เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 67,150 บาท
‘ร้านยากรุงเทพ‘ พลิกกลยุทธ์ ผุดโมเดลใหม่-มุ่งซูเปอร์แอปสุขภาพ
Business ‘ร้านยากรุงเทพ‘ พลิกกลยุทธ์ ผุดโมเดลใหม่-มุ่งซูเปอร์แอปสุขภาพ
แสนสิริ อัดโปรบ้านหรูนาราสิริ-ณริณสิริ 4 ทำเลทอง ฟรีส่วนกลางสูงสุด 20 ปี
Real Estate แสนสิริ อัดโปรบ้านหรูนาราสิริ-ณริณสิริ 4 ทำเลทอง ฟรีส่วนกลางสูงสุด 20 ปี
ธุรกิจ ‘จ.น่าน’ สะท้อนเสียง ปรับแผนไทยเที่ยวไทยพลัส
Economic ธุรกิจ ‘จ.น่าน’ สะท้อนเสียง ปรับแผนไทยเที่ยวไทยพลัส
AF ผนึก NEC ดันสินเชื่อดิจิทัลทะลุพันล้าน เล็งขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
Finance AF ผนึก NEC ดันสินเชื่อดิจิทัลทะลุพันล้าน เล็งขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
‘จากน้ำท่วม ถึงมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล’
Columns ‘จากน้ำท่วม ถึงมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล’
ภูมิใจไทย มั่นใจ-พร้อมแจงศึกซักฟอก ‘ภราดร’ ชี้อย่าพูดทำให้คนนอกเสียหาย
Politics ภูมิใจไทย มั่นใจ-พร้อมแจงศึกซักฟอก ‘ภราดร’ ชี้อย่าพูดทำให้คนนอกเสียหาย
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! ต่างชาติขายหนัก-เปิด Short SET50 Futures จับตาแนวรับ 1,565 จุด
Finance หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! ต่างชาติขายหนัก-เปิด Short SET50 Futures จับตาแนวรับ 1,565 จุด
ขยะน้ำท่วมล้นชุมชน ‘เคหะร่มเกล้า’ กทม. ผนึก 4 หน่วยงาน เสริมทัพ ‘เขตบัดดี้’ เร่งเก็บ
News ขยะน้ำท่วมล้นชุมชน ‘เคหะร่มเกล้า’ กทม. ผนึก 4 หน่วยงาน เสริมทัพ ‘เขตบัดดี้’ เร่งเก็บ
ดูทั้งหมด

ศาลสูงสุดซักเข้ม คล้ายกังขาอย่างมาก คดีภาษีทรัมป์

06 พ.ย. 2568 | 08:51น.

ผู้พิพากษาศาลสูงสุดดูเหมือนจะมีความกังขาอย่างมากเกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายของภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรียกเก็บกับประเทศส่วนใหญ่ในโลก ผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษนิยมและเสรีนิยมตั้งคำถามอย่างแหลมคมต่ออัยการสูงสุด ดี. จอห์น ซอเออร์ เกี่ยวกับเหตุผลของภาษี ซึ่งฝ่ายนักวิจารณ์กล่าวว่าเป็นการละเมิดอำนาจของรัฐสภา

ซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานว่า ผู้พิพากษาศาลสูงสุดสหรัฐแสดงความกังขาเกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายของภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐบังคับใช้กับประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก ในการเริ่มไต่สวนคดีเมื่อ 5 พฤศจิกายน เวลาท้องถิ่น

ภาพร่างห้องพิจารณาคดีนี้แสดงให้เห็นผู้พิพากษาศาลสูงสุด (จากซ้ายไปขวา) ได้แก่ เอมี โคนีย์ บาร์เร็ตต์, นีล กอร์ซัช, โซเนีย โซโตมายอร์, ​​แคลเรนซ์ โทมัส, จอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลสูงสุด , ซามูเอล อลิโต, เอเลน่า คาแกน, เบรตต์ คาวานอห์ และเคทันจี บราวน์ แจ็กสัน กำลังรับฟังข้อโต้แย้งเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2025 ณ กรุงวอชิงตัน (ภาพโดย (Dana Verkouteren via AP)

ศาลสูงสุดซึ่งได้พิจารณาคำโต้แย้งทั้งสองฝ่ายนานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง จะยังไม่ออกคำตัดสินในคดีนี้ในวันเดียวกัน และยังไม่ชัดเจนว่าศาลจะประกาศคำตัดสินเมื่อใด แต่รัฐบาลทรัมป์ได้ขอให้เร่งรัดการตัดสินใจ

