Skip to content

สหรัฐบุกจับปธน.มาดูโร กรุยทางกายอานา-ยักษ์น้ำมันที่ถูกขับพ้นเวเนซุเอลา ?

05 ม.ค. 2569 | 08:35น.
สหรัฐบุกจับปธน.มาดูโร กรุยทางกายอานา-ยักษ์น้ำมันที่ถูกขับพ้นเวเนซุเอลา ?

ก่อนเกิดเหตุการณ์ที่สหรัฐแทรกแซงเวเนเซุเอลา เปิดฉากโจมตีกรุงการากัส เมืองหลวง ในคืนวันที่ 3 มกราคม เวลาท้องถิ่น และได้บุกจับนายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีและภรรยา ทั้งสองโดนข้อหาหนักรวมถึงการก่อการร้ายโดยใช้กำไรจากการค้ายาเสพติดและดำเนินคดีบนแผ่นดินอเมริกาในศาลนิวยอร์ก

เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมเหตุการณ์สะเทือนโลก ‘ประชาชาติธุรกิจ’ ชวนวิเคราะห์ความขัดแย้งอายุ 200 ปีระหว่างเวเนซุเอลา (Venezuela) กับกายอานา (Guyana) เหนือดินแดนเอสเซกีโบ (Essequibo) ซึ่งอุดมด้วยน้ำมัน ที่กายอานาควบคุมอยู่และความเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจของบริษัทน้ำมันข้ามชาติสหรัฐ

ภาพแสดงพื้นที่ความขัดแย้งเวเนซุเอลากับกายอานา ซึ่งเวเนซุเอลาอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ภูมิภาคเอสเซกีโบ ซึ่งเป็นแทบเหลืองบนพื้นสีเขียว ส่วนพื้นที่น้ำมันแสดงเป็นสีเทา (Britannica)

ย้อนไปเมื่อวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2025 ขณะที่เรือพิฆาตของสหรัฐ 3 ลำมุ่งหน้าไปยังน่านน้ำนอกชายฝั่งเวเนซุเอลา และประธานาธิบดีมาดูโร ระดมกำลังทหาร 4.5 ล้านคนเพื่อตอบโต้ ในขณะที่มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐโพสต์ข้อความสั้นๆ เพียงคำเดียวว่า “#กายอานา”

กายอานา เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ บริติชกายอานา (British Guiana) มีพรมแดนทางตะวันตกติดกับเวเนซุเอลา และที่สำคัญมีประเด็นพิพาทเหนือน่านน้ำเอสเซกีโบ ซึ่งประเมินว่ามีน้ำมันมหาศาล

โพสต์ดังกล่าวของรูบิโอมีภาพหน้าจอของแถลงการณ์จากรัฐบาลกายอานา ซึ่งสะท้อนความกังวลจากรัฐบาลสหรัฐเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติของเวเนซุเอลา และแทบจะให้การสนับสนุนการยกระดับทางการทหาร ความกังวลเหล่านั้นมีพื้นฐานมาจากข้อกล่าวอ้างที่ถูกหักล้างไปแล้วว่า ประธานาธิบดีมาดูโรเป็นหัวหน้าของ “กลุ่มคาร์เทลแห่งดวงอาทิตย์” หรือ “Cartel of the Suns” ที่ใช้ยาเสพติดและความรุนแรงของแก๊งเป็นอาวุธสงครามต่อต้านสหรัฐ

เดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลาตอบโต้โดยกล่าวว่า ทวีตของรูบิโอเป็นหลักฐานว่า “ผู้ที่ปกครองในกายอานา” ไม่ใช่ประธานาธิบดีกายอานา หรือรูบิโอ แต่เป็นบริษัทน้ำมันข้ามชาติของสหรัฐอย่างเอ็กซอนโมบิล (ExxonMobil)

ตั้งแต่ปี 2015 เอ็กซอนเป็นผู้นำในการสำรวจน้ำมันประมาณ 11 พันล้านบาร์เรลในกายอานา และรูบิโอได้ให้คำมั่นสัญญาของสหรัฐ ว่าจะให้การรับประกันความมั่นคงปลอดภัยแก่กายอานาและเอ็กซอน ในการเยือนกายอานาเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐได้เตือนเวเนซุเอลาไม่ให้โจมตีแหล่งน้ำมันของเอ็กซอน “มันจะเป็นวันที่เลวร้ายมากสำหรับระบอบการปกครองของเวเนซุเอลา หากพวกเขาโจมตีกายอานาหรือโจมตีเอ็กซอนโมบิล” รูบิโอกล่าวในขณะนั้น

