เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
Finance ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
Business TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
Business ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
Columns ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
50th Impact 50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
เอกนิติ มองย้อน 30 ปีเศรษฐกิจไทย จับตาเงินเฟ้อ-ดุลบัญชีเดินสะพัด เร่งเครื่องยนต์ลงทุน
Finance เอกนิติ มองย้อน 30 ปีเศรษฐกิจไทย จับตาเงินเฟ้อ-ดุลบัญชีเดินสะพัด เร่งเครื่องยนต์ลงทุน
ทุกภาคส่วนร่วมตักบาตรทางเรือ “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์”
News ทุกภาคส่วนร่วมตักบาตรทางเรือ “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์”
รัฐบาล เล็ง “ยุบหน่วยงาน ซ้ำซ้อน” ธนาคารที่ดิน ก.ย.นี้ ต่อด้วย ป.ย.ป. – 5 องค์การมหาชน
Politics รัฐบาล เล็ง “ยุบหน่วยงาน ซ้ำซ้อน” ธนาคารที่ดิน ก.ย.นี้ ต่อด้วย ป.ย.ป. – 5 องค์การมหาชน
จีนสั่งปรับ Trip.com กว่า 770 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ข้อหาผูกขาดตลาดจองโรงแรม
World จีนสั่งปรับ Trip.com กว่า 770 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ข้อหาผูกขาดตลาดจองโรงแรม
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 64,431 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 64,431 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

ยูเออีอยู่ตรงไหนในโอเปก เหตุใดจึงถอนตัว อนาคตราคาน้ำมันดิบจะเป็นอย่างไร

29 เม.ย. 2569 | 15:27น.

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศว่า กำลังถอนตัวออกจากองค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.นี้ ถือเป็นเรื่องใหญ่ในแง่ภูมิรัฐศาสตร์และอาจส่งผลเสียต่อราคาน้ำมันในระยะยาว

นายสตีเวน เอ. คุก นักวิจัยอาวุโสด้านการศึกษาตะวันออกกลางและแอฟริกาที่สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Council on Foreign Relations : CFR) สถาบันคลังสมองในสหรัฐเผยแพร่บทวิเคราะห์ ถึงสาเหตุที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถอนตัวออกจากโอเปก และผลกระทบต่อกลุ่มโอเปกจะเป็นอย่างไร

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้พิจารณาเรื่องการแยกตัวออกจากกลุ่มโอเปกมาหลายปีแล้ว สาเหตุมาจากสงคราม ความขัดแย้งในเยเมน และความร่วมมือที่ล่มสลายกับซาอุดีอาระเบีย

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ออกแถลงการณ์เมื่อ 28 เม.ย.ว่า กำลังถอนตัวออกจากองค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.นี้ ยุติการเป็นสมาชิกในกลุ่มโอเปกเก่าแก่เป็นเวลานาน 58 ปี และเป็นการสร้างความเสียหายเชิงสัญลักษณ์ต่อพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่ตึงเครียดจากแรงกดดันของสงครามในภูมิภาคและการทูตที่แตกแยก

รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไม่เห็นด้วยกับโควตาและการควบคุมราคาที่กำหนดโดยกลุ่มโอเปกมานานแล้ว ดังนั้นจึงมองว่าการถอนตัวเป็นผลประโยชน์สูงสุดของตน ซึ่งการถอนตัวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเป็นเอกภาพในระยะยาวของโอเปก แต่ยังคงต้องรอดูว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อกลุ่มโอเปกหรือไม่

ความสำคัญของการถอนตัว

นับเป็นการเคลื่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการออกจาก OPEC ในช่วงเวลาเดียวกับที่กาตาร์ (ซึ่งไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่) ออกจากกลุ่มเมื่อต้นปี 2019 อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการตัดสินใจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะไม่บั่นทอน OPEC เอง ซึ่งยังมีสมาชิกอีก 11 ประเทศที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะถอนตัว หรือไม่กระทบต่อการไหลเวียนของน้ำมันทั่วโลก

