เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

โตโยต้า ขยายโครงการประกันรถยนต์ฟรี ครอบคลุมอีก 5 พื้นที่รวมอาเซียน

27 พ.ย. 2568 | 12:14น.

โตโยต้า ขยายบริการประกันรถยนต์ฟรี เพิ่มอีก 5 ภูมิภาค รวมเอเชีย ทั้งเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เพื่อสร้างรายได้หลังการขาย ลดการพึ่งพารายได้จากการขายแบบครั้งเดียวจบ

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) กำลังขยายบริการประกันรถยนต์ฟรีตามพื้นที่อีก 5 ภูมิภาค คือ เอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา จีน และโอเชียเนีย โดยเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามยกระดับกลยุทธ์สร้างรายได้หลังการขาย

โตโยต้า เปิดตัวโครงการประกันรถยนต์ที่ใช้งานแล้ว (Service-activated Warranty Program) ครั้งแรกในยุโรป เมื่อปี 2020 โดยจะเพิ่มระยะเวลาประกันฟรีโดยอัตโนมัติ หากเจ้าของรถนำรถยนต์มาตรวจเช็กสภาพกับตัวแทนจำหน่ายที่เป็นทางการของโตโยต้า (ดีลเลอร์) ตามระยะเวลาที่กำหนด สำหรับโครงการที่ยุโรป ประกันรถยนต์จะขยายเพิ่มอีก 1 ปี หรือ 15,000 กิโลเมตร หากนำรถมาตรวจสภาพกับดีลเลอร์ปีละครั้ง ครอบคลุมระยะเวลาสูงสุด 10 ปี

ในส่วนของโครงการใหม่ที่ขยายไปยัง 5 ภูมิภาค จะมีรายละเอียดแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค โดยขึ้นอยู่กับสภาพท้องถนน เช่น ไต้หวันมีสภาพถนนที่แย่กว่ายุโรป ดังนั้นจะต่ออายุประกันออกไป 6 เดือน หากนำรถมาตรวจสภาพอย่างน้อยทุก ๆ 6 เดือน ทั้งนี้ โตโยต้าและดีลเลอร์ในพื้นที่ จะทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดโปรแกรมประกันที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละภูมิภาค

การต่อประกันฟรีตามเงื่อนไขการเช็กสภาพรถ จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ขับขี่เข้าพบตัวแทนจำหน่ายที่โตโยต้ารับรองอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะนำไปสู่บริการอื่น ๆ เช่น การซ่อมแซมและการซื้ออะไหล่ทดแทนจากดีลเลอร์ ป้องกันลูกค้าไปใช้บริการกับร้านค้าท้องถิ่นซึ่งมีราคาถูกกว่า

อีกทั้งยังช่วยให้โตโยต้าสามารถรวบรวมข้อมูลจำนวนมากจากรถยนต์ค่ายตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นสภาพถนนและแนวปฏิบัติในการเป็นเจ้าของรถ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ การรวบรวมข้อมูลนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถพัฒนารถยนต์และบริการใหม่ ๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละตลาดได้ ตัวอย่างหนึ่งคือ บริการจัดส่งอะไหล่ถึงที่ ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อให้บริการในพื้นที่ชนบทห่างไกล ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเจ้าของรถไม่สามารถนำรถมาเข้ารับบริการที่ตัวแทนจำหน่ายได้

 

กลยุทธ์สร้างรายได้ผ่านห่วงโซ่คุณค่า

โดยปกติแล้ว ผู้ผลิตรถยนต์มีรายได้ส่วนใหญ่จากการขายรถยนต์มือหนึ่ง และหากการผลิตรถยนต์ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วน เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ จะส่งผลต่อรายได้ของบริษัทอย่างมาก โตโยต้าจึงกำลังมุ่งเน้นพัฒนาธุรกิจหลังการขาย เป็นส่วนหนึ่งของ “กลยุทธ์ห่วงโซ่คุณค่า”

โยอิจิ มิยาซากิ รองประธานบริหารโตโยต้า กล่าวว่า บริษัทมีรายได้จากบริการหลังการขายเพิ่มขึ้นประมาณ 2 ล้านล้านเยน (ราว 4.1 แสนล้านบาท) และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มมูลค่าของรถยนต์โตโยต้า 150 ล้านคัน ที่วิ่งอยู่บนท้องถนน 

โปรแกรมการรับประกันฟรีเริ่มเห็นผล จากอัตราค่าบริการในการนำรถยนต์โตโยต้าและในเครือ มาตรวจเช็กสภาพ โดยในยุโรปเพิ่มขึ้น 5% ในช่วงปี 2020-2024 และคาดว่ารายได้จากกลยุทธ์ห่วงโซ่คุณค่าจะเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากรถยนต์ที่ควบคุมด้วยระบบซอฟต์แวร์ได้รับความนิยมมากขึ้น และรถเหล่านี้จำเป็นต้องมีการอัพเดตและอัพเกรดซอฟต์แวร์เพิ่มเติม

ยอดขายของโตโยต้ากำลังเพิ่มสูงขึ้นในตลาดเกิดใหม่ ในช่วงครึ่งปีแรกของเดือนเมษายน-กันยายน 2025 บริษัทมียอดขายรถยนต์มากกว่า 1.38 ล้านคันในภูมิภาคเกิดใหม่ เช่น ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชีย ไม่รวมจีน นับเป็นการเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2016 ทั้งนี้ บริษัทคาดการณ์ว่าจะยังคงเติบโตต่อไป แม้ว่าตลาดญี่ปุ่นจะหดตัวลงก็ตาม