ขณะเดียวกัน ตามการรายงานของเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ Responsible Statecraft ระบุว่าเชฟรอน (Chevron) คู่แข่งของเอ็กซอน พยายามที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลเวเนซุเอลา ซึ่งเชฟรอนดำเนินงานในเวเนซุเอลามาตั้งแต่ทศวรรษ 1920 อย่างต่อเนื่องเกือบตลอดมาโดยไม่หยุดชะงัก รวมถึงในสมัยรัฐบาลของประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ และมาดูโร รัฐบาลทรัมป์อนุญาตให้เชฟรอนดำเนินงานในเวเนซุเอลาภายใต้เงื่อนไขที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยสูบน้ำมันประมาณ 200,000 บาร์เรลต่อวัน แม้ว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐจะยืนยันว่ากำลังช่วยเหลือบริษัทของสหรัฐ โดยไม่ช่วยเหลือระบอบมาดูโร แต่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในกรณีทำงานร่วมกับเวเนซุเอลา อ้างว่า “เชฟรอนโมเดล” เป็นเพียงการให้ความช่วยเหลือแก่มาดูโรเท่านั้น

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานเมื่อ 17 ธันวาคมว่า เชฟรอน ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันเพียงแห่งเดียวของสหรัฐที่ทำธุรกิจในเวเนซุเอลา ไม่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งห้ามเรือบรรทุกน้ำมันเข้า-ออกเวเนซุเอลาของทรัมป์เมื่อปลายธันวาคมปีที่แล้ว ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงปัจจุบัน เชฟรอนจะแบ่งน้ำมันที่ผลิตได้จากการดำเนินธุรกิจร่วมกับ Petróleos de Venezuela:PDVSA ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติ ให้แก่เวเนซุเอลาเป็นเปอร์เซ็นต์ภายใต้ใบอนุญาตที่ออกโดยกระทรวงการคลังสหรัฐ ซึ่งช่วยยกเว้นให้บริษัทสัญชาติอเมริกันรายนี้ไม่ต้องถูกคว่ำบาตร

เชฟรอนกล่าวในแถลงการณ์เมื่อช่วงดึกของวันที่ 16 ธันวาคม ว่าการดำเนินงานในเวเนซุเอลา ยังคงดำเนินต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก และเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างครบถ้วน รวมถึงสอดคล้องกับกรอบการคว่ำบาตรที่กำหนดโดยรัฐบาลสหรัฐ

เชฟรอนสามารถทำธุรกิจน้ำมันในเวเนซุเอลาได้โดยไม่สะดุด

แต่สำหรับคู่แข่งของเชฟรอน อย่างเอ็กซอนกลายเป็นสัญลักษณ์ของการรณรงค์กดดันสูงสุดและเป็น “ศัตรูของประชาชนเวเนซุเอลา” ตามคำกล่าวของมาดูโร เนื่องจากเอ็กซอนทำงานร่วมกับกายอานา ประเทศเพื่อนบ้านในดินแดนที่เวเนซุเอลามีข้อพิพาท

รัฐบาลเวเนซุเอลาได้ยึดแหล่งน้ำมันเอกชนแห่งสุดท้ายมาเป็นของรัฐในปี 2007 และในขณะที่บริษัทน้ำมันข้ามชาติส่วนใหญ่ยอมรับกฎหมายควบคุมใหม่ แต่ โคโนโคฟิลลิปส์ (ConocoPhilips) และเอ็กซอนโมบิล กลับปฏิเสธ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน (Rex Tillerson) ซีอีโอของเอ็กซอนในขณะนั้น ประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกทางการเวเนซุเอลายึดไว้ที่ประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.1 แสนล้านบาท) แต่คณะอนุญาโตตุลาการของธนาคารโลก (World Bank) สั่งให้เวเนซุเอลาจ่ายคืนเพียงเศษเสี้ยวของมูลค่าดังกล่าว คือ 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 50,000 ล้านบาท)

เอ็กซอนถูกผลักดันออกจากเวเนซุเอลาอย่างได้ผลราวปี 2007 จากคำสั่งของชาเวซ ซึ่งให้บริษัทน้ำมันต่างชาติส่งมอบการควบคุมส่วนใหญ่ (อย่างน้อย 60%) ของโครงการต่างๆ ให้กับ PDVSA ในฐานะส่วนหนึ่งของการผลักดันการแปรรูปน้ำมันเป็นของรัฐ ซึ่งเอ็กซอนปฏิเสธเงื่อนไขใหม่เหล่านี้ ส่งผลให้ทรัพย์สินของบริษัทถูกยึด เกิดการต่อสู้ทางกฎหมาย และในที่สุดบริษัทก็ต้องออกจากประเทศไป