นายคุกระบุว่า ผู้นำของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เชื่ออย่างชัดเจนว่า การตัดสินใจของ OPEC ซึ่งในอดีตมักให้สิทธิพิเศษแก่ซาอุดีอาระเบีย ไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของอาบูดาบี ในขณะเดียวกัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบียก็กลับเข้าสู่ช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ตึงเครียด การประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลทั้งสองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นพื้นฐานที่นักกำหนดนโยบายและนักวิเคราะห์ชาวอเมริกันใช้ในการสร้างสมมติฐานเกี่ยวกับภูมิภาคและทิศทางของภูมิภาคนี้ ไม่ใช่เรื่องปกติ

เช่นเดียวกับรัฐเล็กๆ อื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มักต่อต้านความพยายามของซาอุดีอาระเบียที่จะครอบงำทั้งต่อพวกเขาและภูมิภาค

ผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน

สงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านได้ส่งผลกระทบ แต่บางทีอาจไม่ใช่ในแบบที่หลายคนคาดเดา ลองย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ในช่วงหลายเดือนก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะตัดสินใจเปิดปฏิบัติการ Epic Fury

  1. ความขัดแย้งยูเออี VS ซาอุดีอาระเบียในสงครามเยเมน

ในช่วงปลายปี 2025 ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ขัดแย้งกันเรื่องเยเมน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สนับสนุนการยึดอำนาจโดยสภาเปลี่ยนผ่านภาคใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธแบ่งแยกดินแดนในเยเมน โดยแลกกับความเสียหายของพันธมิตรซาอุดีอาระเบียในประเทศ ซาอุดีอาระเบียถึงกับโจมตีทางอากาศใส่พันธมิตรและอุปกรณ์ทางทหารของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ท่าเรือมูคาลลา

ในขณะเดียวกัน การที่อิสราเอลรับรองโซมาลิแลนด์ยิ่งทำให้ความไม่ไว้วางใจระหว่างซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพิ่มมากขึ้น ซาอุดีอาระเบียมองว่าการกระทำของอิสราเอลเป็นการสร้างความไม่มั่นคงและมองว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ผลที่ตามมาคือสงครามคารมที่กินเวลานานสองเดือนระหว่างรัฐบาลทั้งสอง โดยส่วนใหญ่ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ควบคู่ไปกับการรณรงค์ในวอชิงตันที่รัฐบาลทั้งสองพยายามโน้มน้าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่าอีกฝ่ายเป็นต้นเหตุของการแตกหักในความสัมพันธ์

2.ความขัดแย้งงยูเออี VS ซาอุดีอาระเบียในสงครามอิหร่าน

จากนั้นก็เกิดสงครามในอิหร่าน เมื่ออิหร่านโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบียเป็นครั้งแรก มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ผู้นำในทางปฏิบัติของซาอุดีอาระเบีย และชีคโมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด ประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันต่อกัน รวมถึงประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคที่ถูกอิหร่านโจมตี อย่างไรก็ตาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบียมีความเห็นที่แตกต่างกันออกไปเมื่อสงครามดำเนินต่อไป โดยซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมกับปากีสถาน อียิปต์ และตุรกี ในการแสวงหาทางออกทางการทูต

สำหรับฝ่ายสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั้น พวกเขาไม่ได้คัดค้านทางออกทางการทูต แต่เนื่องจากอิหร่านได้โจมตีพวกเขาอย่างหนัก พวกเขาจึงต้องการให้แน่ใจว่าไม่ว่าข้อตกลงใดจะเกิดขึ้น ระบอบการปกครองของอิหร่านจะไม่สามารถคุกคามความมั่นคงของพวกเขาได้อีก พวกเขาเชื่อว่าซาอุดีอาระเบียและประเทศอื่นๆ ยินดีที่จะยอมรับข้อตกลงที่น้อยกว่านี้ ความแตกต่างนี้ได้นำไปสู่การกัดเซาะความไว้วางใจและความสามัคคีที่พัฒนาขึ้นในช่วงต้นเดือนมีนาคม

