เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
ดูทั้งหมด

‘โควิด-19’ เขย่าเก้าอี้ ‘ทรัมป์’ ในศึกเลือกตั้งสหรัฐ 2020

26 มี.ค. 2563 | 15:01น.

“โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบัน ได้รับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า จะสามารถคว้าชัยเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ใน “การเลือกตั้งประธานาธิบดี” ที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 3 พ.ย. 2020 แต่สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ปัจจุบันกำลังสร้างความไม่แน่นอน จากความไม่พอใจของชาวอเมริกันที่มีต่อการบริหารจัดการภาวะวิกฤตของทรัมป์ ขณะที่คู่แข่งก็กำลังโหมแคมเปญหาเสียงโจมตีจุดอ่อนอย่างหนักและนำเสนอมาตรการรับมือโรคระบาดอย่างต่อเนื่อง

รอยเตอร์สรายงานว่า ความไม่พอใจของชาวอเมริกันต่อมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของไวรัส รวมถึงความกังวลเรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจกำลังเพิ่มสูงขึ้น แม้แต่ในกลุ่มผู้สนับสนุน “พรรครีพับลิกัน” ของทรัมป์เอง

แม้ว่าทรัมป์จะพยายามใช้มาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการระงับการเดินทางเข้าสหรัฐของชาวยุโรปทั้งหมดเป็นเวลา 30 วัน รวมถึงมาตรการเศรษฐกิจต่าง ๆ แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ว่า มาตรการเหล่านี้อ่อนเกินไปและสายเกินไป สำหรับการบริหารจัดการเพื่อลดการแพร่ระบาดในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลจำนวนผู้ติดเชื้อในสหรัฐเพิ่มสูงกว่า 15,000 ราย และเสียชีวิตกว่า 200 รายแล้ว

ก่อนหน้านี้ สถานภาพทางการเมืองของทรัมป์ดูจะมีความมั่นคง หลังรอดพ้นจากการที่ “พรรคเดโมแครต” ยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี ในเดือนที่ผ่านมา และเตรียมพร้อมที่จะใช้ประเด็นเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งขึ้นในช่วงการดำรงตำแหน่งในแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งปลายปีนี้

ขณะที่พรรคเดโมแครตยังต้องพยายามอย่างหนักในการสรรหาตัวแทนเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยเฉพาะ”เบอร์นี แซนเดอร์ส” อดีตวุฒิสมาชิก ที่ชูนโยบายทางเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมเข้าชนกับทรัมป์ แต่ดูเหมือนทรัมป์จะไม่สะทกสะท้านมากนัก จากความสำเร็จทางเศรษฐกิจของสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา

แต่สถานการณ์ดูจะพลิกผันอย่างรวดเร็ว “ไมเคิล ดูเฮม” นักยุทธศาสตร์การเมืองของพรรครีพับลิกันระบุว่า “ไวรัสกำลังเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการทำลายความน่าเชื่อถือของประธานาธิบดี และสาธารณชนจะเริ่มตั้งคำถามต่อความพร้อมของฝ่ายบริหารนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แม้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง จุดแข็งที่สุดของประธานาธิบดีทรัมป์ คือ เรื่องเศรษฐกิจ หากตลาดหุ้นยังคงไม่ฟื้นตัวและผู้คนเริ่มได้รับความเสียหายทางการเงินอย่างจริงจัง สิ่งเหล่านี้จะส่งผลเสียทางการเมืองต่อตัวประธานาธิบดี”

ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เข้าชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครตเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี หลายคนได้ประกาศถอนตัว และทุ่มการสนับสนุนไปยังตัวแทนพรรคที่เหลือ 2 คน ก็คือ เบอร์นี แซนเดอร์ส และ “โจ ไบเดน” อดีตรองประธานาธิบดี ในสมัยบารัก โอบามา ที่สามารถกวาดคะแนนนิยมได้สูงขึ้น ทั้งจากสมาชิกพรรคเดโมแครตส่วนใหญ่และกลุ่มผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด รวมถึงกลุ่มผู้สนับสนุนรีพับลิกันบางส่วนที่เริ่มไม่พึงพอใจต่อมาตรการของทรัมป์ด้วยเช่นกัน