การแก้แค้นเอาคืนของเอ็กซอนมาในรูปแบบของประเทศเพื่อนบ้านของเวเนซุเอลา นั่นคือ กายอานา โดยในปี 2015 ทิลเลอร์สัน ซีอีโอเอ็กซอน ซึ่งต่อมาได้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์สมัยแรกในอีกสองปีต่อมา เริ่มทำงานร่วมกับกายอานาเพื่อสำรวจน้ำมัน 11,000 ล้านบาร์เรลในน่านน้ำที่เวเนซุเอลาอ้างสิทธิ์ เวเนซุเอลาจึงเริ่มข่มขู่ว่าจะรุกรานประเทศเพื่อนบ้านในช่วงปลายปี 2023 ในดินแดนพิพาทเอสเซกีโบ โดยส่งกองกำลังไปยังชายแดนเพื่อฝึกซ้อมทางทหารและสร้างทางหลวงที่จำเป็นสำหรับการรุกราน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐกล่าวในการแถลงข่าวที่บ้านพักในรัฐฟลอริดา ภายหลังปฏิบัติการโจมตีกรุงการากัส ว่า สหรัฐจะเข้าควบคุมแหล่งน้ำมันสำรองขนาดใหญ่ของเวเนซุเอลา และจะชักชวนบริษัทอเมริกันให้ลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันที่เสียหายอย่างหนักของประเทศ

“เราจะให้บริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก เข้าไปลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ ซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายอย่างหนัก โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน และเริ่มสร้างรายได้ให้กับประเทศ” ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวเสริม

ปัจจุบันเวเนซุเอลานั่งทับขุมทรัพย์น้ำมันดิบสำรองที่มีปริมาณมหาศาลถึง 303,000 ล้านบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณสำรองทั่วโลก แซงหน้าซาอุดีอาระเบีย และคิดเป็นเกือบ 20% ของปริมาณสำรองทั่วโลกในปี 2023 ปริมาณน้ำมันดิบมากมายนี้จะมีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของประเทศ ตามข้อมูลของสำนักงานข้อมูลพลังงานแห่งสหรัฐอเมริกา (EIA)

เวเนซุเอลาผลิตน้ำมันได้เพียงประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 0.8% ของการผลิตน้ำมันดิบทั่วโลก

ความขัดแย้งกายอานา-เวเนฯเหนือพื้นที่อุดมน้ำมัน

ข้อมูลจากสถาบันคลังสมองศูนย์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศบราซิล (CEBRI) ระบุว่า ในเดือนธันวาคม 2023 ประธานาธิบดีนิโคลัสขู่ว่าจะผนวกเอสเซกีโบ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีขนาดเท่ากับสองในสามของดินแดนกายอานา เป็นการรื้อฟื้นข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมาเกือบ 200 ปีระหว่างเวเนซุเอลาและบริติชกายอานา (ต่อมาคือกายอานา) แม้ว่าการตัดสินของอนุญาโตตุลาการในปี 1899 จะมอบดินแดนส่วนใหญ่ให้แก่สหราชอาณาจักร แต่เวเนซุเอลาก็ได้รื้อฟื้นการอ้างสิทธิ์ของตนในปี 1962 ความพยายามในการแก้ไขปัญหา รวมถึงข้อตกลงเจนีวาปี 1966 ล้มเหลว การค้นพบน้ำมันในปี 2015 ยิ่งทำให้ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น จนถึงจุดสูงสุดคือคำขาดของมาดูโรในปี 2023 แม้ว่าแรงกดดันจากนานาชาติจะป้องกันไม่ให้เกิดการใช้กำลังทางทหารก็ตาม

บีบีซี (BBC) รายงานเมื่อ 7 ธันวาคม 2023 ว่า ประธานาธิบดีมาดูโร กำลังเดินหน้าแผนการเข้าครอบครองเอสเซกีโบ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่อุดมไปด้วยน้ำมันอยู่ภายใต้การควบคุมของกายอานา ประเทศเพื่อนบ้านของเวเนซุเอลา โดยเขาได้สั่งให้บริษัทน้ำมันของรัฐออกใบอนุญาตการขุดเจาะในพื้นที่ดังกล่าว และเสนอให้สภาผ่านร่างกฎหมายที่ทำให้พื้นที่นั้นเป็นส่วนหนึ่งของเวเนซุเอลา กายอานาสั่งให้กองกำลังป้องกันประเทศเตรียมพร้อมเต็มที่เพื่อตอบโต้

และเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม 2023 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวเวเนซุเอลาได้อนุมัติการลงประชามติอ้างสิทธิ์เหนือเอสเซควิโบโบ ซึ่งเป็นการเพิ่มความตึงเครียดขึ้น

ประธานาธิบดีอิรฟาน อาลี ผู้นำกายอานา กล่าวในเฟซบุ๊กประณาม “ความผิดพลาด” ของนายมาดูโร และเขาได้พูดคุยกับเลขาธิการสหประชาชาติแล้ว และขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติพิจารณาเข้าแทรกแซง

“นี่คือภัยคุกคามโดยตรงต่อบูรณภาพดินแดน อธิปไตย และเอกราชทางการเมืองของกายอานา” เขากล่าว “กายอานาถือว่านี่เป็นภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา…และจะเพิ่มมาตรการป้องกันเพื่อปกป้องดินแดนของตน” ประธานาธิบดีกายอานา กล่าว

ผู้นำกายอานา ยังพยายามสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนของประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทน้ำมัน ว่าเงินของพวกเขานั้นปลอดภัย