เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

สงครามอิหร่าน วิเคราะห์ท่าที G7 โลกยังไม่ถึงจุดที่ชาติร่ำรวยยอมปล่อยน้ำมันฉุกเฉิน ?

11 มี.ค. 2569 | 14:51น.

ท่ามกลางราคาน้ำมันยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านยืดเยื้อมาเป็นสัปดาห์ที่สอง และอิหร่านโจมตีตอบโต้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบในอ่าวเปอร์เซีย ทำให้รัฐบาลต่าง ๆ ต้องเร่งหาทางรับมือหรือตอบโต้ ผ่านการประชุมของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ G7 ที่ทำงานประสานกับสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ซึ่งมีคลังสำรองน้ำมัน 1.2 พันล้านบาร์เรล เพื่อชดเชยน้ำมันที่หายไป 6% ของกำลังการผลิตโลก

ความเคลื่อนไหวที่ถูกจับตาคือการประชุมรัฐมนตรีพลังงานจากกลุ่ม G7 จัดการประชุมนัดพิเศษผ่านระบบออนไลน์เมื่อ 10 มีนาคม เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์  ซึ่งจะมุ่งเป้าไปที่การลดราคาโดยการเพิ่มน้ำมันเข้าไปในตลาด

ประเทศสมาชิก G7 ประกอบด้วย สหรัฐ แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น

ผลปรากฏว่า รัฐมนตรีพลังงานกลุ่ม G7 ไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ และ G7 ขอให้ IEA ประเมินสถานการณ์ก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ ดังนี้  1) ขอให้ IEA จัดทำฉากทัศน์หรือความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ในอนาคตที่อาจต้องปล่อยน้ำมันเพื่อการเตรียมความพร้อมในทุกเมื่อและ 2) ได้มอบหมายให้ IEA ศึกษาปริมาณที่อาจปล่อย

กระบวนการถัดมาคือ สํานักเลขาธิการ IEA จะประเมินอุปทานในตลาดและจัดการประชุมพิเศษเพื่ออนุมัติการปล่อยอย่างเป็นทางการ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนนี้ โดยฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการบริหาร IEA แจ้งว่า จะประชุมพิเศษวันนี้ (11 มีนาคม) สมาชิกจะประเมินความมั่นคงด้านอุปทานและสภาวะตลาดในปัจจุบัน เพื่อแจ้งการตัดสินใจในภายหลังว่าควรปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินของประเทศสมาชิก IEA สู่ตลาดหรือไม่

อย่างไรก็ดี มีรายงานจากเดอะ วอลล์สตรีต เจอร์นัล (The Wall Street Journal) ระบุว่า ในระหว่างการประชุมฉุกเฉินของรัฐมนตรีพลังงานนี้ ทาง IEA ได้เสนอให้ปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อควบคุมราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งปริมาณที่เสนอจะเกินกว่า 182 ล้านบาร์เรลที่เคยปล่อยออกมาเมื่อปี 2022 หลังจากรัสเซียรุกรานยูเครน และจะเป็นการปล่อยน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดครั้งเดียวเท่าที่เคยมีมา

มาตรการปล่อยน้ำมันรับมือการลดกำลังการผลิตจากผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งลดไปประมาณ 6% ของผลผลิตทั้งโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินและก๊าซหุงต้มพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก

ผลประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G7

ก่อนหน้าการประชุมรัฐมนตรีพลังงานตามข้างต้น  กลุ่ม G7 จัดการประชุมรัฐมนตรีคลัง เป็นไปตามกระบวนการของการรับมือสถานการณ์น้ำมันที่ไม่ปกติ โดยเมื่อ 9 มีนาคม 2026 นายโรแลนด์ เลสกูร์ รมว.คลังฝรั่งเศส ในฐานะที่ฝรั่งเศสเป็นประธานหมุนเวียนกล่าวถึงผลการหารือระดับรัฐมนตรีคลัง G7 และอีก 1 กลุ่มคือสหภาพยุโรป (อียู) ว่า กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ G7 ยังไม่ได้มีมติว่าจะปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินหรือไม่ ในบริบทราคาน้ำมันพุ่งสูงกว่า 119 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ณ วันที่ 9 มีนาคม 2026 อันเป็นผลมาจากสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน

โดยเสริมว่ารัฐบาลต่าง ๆ ยังไม่เห็นว่าจะมีปัญหาการขาดแคลนอุปทานในทันที ส่วนผลที่ตกลงกันได้ในขณะนี้ คือในกรณีจำเป็น กลุ่มจะใช้เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาด รวมถึงการปล่อยน้ำมันคงคลังที่จำเป็น ส่วนเจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเชื่อว่าการปล่อยน้ำมันร่วมกัน 300-400 ล้านบาร์เรล ซึ่งคิดเป็น 25- 30% ของปริมาณสำรอง 1.2 พันล้านบาร์เรล น่าจะเหมาะสม