ในการเริ่มพิจารณาคดีของศาลสูงสุด ผู้พิพากษาฝ่ายอนุรักษนิยมและเสรีนิยมตั้งคำถามอย่างเผ็ดร้อนต่อ ดี. จอห์น ซอเออร์ อัยการสูงสุดเกี่ยวกับวิธีการบังคับใช้ภาษีศุลกากรของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งนักวิจารณ์กล่าวว่าเป็นการละเมิดอำนาจของรัฐสภาที่มีหน้าที่ในการเก็บภาษีตัวจริง

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาศาลล่างของรัฐบาลกลาง ตัดสินว่าทรัมป์ขาดอำนาจทางกฎหมายที่เขาใช้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act : IEEPA 1977) ในการกำหนดภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทนสำหรับสินค้านำเข้าจากคู่ค้าหลายรายของสหรัฐ และภาษีที่เชื่อมโยงกับเฟนทานิลสำหรับสินค้าจากแคนาดา จีน และเม็กซิโก

ซอเออร์ ผู้ซึ่งกำลังปกป้องนโยบายภาษีศุลกากรหรือว่าความให้รัฐบาล โดยอ้างว่าประธานาธิบดีมีอำนาจในการควบคุมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ภาษีเหล่านี้เป็นภาษีศุลกากรเพื่อการควบคุม ไม่ใช่ภาษีศุลกากรเพื่อสร้างรายได้

“ความจริงที่ว่าภาษีเหล่านี้สร้างรายได้นั้นเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ” ซอเออร์กล่าว ไม่นานหลังจากการโต้แย้งด้วยวาจาในคดีนี้เริ่มต้นขึ้น

ผู้พิพากษาโซเนีย โซโตมายอร์ หนึ่งในสมาชิกศาลฝั่งเสรีนิยมสามคนกล่าวกับซอเออร์ว่า “คุณบอกว่าภาษีศุลกากรไม่ใช่ภาษี แต่จริง ๆ แล้วมันคือภาษี”

“พวกมัน (ภาษีศุลกากร) กำลังทำเงินจากพลเมืองอเมริกัน ซึ่งคือรายได้” โซโตมายอร์กล่าว

ต่อมาเธอตั้งข้อสังเกตว่า ไม่มีประธานาธิบดีคนใดนอกจากทรัมป์ที่เคยใช้ IEEPA เพื่อกำหนดภาษีศุลกากรนับตั้งแต่กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ในปี 1977

นีล กอร์ซัช หนึ่งในผู้พิพากษาศาลสายอนุรักษนิยมหกคน กดดันซอเออร์เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ว่าทรัมป์ได้กำหนดภาษีศุลกากรฝ่ายเดียว โดยอ้างถึงสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศที่อ้างว่าเกิดจากความไม่สมดุลทางการค้าและการไหลเวียนของเฟนทานิลเข้าสู่สหรัฐอเมริกา โดยที่รัฐสภาไม่ได้อนุมัติ

“จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อประธานาธิบดีใช้อำนาจวีโต้ (สิทธิยับยั้ง) ในการออกกฎหมาย เพื่อช่วงชิงอำนาจในเรื่องเหล่านี้กลับคืนมา” ผู้พิพากษากอร์ซัช ตั้งคำถาม

“ดังนั้น ในทางปฏิบัติ รัฐสภาจะไม่สามารถนำอำนาจนี้กลับคืนมาได้ เมื่อส่งมอบอำนาจนั้นให้กับประธานาธิบดีแล้ว” กอร์ซัชกล่าว “มันเป็นการโยกย้ายอำนาจแบบฝ่ายเดียวไปสู่การเพิ่มพูนอำนาจอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ต่อเนื่องของฝ่ายบริหาร และห่างไกลจากตัวแทนที่ประชาชนเลือกมา”

ผู้พิพากษาฝั่งอนุรักษนิยมคนอื่น ๆ เช่น ประธานศาลจอห์น โรเบิร์ตส์ และเอมี่ โคนีย์ บาร์เร็ตต์, เบรตต์ คาวานอห์ และซามูเอล อลิโต ต่างกดดันซอเออร์เช่นกัน

ภาษีศุลกากรเริ่มต้นที่ 10% สำหรับหลายประเทศ และพุ่งสูงถึง 50% สำหรับสินค้าจากอินเดียและบราซิล

ตามข้อมูลของกลุ่มคณะกรรมาธิการงบประมาณกลางอย่างมีความรับผิดชอบ (Committee for a Responsible Federal Budget) ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลและสถาบันคลังสมองในกรุงวอชิงตัน ระบุว่า หากยังคงใช้ภาษีศุลกากรต่อไป จะทำให้สหรัฐอเมริกามีรายได้เพิ่มขึ้น 3 ล้านล้านดอลลาร์ (97 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2035

รัฐบาลกลางจัดเก็บภาษีศุลกากรได้ 151,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.9 ล้านล้านบาท) ในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 300% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีงบประมาณ 2024