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งกำลังพิจารณาที่จะออกจากโอเปกอยู่แล้ว ได้สรุปอย่างชัดเจนว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ย่ำแย่ลงกับซาอุดีอาระเบียเป็นโอกาสที่จะยุติการเข้าร่วมในกลุ่มโอเปก

ภัยคุกคามที่ร้าวลึกกว่าต่อโอเปก หรือไม่

จนถึงขณะนี้ สมาชิกอื่นๆ ของกลุ่มโอเปกยังไม่ได้ส่งสัญญาณถึงความตั้งใจที่จะออกจากกลุ่ม อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของกาตาร์ในปี 2019 และการตัดสินใจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อาจทำให้สมาชิกอื่นๆ พิจารณาว่าพวกเขาอาจจะไปได้ดีกว่าหากปราศจากกลุ่มโอเปก

นักวิจัยอาวุโสจากสถาบัน CFR  ระบุว่า ภูมิศาสตร์การเมืองดูเหมือนจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการถอนตัว แต่ดูเหมือนว่าอาบูดาบีจะไม่ออกจากกลุ่มหากผู้นำไม่เชื่อว่าจะมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการทำเช่นนั้น หากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถพิสูจน์ได้ว่าการออกจากโอเปกไม่เป็นอันตราย ประเทศอื่นๆ อาจพิจารณาทำตาม

ประเทศอื่นๆ ก็ได้ออกจากโอเปกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แองโกลาถอนตัวออกเมื่อสิ้นปี 2023 หลังจากผลผลิตลดลง และผู้นำกลุ่มพยายามกำหนดโควตาการผลิตที่ลดลง เอกวาดอร์ถอนตัวในปี 2020 เนื่องจากผลผลิตลดลง ขณะที่ในปี 2018 กาตาร์ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายย่อยได้ถอนตัวออกเพื่อมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาภาคก๊าซธรรมชาติของตน อิหร่านยังคงเป็นสมาชิกอยู่

จากผลสำรวจของบลูมเบิร์กที่สอบถามนักวิเคราะห์และผู้ค้า พบว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ผลิตน้ำมันได้ 3.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งสูงกว่าตัวเลขทางการและโควตาการผลิตของกลุ่มโอเปกพลัสอย่างมาก ทำให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นผู้ผลิตรายใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ในกลุ่มประเทศหลัก 12 ประเทศของโอเปก และเป็นอันดับที่ 6 ในกลุ่มโอเปกพลัสที่มี 22 ประเทศ อย่างไรก็ตาม การผลิตลดลง 40% ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจากความขัดแย้งในสงครามอิหร่านทำให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต้องปิดโรงงานผลิตส่วนใหญ่

อนาคตโอเปกและราคาน้ำมันดิบ

การที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถอนตัวออกจากโอเปกจะบั่นทอนความสามารถของกลุ่มในการกำหนดทิศทางตลาดน้ำมัน เนื่องจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีกำลังการผลิตสำรองมากเป็นอันดับสองรองจากซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการกำหนดทิศทางตลาด นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อความสามารถของซาอุดีอาระเบียในการบริหารจัดการโอเปกด้วย

การถอนตัวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ออกจากโอเปกในสัปดาห์นี้จะทำให้ลดทอนอิทธิพลของกลุ่มและผู้นำอย่างซาอุดีอาระเบียในตลาดน้ำมัน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อราคาน้ำมันในระยะยาว

