ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้เวลาช่วงปลายเดือนตุลาคมอย่างคุ้มค่า ในการทัวร์ประเทศแถบเอเชีย เพื่อลงนามในข้อตกลงรวมกับชาติต่าง ๆ จำนวนมาก เกี่ยวกับแร่หายาก (แรร์เอิร์ท) ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญในอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ ชิปเอไอ เซมิคอนดักเตอร์ รถอีวี อุปกรณ์ใยแก้วนำแสง และเครื่องบินรบ ถือเป็นความพยายามในการต่อต้านการผูกขาดแร่หายากนี้จากประเทศจีน
“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมข้อมูลแรร์เอิร์ทที่สหรัฐและจีนดำเนินการในปีนี้ ก่อนการหารือระหว่าง ทรัมป์ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) วันที่ 30 ตุลาคมที่จะถึงนี้
ความสำคัญของแรร์เอิร์ท
แรร์เอิร์ท (Rare Earth Elements) หรือแร่ธาตุหายาก คือ กลุ่มแร่ธาตุ 17 ชนิด อาทิ สแกนเดียม (scandium) อิตเทรียม (yttrium) และแลนทาไนด์ (lanthanides) ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น สมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ทางการแพทย์
ข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณี ระบุว่า ธาตุหายากใช้เป็นวัตถุดิบต้นน้ำ มีความสำคัญยิ่งยวดในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงหลากประเภทของโลกปัจจุบันและอนาคต เช่น ชิปเอไอ เซมิคอนดักเตอร์ รถอีวี อุปกรณ์ใยแก้วนำแสง และเครื่องบินรบ
แม้ว่าจะเรียกธาตุหายาก แต่สามารถพบได้ในเนื้อหินเกือบทุกชนิดที่เป็นส่วนประกอบของเปลือกโลก แหล่งแร่ที่ให้ธาตุหายากพบกระจายตัวทางด้านตะวันตกของประเทศไทย ตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงภาคใต้ เช่น จังหวัดเชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ อุทัยธานี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และสุราษฎร์ธานี
สิ่งที่ทำให้แรร์เอิร์ท เป็นแร่ธาตุหายาก คือ กระบวนการแปรรูป ซึ่งสร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง และก่อให้เกิดสารกัมมันตรังสี
จีนผูกขาดแร่หายาก
ข้อมูลจากศูนย์สิ่งแวดล้อมและสังคม แชทแฮมเฮาส์ และ Center for Strategic and International Studies (CSIS) ระบุว่า จีนครองเหมืองแรร์เอิร์ทราว 70% ของโลก และควบคุมกระบวนการแปรรูปมากกว่า 90% ทำให้จีนมีอำนาจต่อรองสูงในตลาดโลกปัจจุบันและอนาคต ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ มีส่วนสำคัญต่อชีวิตมนุษย์ทั้งสิ้น
อย่างไรก็ดี ในเดือนสิงหาคม จีนออกมาตรการชั่วคราวฉบับใหม่ เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการขุดและการแปรรูปแรร์เอิร์ท โดยบริษัทต่าง ๆ จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลในการจัดการกับแรร์เอิร์ท และต้องรายงานปริมาณแรร์เอิร์ทที่นำเข้าอย่างถูกต้อง บริษัทที่ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษทางกฎหมายและลดโควตาสำหรับแรร์เอิร์ท ซึ่งเป็นผลมาจากการตอบโต้มาตรการภาษีของทรัมป์ ดังไทม์ไลน์ต่อไปนี้
เดือนเมษายน หลังจากที่ทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรต่อประเทศคู่ค้า รัฐบาลจีนตอบโต้ด้วยการประกาศข้อกำหนดการอนุญาตสำหรับแรร์เอิร์ท 7 ชนิด โดยอ้างถึงความจำเป็นในการ “ปกป้องความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติให้ดีขึ้น และเพื่อปฏิบัติตามความรับผิดชอบสากลในการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์”
