ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งหนัก เซ่นผลการระบาดโควิด -19 ธนาคารกลางทั่วโลกเร่งอัดฉีด
สำนักข่าวไฟแนนเชียลไทมส์รายงานเมื่อเช้าวันนี้ (12 มี.ค. 2020) ระบุว่าตลาดหุ้นเอเชียเปิดตัวดิ่งลงหนัก ภายหลังตลาดหุ้นสหรัฐปิดตัวลงแรงกว่า 10% เมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่สัญญาฟิวเจอร์สของดัชนีตลาดสหรัฐและยุโรปต่างซื้อขายในแดนลบเช่นกันเมื่อเช้าวันนี้
โดย รายงานระบุว่าเมื่อช่วงเวลาเช้าวันนี้ซึ่งเป็นเวลาเปิดทำการของตลาดหุ้นประเทศแถบเอเชีย ดัชนีตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TOPIX) เปิดตัวลดลงถึง 9% ขณะที่ดัชนีซีเอสไอ-300 ของจีนแผ่นดินใหญ่ลดลง 4.6% รวมถึงดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงก็เปิดตัวลง 6.7% เช่นกัน ขณะที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานสถาการณ์ตลาดหุ้นในสหรัฐอเมริกา ดัชนีฟิวเจอร์สดาวโจนส์ลดลงเกือบ 360 จุดหรือ 1.7% ขณะที่สัญญาฟิวเจอร์สของตลาด S & P 500 ลดลง 1.6%
ขณะที่ตลาดหุ้นในยุโรปก็มีแนวโน้มลดลงด้วยเช่นกัน อย่าง Stoxx 600 ของตลาดหุ้นที่ลดลงราว 11% เมื่อวานนี้ ส่วนหุ้นของสายการบินยุโรปอย่าง ลุฟท์ฮันซ่า แอร์ฟรานซ์-เคแอลเอ็ม และ ไอเอจี บริษัทแม่ของบริติชแอร์เวย์ ลดลงราว 15% ในวันเดียวกัน เป็นผลมาจากการประกาศแบนการเดินทางจากยุโรปสู่สหรัฐเป็นเวลา 30 วันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ต่างจากหุ้นของบริษัทสายการบินของสหรัฐอย่าง โบอิ้งที่ลดลงกว่า 18% อเมริกันแอร์ไลน์ลดลงกว่า 17% ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ลดลงเกือบ 25% และเดลตาแอร์ไลน์ลดลง 21%
ในส่วนของมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องนั้น ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เพิ่งประกาศซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นด้วยจำนวนเงินราว 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉินจาก 0.5% สู่ระดับ 0.25% เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (11 มี.ค. 2020) สอดคล้องกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เพิ่งลดอัตราดอกเบี้ยถึง 0.5% ก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งสัญญาว่าจะอัดฉีดเม็ดเงินราวล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่ระบบอีกด้วย