นีล คาทยาล ทนายความโจทก์ในคดีนี้ เริ่มต้นการโต้แย้งโดยกล่าวว่า “ภาษีศุลกากรก็คือภาษี” โดยหยิบยกประเด็นที่ผู้พิพากษาหลายคนหยิบยกขึ้นมาหารือกับซอเออร์

“ผู้ก่อตั้งประเทศของเรามอบอำนาจการเก็บภาษีนี้ให้กับรัฐสภาเพียงผู้เดียว”

เมื่อผู้พิพากษาโรเบิร์ตส์ถามเขาว่าภาษีศุลกากรมีผลกระทบต่ออำนาจของประธานาธิบดีในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของสหรัฐหรือไม่ ดังที่ซอเออร์ได้โต้แย้งมาแล้ว ซึ่งทนายโจทก์ คาทยาลตอบว่า “เราเห็นด้วยว่าภาษีศุลกากรมีผลกระทบต่อนโยบายต่างประเทศ”

แต่เขาเสริมว่าบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งประเทศได้มอบอำนาจการเก็บภาษีให้กับรัฐสภาไว้ในรัฐธรรมนูญ

คาทยาลยังชี้ให้เห็นว่าแม้จะมีข้อโต้แย้งว่าภาษีศุลกากรถูกนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้า แต่ทรัมป์กลับกำหนดภาษีนำเข้าสินค้าจากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐสูงถึง 39% แม้ว่าสหรัฐจะมีดุลการค้าเกินดุลกับประเทศนั้นก็ตาม

เขากล่าวว่าไม่เคยมีประธานาธิบดีคนใดทำเรื่องแบบนี้มาก่อน

ด้านสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวในการยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อเดือนกันยายนว่า สหรัฐอาจต้องคืนเงิน 750,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 24 ล้านล้านบาท) หรือมากกว่านั้น หากศาลสูงสุดตัดสินว่าภาษีศุลกากรดังกล่าวผิดกฎหมาย และหากศาลรอจนถึงฤดูร้อนหน้าจึงจะมีคำตัดสินออกมา

เบสเซนต์เข้าร่วมฟังการพิจารณาคดีด้วย

ในโพสต์บน X ต่อมา เบสเซนต์เขียนว่า ซอเออร์ อัยการสูงสุด “ได้นำเสนอข้อโต้แย้งที่หนักแน่นและน่าเชื่อถือเกี่ยวกับความจำเป็นในการใช้อำนาจภาษีศุลกากรของ IEEPA เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศ”

“ที่สำคัญกว่านั้นนีล คาทยาล และเบนจามิน กัตแมน ทนายความของโจทก์ ได้สนับสนุนข้อโต้แย้งที่สะท้อนถึงความเข้าใจผิดและการบิดเบือนข้อเท็จจริงในสิ่งที่เป็นพื้นฐานเกี่ยวกับเป้าหมายการค้าของรัฐบาลทรัมป์” เบสเซนต์กล่าว

“ด้วยการแสดงให้เห็นถึงการขาดความเข้าใจทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง คุณคาทยาลและกัตแมนได้โต้แย้งว่าประธานาธิบดีมีอำนาจที่จะกำหนดมาตรการคว่ำบาตรหรือโควตาให้กับประเทศอื่น ๆ ได้ เพราะการกระทำเหล่านั้นไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของรัฐบาล” เบสเซนต์เขียน “แน่นอนว่าพวกเขาทำเช่นนั้น ช่างเป็นคำกล่าวที่น่าอับอายอะไรเช่นนี้ที่ต้องพูดต่อหน้าศาลสูงสุดสหรัฐ”

คดีนี้ถือเป็นบททดสอบทางกฎหมายที่สำคัญสำหรับทรัมป์ ซึ่งได้รับการตัดสินที่เป็นบวกจากศาลสูงสุดสำหรับนโยบายอื่น ๆ ในระหว่างดำรงตำแหน่งสมัยที่สองในทำเนียบขาว

ทรัมป์ ซึ่งไม่ได้ไปฟังการเริ่มพิจารณาคดี โพสต์บนโซเชียลเมื่อ 4 พฤศจิกายน เวลาท้องถิ่นยืนยันว่าภาษีศุลกากรมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องเศรษฐกิจและพลเมืองอเมริกัน เขากล่าวว่าภาษีเหล่านี้เป็นแรงผลักดันที่สำคัญให้บริษัทต่าง ๆ ผลิตสินค้าในสหรัฐ

ทรัมป์เขียนว่า “คดีในศาลสูงสุดสหรัฐพรุ่งนี้ (5 พฤศจิกายน) คือความเป็นความตายของประเทศเราอย่างแท้จริง”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาษีทรัมป์ ศาลสูงสุด