เดือนมิถุนายน ข้อกำหนดเกี่ยวกับแรร์เอิร์ทของจีน สร้างความกังวลต่อโรงงานอุตสาหกรรมในสหรัฐและประเทศอื่น ๆ ว่า จะขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสินค้าด้านเทคโนโลยี ซึ่งนำไปสู่การเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ในการผ่อนปรนการเข้าถึงซอฟต์แวร์ออกแบบชิปคอมพิวเตอร์และเครื่องยนต์เจ็ตของสหรัฐ รัฐบาลจีนจึงประกาศเร่งอนุมัติการส่งออกแร่แรร์เอิร์ท
เดือนกรกฎาคม กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐจีนกล่าวว่า กำลังปราบปรามการลักลอบนำเข้าแรร์เอิร์ท ซึ่งเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ บ่งชี้ว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการควบคุมมากขึ้น
วันที่ 22 สิงหาคม จีนออกมาตรการชั่วคราวฉบับใหม่ เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการขุดและการแปรรูปแรร์เอิร์ท ส่งผลให้รัฐบาลทรัมป์พยายามลดการพึ่งพาแรร์เอิร์ทจากประเทศจีน และผลักดันให้รัฐบาลจีนผ่อนคลายมาตรการควบคุมแร่ในเวลาเดียวกัน
ทรัมป์เจรจาแรร์เอิร์ท
สหรัฐและจีนตกอยู่ในความขัดแย้งเกี่ยวกับแรร์เอิร์ท ซึ่งรัฐบาลจีนทำการตอบโต้มาตรการภาษีศุลกากรของทรัมป์ ด้วยการจำกัดการส่งออกแรร์เอิร์ท และเข้มงวดในข้อจำกัดการส่งออกมากขึ้น เป็นเหตุให้สหรัฐต้องสร้างทางเลือกใหม่ในการจัดหาและผลิตแรร์เอิร์ท
แม้ว่าผู้บริหารอุตสาหกรรมและนักวิเคราะห์จะออกมาเตือนว่า การหาเครือข่ายเหมืองแร่และโรงกลั่นขนาดมหึมาเพื่อทดแทน จะไม่ใช่เรื่องง่ายและรวดเร็วก็ตาม แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ทรัมป์ก็เดินหน้าเจรจากรอบความร่วมมือและบันทึกความเข้าใจกับประเทศต่าง ๆ ดังนี้
วันที่ 21 ตุลาคม สหรัฐและออสเตรเลีย ลงนามกรอบความเข้าใจ ในการร่วมลงทุนในโครงการเหมืองแร่และโรงงานแปรรูปหลายแห่งในออสเตรเลีย ที่ทำเนียบขาว เพื่อเพิ่มการเข้าถึงแร่หายาก ตอบโต้การผูกขาดแรร์เอิร์ทของจีน เป็นการเปิดเกมมองหาพันธมิตรแรร์เอิร์ทจากนานาประเทศ
วันที่ 27 ตุลาคม ระหว่างอาเซียนซัมมิต สหรัฐลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) การกระจายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญระดับโลกและส่งเสริมการลงทุน กับประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย อีกทั้งบันทึกข้อตกลงเรื่องภาษีต่างตอบโต้กับประเทศเวียดนาม และประเทศกัมพูชา ซึ่งมีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับแรร์เอิร์ทอยู่
วันที่ 28 ตุลาคม สหรัฐและญี่ปุ่น ลงนามกรอบความร่วมมือจัดหาแร่ธาตุสำคัญและแร่หายาก ระหว่างการเยือนญี่ปุ่นแบบทวิภาคี
ความพยายามเข้าถึงแร่
แม้จะมีการลงนามในข้อตกลงรวมกับชาติต่าง ๆ จำนวนมาก แต่ข้อตกลงระหว่างสหรัฐ กับออสเตรเลีย ไทย มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา และญี่ปุ่น ล้วนมีความแตกต่างกัน ทั้งในด้านขนาดความร่วมมือและสาระสำคัญ ทำให้ยังเร็วไปที่จะประเมินผลกระทบที่จับต้องได้ในขณะนี้ อย่างไรก็ดี ทั้งหมดนี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะกระจายการเข้าถึงแรร์เอิร์ท และลดการพึ่งพาประเทศจีน
แพทริก ชโรเดอร์ นักวิจัยรับเชิญอาวุโส จากศูนย์สิ่งแวดล้อมและสังคม สถาบันแชทแฮมเฮาส์ ระบุในบทบรรณาธิการสัปดาห์นี้ว่า การสร้างเหมืองใหม่ โรงกลั่นแร่ และโรงงานแปรรูปในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น ออสเตรเลีย สหรัฐ และยุโรป ใช้ต้นทุนทางการเงินสูง กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด และค่าแรงสูง ต้นทุนพลังงานที่แพงกว่า (เมื่อเทียบกับประเทศจีน)