ยืนยันว่า “ยังไม่มีการขาดแคลนน้ำมันในเร็ว ๆ นี้” ในยุโรป

“ตามกฎของเรา ประเทศสมาชิกทุกประเทศต้องมีน้ำมันสำรองฉุกเฉินสำหรับ 90 วันอยู่แล้ว” แอนนา-ไคซา อิทโคเนน โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรปของอียูกล่าว

แถลงการณ์โดยนายฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เกี่ยวกับการเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีคลังของกลุ่ม G7 เกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ดังนี้

“ผมได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับมุมมองของ IEA ต่อสภาวะในตลาดน้ำมันโลก ซึ่งแย่ลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นอกเหนือจากความท้าทายในการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว การผลิตน้ำมันจำนวนมากยังลดลง ซึ่งกำลังสร้างความเสี่ยงที่สำคัญและเพิ่มขึ้นสำหรับตลาด” ผู้อำนวยการ IEA กล่าว

“เราได้หารือเกี่ยวกับทุกทางเลือกที่มีอยู่ รวมถึงการนำน้ำมันสำรองฉุกเฉินของ IEA ออกสู่ตลาด ปัจจุบันประเทศสมาชิก IEA ถือครองน้ำมันสำรองฉุกเฉินของภาครัฐมากกว่า 1.2 พันล้านบาร์เรล และมีน้ำมันสำรองของภาคอุตสาหกรรมอีก 600 ล้านบาร์เรลที่รัฐบาลมีภาระผูกพัน”

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการ IEA ยังติดต่ออย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับสถานการณ์กับรัฐมนตรีพลังงานจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงการสนทนาทางโทรศัพท์กับซาอุดีอาระเบีย บราซิล อินเดีย อาเซอร์ไบจาน และสิงคโปร์เมื่อเร็ว ๆ นี้

แก้ไขปัญหาชั่วคราว

ซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานอ้างอิงนักวิเคราะห์จาก Rapidan Energy Group ซึ่งกล่าวว่า ปริมาณสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐไม่เพียงพอที่จะชดเชยปริมาณน้ำมันที่ผลิตได้จากอ่าวเปอร์เซีย ปัจจุบันสหรัฐมีน้ำมันสำรองอยู่ 415 ล้านบาร์เรล คิดเป็นประมาณ 58% ของปริมาณสำรองที่ได้รับอนุญาตทั้งหมด 714 ล้านบาร์เรล ซึ่งอ้างอิงตามข้อมูลของกระทรวงพลังงานสหรัฐ

ประเทศสมาชิก IEA ซึ่งเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ด้วยนั้น จะอยู่ภายใต้แรงกดดันให้ปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของตน เนื่องจากนี่คือ “ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ในการรับมือกับปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน”

IEA ถูกสร้างขึ้นเพื่อรับมือร่วมกันต่อปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานครั้งใหญ่หลังจากวิกฤตน้ำมันปี 1973

ลี ฮาร์ดแมน นักวิเคราะห์ค่าเงินอาวุโสธนาคาร MUFG ของญี่ปุ่นกล่าวกับฟรานซ์ 24 ว่า การปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของกลุ่ม G7 จะชดเชยการไหลเวียนของน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซตามปกติได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ซึ่งจะเป็นการแก้ไขชั่วคราวเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงยิ่งขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ความสัมพันธ์ระหว่าง G7 และ IEA

G7 เป็นเวทีทางการเมืองที่กําหนดวาระระดับโลก ขณะที่ IEA ทําหน้าที่เป็น “แขนความมั่นคงด้านพลังงาน” ที่จัดการกลไกที่แท้จริงของน้ำมันสํารอง

ประเทศกลุ่ม G7 ทั้งหมดเป็นสมาชิกสำคัญของ IEA ที่มี 32 ประเทศเนื่องจาก G7 เป็นตัวแทนของเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าที่สุดในโลกและผู้บริโภคพลังงานรายใหญ่ที่สุด โดยถือครองน้ำมันสํารองส่วนใหญ่ของ IEA ซึ่งเฉพาะสหรัฐและญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียวคิดเป็นประมาณ 700 ล้านบาร์เรลจากปริมาณคลังทั้งหมด 1.2 พันล้านบาร์เรลของ IEA ดังนั้น G7 จึงเป็น “เครื่องยนต์” หลักที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของ IEA และเมื่อ G7 เห็นด้วยกับกลยุทธ์ด้านพลังงาน ก็มักจะทำผ่านกรอบงานที่มีอยู่แล้วของ IEA