สำหรับการหาเสียงเมื่อ 12 มีนาคมที่ผ่านมา นายไบเดนได้ใช้ประเด็นเรื่องการจัดการการแพร่ระบาดของโควิด-19 โจมตีการบริหารงานของทรัมป์ว่าไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ โดยระบุว่า เขาพร้อมจะตัดสินใจเพื่อรับมือกับภาวะวิกฤตอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และยุทธศาสตร์ ในการรับมือกับเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุขได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า พร้อมจะใช้มาตรการเยียวยาผลกระทบไม่ว่าจะเป็น มาตรการอนุญาตให้แรงงานสามารถลาป่วยฉุกเฉินได้โดยได้รับค่าแรง รวมถึงการเพิ่มการทดสอบไวรัสฟรีในวงกว้าง โดย “จำนวนชุดทดสอบหาเชื้อไวรัสควรมีหลายล้านชิ้น ไม่ใช่เพียงหลายพันชิ้น” นับเป็นการโจมตีฝ่ายบริหารของทรัมป์ที่เคยออกมาเปิดเผยว่า กำลังการผลิตชุดทดสอบไวรัสมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกรณีขนานนามโรคระบาดว่า “ไวรัสจีน” ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้กับหลายฝ่ายที่เกรงว่า อาจส่งผลให้เกิดความไม่พอใจและลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศอีกครั้ง โดยไบเดนระบุว่า ทรัมป์กำลังทำให้เกิด ความเกลียดกลัวชาวต่างชาติ (xenophobia) อย่างไม่ถูกต้อง “ไวรัสโคโรน่าไม่สามารถระบุได้ตามประเทศต้นกำหนด เชื้อชาติ เพศ หรือแม้แต่รหัสไปรษณีย์ !”

ด้านเบอร์นี แซนเดอร์ส ก็ได้โจมตีทรัมป์โดยเฉพาะผลกระทบทางเศรษฐกิจ พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเข้มแข็งในการหยุดยั้งการแพร่กระจายของไวรัส และออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะมาตรการลาหยุดโดยได้รับเงินเดือนและการจ่ายเงินชดเชยผู้ว่างงาน

ขณะที่ฝ่ายจัดการแคมเปญหาเสียงของทรัมป์ตอบโต้ว่า ฝ่ายตรงข้ามกำลังใช้การระบาดของโควิด-19 เป็น “ผลประโยชน์ทางการเมืองและทำให้ประชาชนตื่นตระหนก”

“จิม วอร์ธิงตัน” ผู้บริหารสโมสรด้านสุขภาพในเทศมณฑลบักส์ของรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนทรัมป์ระบุว่า การแพร่ระบาดของไวรัสถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นทางการเมืองไม่ต่างจากเรื่องอื่น “ผมคิดว่าเขาเป็นผู้นำที่ดีในเรื่องนี้ แต่สื่อนำเสนอเกินจริง”

อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์สร่วมกับอิปซอสส์ (Ipsos) บริษัทสำรวจและวิจัยของฝรั่งเศส สำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกัน ระหว่างวันที่ 9-10 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่า ชาวอเมริกัน 55% ไม่พึงพอใจการบริหารงานของทรัมป์ ขณะที่มีผู้ที่พึงพอใจเพียง 40% เท่านั้น

นักยุทธศาสตร์ทางการเมืองของรีพับลิกันระบุว่า มาตรการรับมือกับไวรัสกำลังสร้างความเสียหายให้กับทรัมป์ในเวลานี้ แต่ยังเร็วเกินไปที่จะวัดผลกระทบทางการเมืองในระยะยาว ซึ่งหากรับมือครั้งนี้ไม่ดีพออาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปลายปีนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้งสหรัฐ