แม้จะยังไม่เป็นที่แน่ชัดในรายละเอียดและการดำเนินการ แต่นี่คือก้าวสำคัญของสหรัฐในการแข่งขันกับจีนด้านแรร์เอิร์ท โดย เกรซลิน บาสคารัน ผู้อำนวยการด้านแร่ธาตุสำคัญของ Center for Strategic and International Studies (CSIS) ให้ความเห็นจากการลงนามข้อตกลงแรร์เอิร์ท ระหว่างสหรัฐและออสเตรเลียว่า นี่ถือเป็นความร่วมมือด้านแร่ธาตุแบบทวิภาคีที่มีความสำคัญที่สุด เท่าที่เราเคยเห็นมาระหว่างสองประเทศตะวันตกที่สำคัญ การประกาศในวันนี้แสดงให้เห็นอย่างแท้จริงว่า สหรัฐไม่ได้พยายามแก้ไขปัญหาเพียงลำพัง แต่กำลังมองหาพันธมิตรที่เหมาะสม
ปัญหาสิ่งแวดล้อม
อีกหนึ่งคำถามสำคัญที่ยังไม่ได้ถูกกล่าวถึงคือ กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งกระบวนการแปรรูปแรร์เอิร์ท จะสร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการแยกสกัด ละลายด้วยสารเคมี การเผาแยก และการกลั่น ล้วนก่อให้เกิดสารกัมมันตรังสีทั้งสิ้น ซึ่งจีนได้ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมไว้อย่างดี และไม่ใช่สิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมการแปรรูปแร่ในประเทศอื่นพร้อมจะรับ
โดย รศ. ดร.จารุประภา รักพงษ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ระบุว่า ไทยยังไม่มีความเหมาะสมและความจำเป็นที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของการผลิตแร่แรร์เอิร์ท ซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นวงกว้าง
อีกทั้งไทยยังไม่มีความพร้อมใด ๆ ทั้งไม่มีกฎหมายรองรับในการควบคุมดูแลอุตสาหกรรมการผลิตแร่แรร์เอิร์ท ไม่มีความพร้อมด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และกระบวนการผลิตที่เหมาะสม ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงไม่มีความพร้อมด้านการรับรู้และความเข้าใจของประชาชน
ศึกชี้ชะตา สงครามการค้า – สงครามชิป
สหรัฐและจีนสงบศึกการค้าชั่วคราว ทรัมป์ขยายเวลาระงับการขึ้นภาษีสินค้าจีน ออกไปอีก 90 วัน (จากเดือนสิงหาคม) จนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก
แต่ความตรึงเครียดกลับมาอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลจีนออกประกาศมาตรการควบคุมการส่งออกแรร์เอิร์ท ทำให้สหรัฐประกาศมาตรการตอบโต้ทันที ด้วยการจ่อปรับภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าจากจีนขึ้นอีก 100% พร้อมเข้มงวดกับการห้ามการส่งออกซอฟต์แวร์สำคัญ ลามมาจนถึงการผูกขาดแรร์เอิร์ท
อีกทั้ง ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 กันยายน ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรสหรัฐระบุว่า จีนยังไม่ซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐเลย แม้แต่รายการเดียว ถือเป็นครั้งแรก อ้างอิงจากบันทึกข้อมูลที่ย้อนหลังไปถึงปี 1999
อย่างไรก็ดี ท่าทีระหว่างสหรัฐและจีนดูจะโอนอ่อนลง หลังทรัมป์และสี จิ้นผิง มีกำหนดหารือกันนอกรอบ ระหว่างการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่ประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้
โดยสหรัฐเตรียมยกเว้นภาษีชั่วคราวสำหรับสินค้าบางรายการจากจีน อีกทั้งจีนตกลงซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐแล้ว ในวันที่ 29 ตุลาคม เมื่อบริษัท COFCO ของรัฐบาลจีนทำการซื้อถั่วเหลืองราว 180,000 ตัน จากสหรัฐ
การพบเจอกันระหว่างทรัมป์กับสี ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ จึงถือเป็นนัดชี้ชะตาครั้งสำคัญว่า สหรัฐและจีนจะเดินหน้าไปในเส้นทางไหน ในสงครามการค้าและการผูกขาดครั้งนี้
อ้างอิง : BBC, Bloomberg, ประชาชาติธุรกิจ