Skip to content

Doomsday Clock 2026 : นาฬิกาวันสิ้นโลก ปรับเร็วขึ้น 4 วิ

28 ม.ค. 2569 | 12:43น.
Doomsday Clock 2026 : นาฬิกาวันสิ้นโลก ปรับเร็วขึ้น 4 วิ

นาฬิกาวันสิ้นโลก (Doomsday Clock) ปีนี้ขยับเข้าใกล้เที่ยงคืนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เหลือเพียง 85 วินาที จาก 89 วินาทีเมื่อปีที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์เตือนโลกเสี่ยงหายนะรอบด้าน

นักวิทยาศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ประกาศปรับ ‘นาฬิกาวันสิ้นโลก’ (Doomsday Clock) ให้เข้าใกล้เที่ยงคืนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยตั้งเวลาไว้ที่ 85 วินาทีก่อนเที่ยงคืน (เที่ยงคืน คือ จุดสมมุติของการล่มสลายหรือการทำลายล้างมนุษยชาติ) ท่ามกลางความกังวลต่อพฤติกรรมแข็งกร้าวของประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์อย่าง รัสเซีย จีน และสหรัฐ ที่มาพร้อมกับความเสื่อมถอยของระบบควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ ความขัดแย้งในยูเครนและตะวันออกกลาง รวมถึงความเสี่ยงจากปัญญาประดิษฐ์ (AI)

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2026 ทาง Bulletin of the Atomic Scientists องค์กรจดหมายข่าวนักวิทยาศาสตร์อะตอม ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรด้านวิทยาศาสตร์ ตั้งนาฬิกาไว้ที่ 85 วินาทีก่อนเที่ยงคืน เร็วขึ้นจากปีก่อนหน้า 4 วินาที และถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 ปี ที่นักวิทยาศาสตร์ขยับเข็มนาฬิกาเข้าใกล้เที่ยงคืน

นาฬิกาวันสิ้นโลก คืออะไร ?

Doomsday Clock หรือนาฬิกาวันสิ้นโลก ถูกสร้างขึ้นในปี 1947 ในช่วงต้นของสงครามเย็น เพื่อเป็นสัญลักษณ์เตือนสาธารณชนว่า มนุษยชาติกำลังเข้าใกล้การทำลายล้างโลกมากเพียงใด ซึ่งเวลา ‘เที่ยงคืน’ หมายถึง ช่วงเวลาที่โลกเผชิญหายนะในระดับที่ไม่อาจย้อนกลับได้ ไม่ว่าจะเป็นสงครามนิวเคลียร์เต็มรูปแบบ หรือภัยพิบัติระดับโลกจากมนุษย์

องค์กรดูแลนาฬิกานี้ ก่อตั้งขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำระดับดับโลกอย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ และ เจ. โรเบิร์ต ออปเพนไฮเมอร์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งมีคณะกรรมการที่ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ด้านฟิสิกส์ ความมั่นคง และผู้ได้รับรางวัลโนเบลหลายคน

นิวเคลียร์ AI

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า หนึ่งในความเสี่ยงสำคัญคือการนำ AI ไปผนวกเข้ากับระบบกองทัพโดยขาดการกำกับดูแล รวมถึงความเป็นไปได้ที่ AI จะถูกนำไปใช้ช่วยพัฒนาอาวุธชีวภาพ ตลอดจนบทบาทของเทคโนโลยีนี้ในการเร่งการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จทั่วโลก นอกจากนี้ วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นภัยคุกคามสำคัญที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเพียงพอ

“แน่นอนว่า นาฬิกาวันสิ้นโลก เป็นเรื่องของความเสี่ยงระดับโลก และสิ่งที่เราเห็นคือความล้มเหลวของผู้นำทั่วโลก…ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ตาม การขยับไปสู่แนวคิดแบบ นีโออิมพีเรียลลิสม์ และการปกครองในลักษณะ ออร์เวลเลียน จะยิ่งผลักให้นาฬิกาเข้าใกล้เที่ยงคืนมากขึ้นเท่านั้น”

“สารที่นาฬิกาวันสิ้นโลกส่งออกมา ชัดเจนกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ความเสี่ยงระดับหายนะกำลังเพิ่มขึ้น ความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังลดลง และเรากำลังหมดเวลา”

ช่วงเวลาที่เข็มนาฬิกาเปลี่ยน

นาฬิกาวันสิ้นโลกถูกตั้งไว้ที่ 7 นาทีก่อนเที่ยงคืนในปี 1947 และถูกปรับมาแล้วทั้งหมด 27 ครั้ง

จุดที่เข็มอยู่ไกลจากเที่ยงคืนที่สุดคือ 17 นาทีในปี 1991 หลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย ทำให้มีการลงนามสนธิสัญญาลดอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เข็มนาฬิกากลับขยับเข้าใกล้เที่ยงคืนอย่างต่อเนื่อง

  • จาก 3 นาทีในปี 2015
  • เหลือ 89 วินาทีในปี 2025
  • และล่าสุด 85 วินาทีในปี 2026

แถลงการณ์ปี 2026 ขององค์กรระบุว่า

“เมื่อปีที่แล้ว เราเตือนแล้วว่าโลกกำลังเข้าใกล้หายนะระดับโลกอย่างอันตราย และการชะลอการแก้ไขจะยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดภัยพิบัติ แต่แทนที่จะรับฟังคำเตือน รัสเซีย-จีน-สหรัฐ และประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ กลับมีท่าทีแข็งกร้าว เป็นปฏิปักษ์ และชาตินิยมมากขึ้น”

หนึ่งในปัจจัยแข็งกร้าวสำคัญของปีนี้คือ การสิ้นสุดสนธิสัญญา New START ซึ่งเป็นข้อตกลงควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ฉบับสุดท้ายระหว่างสหรัฐ-รัสเซีย

สนธิสัญญาดังกล่าวจำกัดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ของทั้งสองประเทศ และการสิ้นสุดลงครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1970 ที่จะไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมายใด ๆ ต่อคลังอาวุธนิวเคลียร์ของสองมหาอำนาจนี้

กลุ่มรณรงค์ระหว่างประเทศเพื่อทำลายอาวุธนิวเคลียร์ (International Campaign to Abolish Nuclear Weapons) : ICAN เคลื่อนไหวถึงสถาการณ์ดังกล่าวว่า

“โลกที่กำลังเผชิญความเสี่ยงนิวเคลียร์ที่ทวีความรุนแรง และการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์รอบใหม่อย่างเต็มรูปแบบ”

ข้อมูลจากสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (SIPRI) ระบุว่า ปัจจุบันมี 9 ประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และสหรัฐ กับรัสเซียรวมกันถือครองถึง ราว 90% ของอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดในโลก

แม้จะมีความพยายามควบคุมอาวุธในอดีต แต่นักวิเคราะห์ชี้ว่า คลังนิวเคลียร์ของหลายประเทศกลับถูกขยายและปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้น

ICAN เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ เร่งเข้าร่วม สนธิสัญญาห้ามอาวุธนิวเคลียร์ของสหประชาชาติ ซึ่งเป็นกรอบระหว่างประเทศเพียงฉบับเดียวที่มุ่งไปสู่การยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์อย่างถาวร

“การเข้าร่วมสนธิสัญญานี้คือก้าวที่มีความหมายที่สุด ที่เราจะช่วยกันหมุนนาฬิกาวันสิ้นโลกให้ถอยห่างจากเที่ยงคืน”

ปี 2025 ไม่มีสัญญาณบวกด้านนิวเคลียร์

เบลล์ระบุว่า ในปี 2025 ไม่มีแนวโน้มใดที่ชี้ไปในทิศทางที่ดีขึ้นประเด็นความเสี่ยงอาุธนิวเคลียร์ กรอบความร่วมมือทางการทูตที่มีมาอย่างยาวนาน สร้างความกังวลเรื่องการแพร่ขยายอาวุธเพิ่มสูงขึ้น

ชี้ถึงสงครามของรัสเซีย-ยูเครน การเข้ามาแทรกแทรงของสหรัฐ และอิสราเอล-อิหร่าน รวมถึงการปะทะตามแนวชายแดนระหว่างอินเดีย-ปากีสถาน ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในเอเชีย โดยเฉพาะคาบสมุทรเกาหลี และภัยคุกคามของจีน-ไต้หวัน ก็ยังดำเนินต่อไป เช่นเดียวกับความตึงเครียดในซีกโลกตะวันตกที่เพิ่มขึ้น นับตั้งแต่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งเมื่อหนึ่งปีก่อน

สนธิสัญญานิวเคลียร์ใกล้หมดอายุ

สนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ฉบับสุดท้ายระหว่างสหรัฐ และรัสเซีย คือ New START มีกำหนดหมดอายุในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 นี้ มีมาตรการจำกัดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ที่ประจำการไว้ไม่เกินฝ่ายละ 1,550 หัว แม้ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย จะเสนอให้ขยายการปฏิบัติตามข้อตกลงออกไปอีก 1 ปี แต่ทรัมป์ยังไม่ได้ตอบรับอย่างเป็นทางการ และนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงตะวันตกยังเห็นต่างกันถึงความเหมาะสมของข้อเสนอดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ได้สั่งให้กองทัพสหรัฐ กลับมาเริ่มกระบวนการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง หลังหยุดไปนานกว่า 3 ทศวรรษ แต่ครั้งนี้จีนได้เปรียบมากที่สุด หากโลกกลับสู่ยุคการทดสอบนิวเคลียร์เต็มรูปแบบ

‘ข้อมูลเท็จ’ กับวันสิ้นโลกเชิงข้อมูล

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ยังมี มาเรีย เรสซา นักข่าวรางวัลโนเบลสันติภาพปี 2021 เข้าร่วม โดยเธอเตือนว่า โลกกำลังเผชิญ ‘อาร์มาเกดดอนด้านข้อมูลข่าวสาร’ และเทคโนโลยี กล่าวคือ สื่อสารมวลชนต้องต่อสู้ข้อมูลเท็จกับเอไอ ตั้งแต่โซเชียลมีเดียไปจนถึงงานเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งแพร่กระจายข้อมูลเท็จได้เร็วกว่าเรื่องจริง

“เราอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีซึ่งปกครองชีวิตเรา ไม่ได้ยึดโยงอยู่กับข้อเท็จจริง แชตบอตของคุณก็เป็นเพียงเครื่องจักรที่คำนวณความน่าจะเป็นเท่านั้น” เรสซากล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

2026 Doomsday นาฬิกาวันสิ้นโลก