จอร์จ ลีออน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ของ Rystad Energy บริษัทวิจัยอิสระด้านพลังงาน กล่าวว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นสมาชิกที่มีอิทธิพลมากที่สุดของโอเปก รองจากซาอุดีอาระเบีย เป็นหนึ่งในสมาชิกไม่กี่รายร่วมกับซาอุดีอาระเบียที่มีกำลังการผลิตสำรองมากพอที่จะกำหนดทิศทางราคาและรับมือกับภาวะอุปทานผันผวนได้

ทั้งนี้ กำลังการผลิตสำรองคือการผลิตที่ไม่ได้ใช้งาน ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ได้อย่างรวดเร็วเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ควบคุมกำลังการผลิตสำรองของโลกส่วนใหญ่ ซึ่งมีมากกว่า 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้ทั้งสองประเทศมีอิทธิพลอย่างมากในช่วงเวลาที่เกิดภาวะวิกฤต

ลีออนกล่าวว่า การถอนตัวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จึงเป็นการทำลายเสาหลักหนึ่งที่ค้ำจุนความสามารถของโอเปกในการบริหารจัดการตลาดและผลที่ตามมา โอเปกจะอ่อนแอลงในเชิงโครงสร้าง

การตัดสินใจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่จะออกจากโอเปก เกิดขึ้นหลังจากอิหร่านซึ่งเป็นสมาชิกโอเปกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนเป็นเวลาหลายสัปดาห์ การโจมตีเรือขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซของเตหะรานจำกัดการส่งออกน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคุกคามรากฐานทางเศรษฐกิจของประเทศ

บริษัทโกลด์วินกล่าวว่า การถอนตัวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดในปีหน้า เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซปิดอยู่แล้ว ราคาน้ำมันล่วงหน้าในวันประกาศถอนตัวไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดๆ

จอห์น คิลดัฟฟ์ ผู้ก่อตั้ง Again Capital กล่าวว่า แต่การถอนตัวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อาจส่งผลเสียต่อราคาน้ำมันในภายหลัง เนื่องจากบั่นทอนความสามัคคีในหมู่ผู้ผลิตเพื่อป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันลดลงมากเกินไปในช่วงที่อุปทานล้นตลาด

ซูเฮล อัล มาซรูอี รมว.พลังงานสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต้องการอิสระในการตัดสินใจด้านการผลิตมากขึ้นไม่มีข้อจำกัดของโอเปกมาขวางกั้น และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายกำลังการผลิต 5 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2027

นายแอนดี้ ลิโปว์ ประธานบริษัท Lipow Oil Associates บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานและน้ำมันของสหรัฐอเมริกากล่าวว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไม่พอใจกับการลดกำลังการผลิตน้ำมันมาหลายปีแล้ว ซึ่งมีซาอุดีอาระเบียเป็นหัวหอกเพื่อพยุงราคา ทำให้ต้องเฝ้าดูอิรักและรัสเซียซึ่งเป็นสมาชิก OPEC+ ผลิตเกินโควตาเป็นประจำ

“เมื่อความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านสิ้นสุดลง และช่องแคบฮอร์มุซเปิดอีกครั้ง ผมคาดว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะผลิตน้ำมันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยใช้กำลังการผลิตสำรองที่มีอยู่” ลิโปว์กล่าว

โกลด์วินกล่าวว่า ตลาดอาจหวนนึกถึงความสามารถของซาอุดีอาระเบียในการรักษาระดับราคาน้ำมัน หากความต้องการน้ำมันอ่อนแอและมีน้ำมันส่วนเกินจำนวนมากในอนาคต และมีความเสี่ยงอย่างมากที่ราคาน้ำมันจะผันผวนมากขึ้นอันเป็นผลมาจากการตัดสินใจถอนตัวครั้งนี้

“แต่ในท้ายที่สุด เมื่อสภาวะตลาดต้องการความร่วมมือ การที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ออกจากโอเปกไม่ได้หมายความว่าจะไม่ร่วมมือกับโอเปก” ลิโปว์กล่าว

 

อ้างอิง :

• Council on Foreign Relations

CNBC 

Bloomberg