เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ ฮึ่มต่างชาติทำผิดพร้อมขับพ้นประเทศ หลังเซ็นเนรเทศชาวอิสราเอล
Politics นายกฯ ฮึ่มต่างชาติทำผิดพร้อมขับพ้นประเทศ หลังเซ็นเนรเทศชาวอิสราเอล
“สเตคอน”ผนึกพันธมิตร พลิกที่ดินบางนา-ตราด ลงทุนโปรเจ็กต์ดาต้าเซ็นเตอร์
Real Estate “สเตคอน”ผนึกพันธมิตร พลิกที่ดินบางนา-ตราด ลงทุนโปรเจ็กต์ดาต้าเซ็นเตอร์
“ชัชชาติ” ชี้ทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องแก้ทั้งระบบ กทม.ลดใช้ดุลพินิจ พบเจ้าหน้าที่ ลดช่องโหว่โกง
News “ชัชชาติ” ชี้ทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องแก้ทั้งระบบ กทม.ลดใช้ดุลพินิจ พบเจ้าหน้าที่ ลดช่องโหว่โกง
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เข้าไฮซีซัน พาณิชย์เข้มสั่งโรงงานห้ามหยุดซื้อ-ราคาเป็นธรรม หลังตลาดชิคาโกร่วง
Economic ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เข้าไฮซีซัน พาณิชย์เข้มสั่งโรงงานห้ามหยุดซื้อ-ราคาเป็นธรรม หลังตลาดชิคาโกร่วง
สายสีแดงดัน ‘รังสิต-ศาลายา’ ฮับ ‘นครปฐม’ ขึ้นแท่น ‘ทำเลทอง’
Real Estate สายสีแดงดัน ‘รังสิต-ศาลายา’ ฮับ ‘นครปฐม’ ขึ้นแท่น ‘ทำเลทอง’
ธปท.ยกระดับกำกับ Non-Bank ทั่วประเทศ 3,624 แห่งใช้ AI ตรวจสอบคิด“ดอกเบี้ย-ค่าฟี”ซ้ำซ้อน
Finance ธปท.ยกระดับกำกับ Non-Bank ทั่วประเทศ 3,624 แห่งใช้ AI ตรวจสอบคิด“ดอกเบี้ย-ค่าฟี”ซ้ำซ้อน
ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน 7 เดือนกว่า 5.2 พันล้านดอลลาร์ พาณิชย์ เร่งต่อยอดตลาดใหม่
Economic ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน 7 เดือนกว่า 5.2 พันล้านดอลลาร์ พาณิชย์ เร่งต่อยอดตลาดใหม่
วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ปลุกพลัง “โกงได้…แก้ได้”เปิดข้อมูล 89% ปัญหาโกงฉุดพัฒนาประเทศ
Economic วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ปลุกพลัง “โกงได้…แก้ได้”เปิดข้อมูล 89% ปัญหาโกงฉุดพัฒนาประเทศ
ทุเรียนขึ้นแท่นสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด ครึ่งปีแรกเกษตร-อาหารแตะ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์
Economic ทุเรียนขึ้นแท่นสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด ครึ่งปีแรกเกษตร-อาหารแตะ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์
DITP เปิดเกมเยอรมนี ดัน “เกมไทย-อาหารไทย” เจาะตลาดโลก
Economic DITP เปิดเกมเยอรมนี ดัน “เกมไทย-อาหารไทย” เจาะตลาดโลก
ดูทั้งหมด

ถ้อยแถลงเวที UNHRC กัมพูชาอ้างซ้ำไทยรุกล้ำ-สีหศักดิ์ลั่น ยึดข้อตกลงไม่เคลื่อนกำลังพล

25 ก.พ. 2569 | 12:59น.

