้ำมันของรัสเซียที่จะถูกส่งไปยังอินเดีย ลดลงเกือบเป็นศูนย์

อย่างไรก็ดี โทมัส แกรห์ม นักวิจัยจากสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ได้เตือนว่า มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดนี้ อาจสร้างผลลัพธ์น้อยกว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์คาดหวังไว้ หากทำเนียบขาวคิดว่าการคว่ำบาตรนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงรากฐาน ในการบริหารของรัฐบาลรัสเซียหรือนโยบายของปูติน พวกเขากำลังหลงผิด และผมไม่คิดว่าพวกเขาจะเชื่อเช่นนั้นจริง ๆ 

“การคว่ำบาตรนั้นออกฤทธิ์ช้า และรัสเซียก็มีความสามารถสูงในการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรลักษณะนี้” โทมัส แกรห์ม กล่าว

เช้าวันที่ 22 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น รัสเซียทำการโจมตียูเครนด้วยโดรนและขีปนาวุธหลายระลอก ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย รวมถึงเด็ก และรัสเซียยังคงเพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง