เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ศาลสูงสุดซักเข้ม คล้ายกังขาอย่างมาก คดีภาษีทรัมป์

06 พ.ย. 2568 | 08:51น.

ผู้พิพากษาศาลสูงสุดดูเหมือนจะมีความกังขาอย่างมากเกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายของภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรียกเก็บกับประเทศส่วนใหญ่ในโลก ผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษนิยมและเสรีนิยมตั้งคำถามอย่างแหลมคมต่ออัยการสูงสุด ดี. จอห์น ซอเออร์ เกี่ยวกับเหตุผลของภาษี ซึ่งฝ่ายนักวิจารณ์กล่าวว่าเป็นการละเมิดอำนาจของรัฐสภา

ซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานว่า ผู้พิพากษาศาลสูงสุดสหรัฐแสดงความกังขาเกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายของภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐบังคับใช้กับประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก ในการเริ่มไต่สวนคดีเมื่อ 5 พฤศจิกายน เวลาท้องถิ่น

ภาพร่างห้องพิจารณาคดีนี้แสดงให้เห็นผู้พิพากษาศาลสูงสุด (จากซ้ายไปขวา) ได้แก่ เอมี โคนีย์ บาร์เร็ตต์, นีล กอร์ซัช, โซเนีย โซโตมายอร์, ​​แคลเรนซ์ โทมัส, จอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลสูงสุด , ซามูเอล อลิโต, เอเลน่า คาแกน, เบรตต์ คาวานอห์ และเคทันจี บราวน์ แจ็กสัน กำลังรับฟังข้อโต้แย้งเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2025 ณ กรุงวอชิงตัน (ภาพโดย (Dana Verkouteren via AP)

ศาลสูงสุดซึ่งได้พิจารณาคำโต้แย้งทั้งสองฝ่ายนานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง จะยังไม่ออกคำตัดสินในคดีนี้ในวันเดียวกัน และยังไม่ชัดเจนว่าศาลจะประกาศคำตัดสินเมื่อใด แต่รัฐบาลทรัมป์ได้ขอให้เร่งรัดการตัดสินใจ

ในการเริ่มพิจารณาคดีของศาลสูงสุด ผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษนิยมและเสรีนิยมตั้งคำถามอย่างเผ็ดร้อนต่อ ดี. จอห์น ซอเออร์ อัยการสูงสุดเกี่ยวกับวิธีการบังคับใช้ภาษีศุลกากรของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งนักวิจารณ์กล่าวว่าเป็นการละเมิดอำนาจของรัฐสภาที่มีหน้าที่ในการเก็บภาษีตัวจริง

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาศาลล่างของรัฐบาลกลาง ตัดสินว่าทรัมป์ขาดอำนาจทางกฎหมายที่เขาใช้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act : IEEPA 1977) ในการกำหนดภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทนสำหรับสินค้านำเข้าจากคู่ค้าหลายรายของสหรัฐ และภาษีที่เชื่อมโยงกับเฟนทานิลสำหรับสินค้าจากแคนาดา จีน และเม็กซิโก

ซอเออร์ ผู้ซึ่งกำลังปกป้องนโยบายภาษีศุลกากรหรือว่าความให้รัฐบาล โดยอ้างว่าประธานาธิบดีมีอำนาจในการควบคุมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ภาษีเหล่านี้เป็นภาษีศุลกากรเพื่อการควบคุม ไม่ใช่ภาษีศุลกากรเพื่อสร้างรายได้

“ความจริงที่ว่าภาษีเหล่านี้สร้างรายได้นั้นเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ” ซอเออร์กล่าว ไม่นานหลังจากการโต้แย้งด้วยวาจาในคดีนี้เริ่มต้นขึ้น

ผู้พิพากษาโซเนีย โซโตมายอร์ หนึ่งในสมาชิกศาลฝั่งเสรีนิยมสามคนกล่าวกับซอเออร์ว่า “คุณบอกว่าภาษีศุลกากรไม่ใช่ภาษี แต่จริง ๆ แล้วมันคือภาษี”

“พวกมัน (ภาษีศุลกากร) กำลังทำเงินจากพลเมืองอเมริกัน ซึ่งคือรายได้” โซโตมายอร์กล่าว

ต่อมาเธอตั้งข้อสังเกตว่า ไม่มีประธานาธิบดีคนใดนอกจากทรัมป์ที่เคยใช้ IEEPA เพื่อกำหนดภาษีศุลกากรนับตั้งแต่กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ในปี 1977

นีล กอร์ซัช หนึ่งในผู้พิพากษาศาลสายอนุรักษนิยมหกคน กดดันซอเออร์เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ว่าทรัมป์ได้กำหนดภาษีศุลกากรฝ่ายเดียว โดยอ้างถึงสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศที่อ้างว่าเกิดจากความไม่สมดุลทางการค้าและการไหลเวียนของเฟนทานิลเข้าสู่สหรัฐอเมริกา โดยที่รัฐสภาไม่ได้อนุมัติ

“จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อประธานาธิบดีใช้อำนาจวีโต้ (สิทธิยับยั้ง) ในการออกกฎหมาย เพื่อช่วงชิงอำนาจในเรื่องเหล่านี้กลับคืนมา” ผู้พิพากษากอร์ซัช ตั้งคำถาม

“ดังนั้น ในทางปฏิบัติ รัฐสภาจะไม่สามารถนำอำนาจนี้กลับคืนมาได้ เมื่อส่งมอบอำนาจนั้นให้กับประธานาธิบดีแล้ว” กอร์ซัชกล่าว “มันเป็นการโยกย้ายอำนาจแบบฝ่ายเดียวไปสู่การเพิ่มพูนอำนาจอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ต่อเนื่องของฝ่ายบริหาร และห่างไกลจากตัวแทนที่ประชาชนเลือกมา”

ผู้พิพากษาฝั่งอนุรักษนิยมคนอื่น ๆ เช่น ประธานศาลจอห์น โรเบิร์ตส์ และเอมี่ โคนีย์ บาร์เร็ตต์, เบรตต์ คาวานอห์ และซามูเอล อลิโต ต่างกดดันซอเออร์เช่นกัน

ภาษีศุลกากรเริ่มต้นที่ 10% สำหรับหลายประเทศ และพุ่งสูงถึง 50% สำหรับสินค้าจากอินเดียและบราซิล

ตามข้อมูลของกลุ่มคณะกรรมาธิการงบประมาณกลางอย่างมีความรับผิดชอบ (Committee for a Responsible Federal Budget) ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลและสถาบันคลังสมองในกรุงวอชิงตัน ระบุว่า หากยังคงใช้ภาษีศุลกากรต่อไป จะทำให้สหรัฐอเมริกามีรายได้เพิ่มขึ้น 3 ล้านล้านดอลลาร์ (97 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2035

รัฐบาลกลางจัดเก็บภาษีศุลกากรได้ 151,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.9 ล้านล้านบาท) ในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 300% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีงบประมาณ 2024

นีล คาทยาล ทนายความโจทก์ในคดีนี้ เริ่มต้นการโต้แย้งโดยกล่าวว่า “ภาษีศุลกากรก็คือภาษี” โดยหยิบยกประเด็นที่ผู้พิพากษาหลายคนหยิบยกขึ้นมาหารือกับซอเออร์

“ผู้ก่อตั้งประเทศของเรามอบอำนาจการเก็บภาษีนี้ให้กับรัฐสภาเพียงผู้เดียว”

เมื่อผู้พิพากษาโรเบิร์ตส์ถามเขาว่าภาษีศุลกากรมีผลกระทบต่ออำนาจของประธานาธิบดีในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของสหรัฐหรือไม่ ดังที่ซอเออร์ได้โต้แย้งมาแล้ว ซึ่งทนายโจทก์ คาทยาลตอบว่า “เราเห็นด้วยว่าภาษีศุลกากรมีผลกระทบต่อนโยบายต่างประเทศ”

แต่เขาเสริมว่าบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งประเทศได้มอบอำนาจการเก็บภาษีให้กับรัฐสภาไว้ในรัฐธรรมนูญ

คาทยาลยังชี้ให้เห็นว่าแม้จะมีข้อโต้แย้งว่าภาษีศุลกากรถูกนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้า แต่ทรัมป์กลับกำหนดภาษีนำเข้าสินค้าจากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐสูงถึง 39% แม้ว่าสหรัฐจะมีดุลการค้าเกินดุลกับประเทศนั้นก็ตาม

เขากล่าวว่าไม่เคยมีประธานาธิบดีคนใดทำเรื่องแบบนี้มาก่อน

ด้านสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวในการยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อเดือนกันยายนว่า สหรัฐอาจต้องคืนเงิน 750,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 24 ล้านล้านบาท) หรือมากกว่านั้น หากศาลสูงสุดตัดสินว่าภาษีศุลกากรดังกล่าวผิดกฎหมาย และหากศาลรอจนถึงฤดูร้อนหน้าจึงจะมีคำตัดสินออกมา

เบสเซนต์เข้าร่วมฟังการพิจารณาคดีด้วย

ในโพสต์บน X ต่อมา เบสเซนต์เขียนว่า ซอเออร์ อัยการสูงสุด “ได้นำเสนอข้อโต้แย้งที่หนักแน่นและน่าเชื่อถือเกี่ยวกับความจำเป็นในการใช้อำนาจภาษีศุลกากรของ IEEPA เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศ”

“ที่สำคัญกว่านั้นนีล คาทยาล และเบนจามิน กัตแมน ทนายความของโจทก์ ได้สนับสนุนข้อโต้แย้งที่สะท้อนถึงความเข้าใจผิดและการบิดเบือนข้อเท็จจริงในสิ่งที่เป็นพื้นฐานเกี่ยวกับเป้าหมายการค้าของรัฐบาลทรัมป์” เบสเซนต์กล่าว

“ด้วยการแสดงให้เห็นถึงการขาดความเข้าใจทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง คุณคาทยาลและกัตแมนได้โต้แย้งว่าประธานาธิบดีมีอำนาจที่จะกำหนดมาตรการคว่ำบาตรหรือโควตาให้กับประเทศอื่น ๆ ได้ เพราะการกระทำเหล่านั้นไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของรัฐบาล” เบสเซนต์เขียน “แน่นอนว่าพวกเขาทำเช่นนั้น ช่างเป็นคำกล่าวที่น่าอับอายอะไรเช่นนี้ที่ต้องพูดต่อหน้าศาลสูงสุดสหรัฐ”

คดีนี้ถือเป็นบททดสอบทางกฎหมายที่สำคัญสำหรับทรัมป์ ซึ่งได้รับการตัดสินที่เป็นบวกจากศาลสูงสุดสำหรับนโยบายอื่น ๆ ในระหว่างดำรงตำแหน่งสมัยที่สองในทำเนียบขาว

ทรัมป์ ซึ่งไม่ได้ไปฟังการเริ่มพิจารณาคดี โพสต์บนโซเชียลเมื่อ 4 พฤศจิกายน เวลาท้องถิ่นยืนยันว่าภาษีศุลกากรมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องเศรษฐกิจและพลเมืองอเมริกัน เขากล่าวว่าภาษีเหล่านี้เป็นแรงผลักดันที่สำคัญให้บริษัทต่าง ๆ ผลิตสินค้าในสหรัฐ

ทรัมป์เขียนว่า “คดีในศาลสูงสุดสหรัฐพรุ่งนี้ (5 พฤศจิกายน) คือความเป็นความตายของประเทศเราอย่างแท้จริง”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาษีทรัมป์ ศาลสูงสุด