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 ตามเวลาท้องถิ่น ในที่ประชุมระดับสูงของการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) สมัยที่ 61 ซึ่งจัดขึ้นที่ Assembly Hall, Palais des Nations สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (UN) นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์

นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงโดยมีเนื้อหาส่วนหนึ่งกล่าวถึงประเด็นสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า ไทยยังคงจัดตั้งฐานทัพทหารลึกเข้าไปในดินแดนกัมพูชา ซึ่งเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิมนุษยชน

ต่อมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงบนเวทีเดียวกัน ในวันเดียวกัน โดยกล่าวถึงประเด็นสิทธิมนุษยชนและประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตอบโต้ถ้อยแถลงของฝ่ายกัมพูชาก่อนหน้านี้ ในประเด็นสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วให้กองกำลังทหารอยู่ในฐานเดิม จนกว่าจะมีการแก้ไขข้อขัดแย้ง

ประชาชาติธุรกิจสรุปถ้อยแถลง นายปรัก สุคน และ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ในที่ประชุมระดับสูง UNHRC ประเด็นอื่น ๆ รวมถึงความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา

 

รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาอ้าง กองทัพไทยรุกล้ำดินแดน พลเมืองกว่า 6 แสนคนต้องลี้ภัย

ในถ้อยแถลง นายปรัก สุคน ระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนท่ามกลางความขัดแย้งทางอาวุธ การเผชิญหน้า และความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีพลเรือนเป็นเหยื่อความขัดแย้งทางการเมืองและการทหาร

นายสุคนกล่าวถึงการกลับคืนสู่สันติภาพภายในประเทศกัมพูชากว่า 30 ปี ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความร่วมมือภายในประเทศและนโยบายที่เป็นประโยชน์ของ ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยขณะนี้กัมพูชายังทำงานอย่างแข็งขันร่วมกับภาคประชาสังคม เพื่อแก้ไขปัญหาทุ่นระเบิด และมีเป้าหมายที่จะปลอดทุ่นระเบิดภายในปี 2030 ขณะเดียวกันก็ให้ความช่วยเหลือประเทศอื่น ๆ ในการฝึกอบรมการเก็บกู้ทุ่นระเบิดด้วย

นอกจากนี้แล้วนายสุคนยังระบุว่า กัมพูชายังมุ่งมั่นจัดการปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ผ่านกลไกพหุภาคีและทวิภาคี โดยจัดตั้งหน่วยงานระดับชาติ และทำลายเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์หลายแห่ง อีกทั้งช่วยเหลือเหยื่อหลายพันคน

รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชายังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา โดยระบุว่าแม้จะมีการตกลงหยุดยิงเกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2025 แต่สถานการณ์ยังคงเปราะบางอย่างยิ่ง โดยไทยจัดตั้งฐานทัพทหารลึกเข้าไปในดินแดนกัมพูชา ยึดครองที่ดินและหมู่บ้าน บังคับให้พลเมืองกัมพูชาอพยพ และทำลายบ้านเรือน

การกระทำของไทย รวมถึงการสร้างรั้วลวดหนาม ขัดขวางไม่ให้ชาวกัมพูชาพลัดถิ่นสามารถกลับภูมิลำเนาของตนได้ เป็นการละเมิดข้อตกลงระหว่างสองประเทศ นายสุคนกล่าว อีกทั้งระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้พลเมืองกัมพูชา 650,000 คนจำต้องลี้ภัยออกจากพื้นที่อยู่อาศัยของตน อันเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิในการมีชีวิต ความปลอดภัย เสรีภาพในการเคลื่อนไหว การมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง และความสามารถในการดำรงชีวิต

รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชายังเน้นย้ำว่า กัมพูชายึดมั่นอย่างเคร่งครัดต่อข้อตกลงหยุดยิง อีกทั้งมุ่งมั่นเจรจาอย่างสันติและฟื้นฟูสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติ พร้อมทั้งปกป้องสิทธิมนุษยชนไปพร้อมกัน โดยเรียกร้องให้ไทยเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงทั้งหมดอย่างเต็มที่ รวมถึงการถอนกำลังทหารออกจากดินแดนกัมพูชา

นายสุคนกล่าวทิ้งท้ายว่า หนทางเดียวที่จะสามารถรักษาเสถียรภาพและแก้ไขความขัดแย้งได้อย่างสันติ คือการยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการด้านมนุษยธรรม เพื่อให้ทั้งสองประเทศสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เคารพซึ่งกันและกัน และมีเสถียรภาพ

 

