องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ รายงานดัชนีการรับรู้การทุจริตปี 2025 โดยประเทศไทยมีคะแนน 33/100 คะแนน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค จัดอยู่ในอันดับที่ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก นับเป็นอันดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) ซึ่งเป็นองค์กรรอิสระนานาชาติและองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี รายงานดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ฉบับปี 2025 แสดงให้เห็นว่าการทุจริตยังคงเป็นภัยคุกคามร้ายแรงในทุกส่วนของโลก
ในระดับโลก ดัชนี CPI จัดอันดับ 182 ประเทศและดินแดนทั่วโลกตามระดับการรับรู้การทุจริตในภาครัฐ ผลลัพธ์แสดงในมาตราส่วนตั้งแต่ 0 (ทุจริตสูงมาก) ถึง 100 (สะอาดมาก) โดยค่าเฉลี่ย CPI ทั่วโลกลดลงเป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ เหลือเพียง 42/100
ประเทศที่มีคะแนนสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เดนมาร์ก 89 คะแนน ฟินแลนด์ 88 คะแนน สิงคโปร์ 84 คะแนน นิวซีแลนด์และนอร์เวย์เท่ากันที่ 81 คะแนน
ในระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่มี 32 ประเทศ มีค่าเฉลี่ย CPI อยู่ที่ 45/100 บ่งชี้ว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การทุจริตที่อยู่ในระดับสูงยังคงไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
สำหรับประเทศไทย มีคะแนน CPI อยู่ที่ 33/100 คะแนน จัดอยู่ในอันดับที่ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก ร่วงลงมา 1 อันดับ จากปี 2024 โดยตั้งแต่ปี 2012-2024 คะแนน CPI ของประเทศไทยอยู่ในช่วง 34-38 คะแนน จึงนับเป็นอันดับและคะแนนที่ต่ำที่สุดในรอบ 14 ปี และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก รวมถึงค่าเฉลี่ยภูมิภาค

อันดับ CPI ในภูมิภาคอาเซียน
1. สิงคโปร์ 84/100 คะแนน อันดับ 3 ของโลก
2. บรูไน 63/100 คะแนน อันดับ 31 ของโลก
3. มาเลเซีย 52/100 คะแนน อันดับ 54 ของโลก
4. ติมอร์เลสเต 44/100 คะแนน อันดับ 73 ของโลก
5. เวียดนาม 41/100 คะแนน อันดับ 81 ของโลก
6. อินโดนีเซีย 34/100 คะแนน อันดับ 109 ของโลก
6. ลาว 34/100 คะแนน อันดับ 109 ของโลก
8. ไทย 33/100 คะแนน อันดับ 116 ของโลก
9. ฟิลิปปินส์ 32/100 คะแนน อันดับ 120 ของโลก
10. กัมพูชา 20/100 คะแนน อันดับ 163 ของโลก
11. เมียนมา 16/100 คะแนน อันดับ 169 ของโลก
องค์กรตั้งข้อสังเกตว่า ไทยมีคะแนนต่ำและมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2012 ขณะที่ลาวมีคะแนนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยประเทศที่มีคะแนนสูงที่สุดในภูมิภาคคือสิงคโปร์ ขณะที่เมียนมารั้งท้ายต่ำที่สุดในภูมิภาค
สัญญาณการประท้วงคนรุ่นใหม่ลุกลามในเอเชีย-แปซิฟิก
ในปี 2025 ความไม่พอใจภายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ต่อการระบบการปกครองที่อ่อนแอ และไม่รับผิดชอบต่อการกระทำนั้นเห็นได้อย่างชัดเจน โดยมีคนหนุ่มสาวจำนวนมากออกมาประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการและรับผิดชอบ
ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ประชาชนต่างโกรธแค้นต่อรัฐบาล ด้วยข้อกล่าวหาว่าเงินภาษีประชาชนจำนวนมากสูญหายไปกับโครงการบรรเทาอุทกภัยปลอม
ประเทศอินโดนีเซีย มีผู้เสียชีวิต 12 รายและบาดเจ็บอีกหลายร้อยคนในการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ซึ่งถูกตอบโต้ด้วยความรุนแรงและการบิดเบือนข้อมูล
ขณะที่ในเนปาล (CPI 34 คะแนน) การเคลื่อนไหวประท้วงทำให้รัฐบาลล่มสลายลง หลังจากการแบนโซเชียลมีเดียเป็นวงกว้าง ซึ่งสร้างความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการทุจริตของรัฐบาล
สิ่งที่เชื่อมโยงการเคลื่อนไหวเหล่านี้เข้าด้วยกันคือ ความรู้สึกว่าผู้มีอำนาจกำลังใช้อำนาจในทางที่ผิดเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ในขณะที่ล้มเหลวในงานบริการประชาชน เศรษฐกิจที่มั่นคง และโอกาสที่เป็นธรรมแก่ประชาชน
ในทางตรงกันข้าม เวียดนามและติมอร์เลสเตมีคะแนน CPI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีนัยสำคัญทางสถิติ ตั้งแต่ปี 2012 เนื่องจากการปฏิรูปโครงสร้างซึ่งเสริมสร้างสถาบันการกำกับดูแล และในกรณีของเวียดนาม เนื่องจากการจัดการกับปัญหาการทุจริตเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคะแนนอยู่ในช่วงต่ำของดัชนี และยังมีเรื่องให้ปรับปรุงอีกมาก
ในส่วนอื่น ๆ ของภูมิภาค รัฐที่เปราะบาง เช่น เมียนมายังคงมีคะแนนอยู่ในระดับล่างสุดของดัชนี โดยมีพื้นที่การแสดงออกของพลเมืองจำกัด ระบบการเงินทางการเมืองที่ไม่โปร่งใส และการขาดการตรวจสอบและถ่วงดุลทางประชาธิปไตยและตุลาการที่เป็นอิสระ จึงมีความเสี่ยงต่อการทุจริตเป็นพิเศษ
เสียงสะท้อน
สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านการเงิน กล่าวแสดงความคิดเห็นต่ออันดับ CPI ไทยบนโซเชียลมีเดียว่า รายงานดัชนีการรับรู้การทุจริตปีล่าสุดมาได้ตรงจังหวะ โดยไทยอันดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี … กลุ่มคนที่เชื่อว่า รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นฉบับปราบโกง ดูความจริงได้แล้ว
ขณะที่ ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) หรือ ACT ระบุว่า CPI สะท้อนปัญหาคอร์รัปชั่นในภาพรวมของประเทศ ภายใต้การบริหารของรัฐบาล ป.ป.ช. และหน่วยงานของรัฐทั้งหมด รวมถึงพฤติกรรมของเอกชนและประชาชนที่จ่ายส่วยสินบน