ยกตัวอย่าง ในช่วงวิกฤต เช่น การรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 หรือความตึงเครียดในตะวันออกกลางในขณะนี้ รัฐมนตรีการเงินและพลังงาน G7 ประชุมกันก่อนเพื่อส่งสัญญาณความเต็มใจที่จะดําเนินการ

จากนั้นสํานักเลขาธิการ IEA จะประเมินทางเทคนิคของอุปทานในตลาดและ “การประชุมพิเศษ” เพื่ออนุมัติการปล่อยอย่างเป็นทางการ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนนี้

ราคาน้ำมันมาตรฐานพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปีเมื่อ 9 มีนาคม แต่ราคากลับร่วงลง 11% ในวันถัดไป  หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐคาดการณ์ว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยุติในเร็ววัน

 

สงครามจบเร็ว ๆ นี้

สถานการณ์สงครามอิหร่านมีแนวโน้มจบเร็ว เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐเปิดเผยกับซีบีเอส นิวส์ (CBS News) ว่า สงครามใกล้จบในเร็ว ๆ นี้ แต่เชื่อว่า ยังไม่ใช่ในสัปดาห์นี้ โดยให้เหตุผลว่าสหรัฐได้ทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านลงไปอย่างมากและกำลังพิจารณายึดครองช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานโลกที่สำคัญ อีกทั้งเตือนหากอิหร่านขัดขวางการจัดส่งน้ำมัน สหรัฐจะโจมตีหนักกว่าเดิมหลายเท่า

โดยคำเตือนพุ่งเป้าไปที่กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ซึ่งทรัมป์ระบุว่าอย่าคิดทำลายการไหลเวียนของพลังงานในช่องแคบ

ผู้นำสหรัฐยังยอมรับว่าราคาน้ำมันขึ้นผิดปกติจากสถานการณ์สู้รบ โดยพยายามให้กำลังใจนักลงทุนที่กังวลเรื่องราคาพลังงานมากขึ้นทุกขณะ ยืนยันว่าสหรัฐพยายามทำให้ราคาน้ำมันลดลง

เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสกล่าวว่า ฝรั่งเศสและพันธมิตรกำลังทำงานร่วมกันเพื่อจัดตั้งภารกิจ “ป้องกันตนเองโดยแท้” เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งภารกิจดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อคุ้มกันเรือบรรทุกสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมัน เพื่อเปิดช่องแคบอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังจากผ่านช่วงที่รุนแรงที่สุดของความขัดแย้ง

อียูกล่าวว่าพร้อมที่จะเสริมกำลังปฏิบัติการทางทะเลในตะวันออกกลางเพื่อปกป้องเส้นทางการเดินเรือ หลังจากหารือกับผู้นำในภูมิภาคแล้ว

ฟิลิปป์ อากิออน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล กล่าวเมื่อ 9 มีนาคมว่า สงครามในตะวันออกกลางไม่น่าจะทำให้เศรษฐกิจโลกพังทลายในระดับเดียวกับวิกฤตการเงินโลกปี 2008

“ผมมองเห็นความเป็นไปได้ที่จะเกิดการชะลอตัว” เขากล่าวในรายการวิทยุ RTL “ผมไม่เห็นว่ามันจะพังทลายลง”

ความไม่แน่นอนใหม่ : อิหร่านวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ

ตามข้อมูลจากเดอะ วอลสตรีต เจอร์นัล ซึ่งอ้างอิง Tradeweb เผยแพร่เมื่อ 11 มีนาคม 2026 ระบุว่า ผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นในการซื้อขายข้ามคืน แม้ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากราคาน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ

นักลงทุนเผชิญกับความไม่แน่นอนใหม่ในตลาดน้ำมันหลังจากอิหร่านวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ IEA เสนอให้ปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เพื่อลดราคาน้ำมันดิบ

ด้วยความสนใจในเรื่องราคาน้ำมัน ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในเดือนกุมภาพันธ์อาจได้รับความสนใจน้อยกว่าปกติ อีกเหตุการณ์หนึ่งที่นักลงทุนควรจับตาคือการประมูลพันธบัตรอายุ 10 ปีของกระทรวงการคลังสหรัฐมูลค่า 39,000 ล้านดอลลาร์

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐ อายุ 2 ปี ปรับตัวสูงขึ้น 0.7 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ 3.573% อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 0.8 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ 4.143% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี เพิ่มขึ้น 1.1 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ 4.782%