สีหศักดิ์ลั่น ความจริงคือสองฝ่ายตกลงไม่เคลื่อนกำลังพล จนกว่าจะบรรลุการเจรจา

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว กล่าวรำลึกถึงสมัยที่ตนเคยดำรงตำแหน่งประธานคณะมนตรี UNHRC เมื่อราว 10 กว่าปีก่อน ซึ่งระบบพหุภาคีมีความท้าทายเช่นในปัจจุบัน และแม้จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด แต่ผู้เข้าร่วมต่างสนทนากันอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา อีกทั้งสามารถทำงานข้ามกลุ่มภูมิภาคและกลุ่มการเมืองได้ และในปัจจุบัน นานาชาติจำเป็นต้องคิดและดำเนินงานร่วมกัน เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม

รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศระบุว่า หนึ่งในภัยคุกคามที่เร่งด่วนที่สุด คือ การหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดน ซึ่งขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งไทยได้รับผลกระทบโดยตรง และอยู่ในแนวหน้าของความพยายามระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหา โดยจะสานต่อความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อจัดการกับเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้

ประเด็นต่อมา นายสีหศักดิ์กล่าวตอบโต้ถ้อยแถลงของ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา บนเวที UNHRC ในวันเดียวกัน ซึ่งกล่าวพาดพิงไทยในสถานการณ์ข้อพิพาทบริเวณชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา

แทนที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพ ตามที่ฝ่ายกัมพูชามักกล่าวอ้างว่าปรารถนา แต่น่าเสียดายที่กัมพูชาเลือกทำให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้ร้ายผ่านข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริงและวาทกรรมที่บิดเบือนครั้งแล้วครั้งเล่านายสีหศักดิ์กล่าว

นายสีหศักดิ์อธิบายต้นเหตุของความขัดแย้ง ซึ่งเกิดจากการที่ฝ่ายกัมพูชายั่วยุซ้ำแล้วซ้ำเล่า อีกทั้งยังมีความพยายามแทรกแซงการเมืองภายในประเทศไทย ทำให้ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้น นำไปสู่การโจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมายและมีพลเรือนต้องเสียชีวิต นับเป็นโศกนาฏกรรมทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้งสอง

รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเน้นย้ำว่า อดีตที่ผ่านมาไทยมีเจตนาดีต่อกัมพูชาเสมอมา โดยให้สถานที่พักพิงแก่ผู้ที่หลบหนีจากความขัดแย้ง และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รวมถึงร่วมฟื้นฟูประเทศภายหลังสงครามกลางเมืองในกัมพูชา อีกทั้งไม่เคยมีเจตนาเผชิญหน้า เนื่องจากสันติภาพของไทยและสันติภาพของกัมพูชาไม่อาจแยกจากกันได้

“ในวันนี้การหยุดยิงเกิดขึ้น โดยควรเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะนำไปสู่การฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจและการก้าวไปข้างหน้าในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี แต่กัมพูชากลับยังคงนำประเด็นความขัดแย้งไปกล่าวซ้ำในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการบั่นทอนโอกาสในการสร้างสันติภาพ” นายสีหศักดิ์กล่าว

นายสีหศักดิ์ระบุว่า ข้อกล่าวหาของกัมพูชาคือ ไทยกำลังยึดครองดินแดน แต่ในความเป็นจริงคือ ทั้งสองฝ่ายทำการเจรจาและตกลงร่วมกันให้กองกำลังของแต่ละฝ่ายตั้งอยู่ในฐานที่มั่นเดิมขณะที่มีการหยุดยิง จนกว่าจะมีการแก้ไขความขัดแย้งผ่านการเจรจา

รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเน้นย้ำถึงความต้องการของไทยคือ การลดระดับความตึงเครียดและไม่ปลุกเร้าความรู้สึกของสาธารณชน อย่างไรก็ดีภายหลังการหยุดยิง กลับยังคงมีการยั่วยุที่มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า ทหารไทยยังคงประสบเหตุจากทุ่นระเบิด และยังมีการยิงข้ามพรมแดนเกิดขึ้น

ประเทศไทยยังคงยึดมั่นต่อการเจรจา แต่ในขณะเดียวกันก็มีหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของประชาชนโดยปราศจากเงื่อนไข ผมขอถามไปยังผู้แทนกัมพูชาอีกครั้งหนึ่งว่า ท่านจะเลือกเส้นทางแห่งสันติภาพ หรือเส้นทางแห่งความตึงเครียดและความขัดแย้งต่อไป ซึ่งจะนำไปสู่ความสูญเสียและความทุกข์ยิ่งขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นายสีหศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย