เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.ล.ต. จี้ INGRS เคลียร์งบการเงิน! หลังผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็น ขีดเส้นตาย 30 พ.ย.นี้
Finance ก.ล.ต. จี้ INGRS เคลียร์งบการเงิน! หลังผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็น ขีดเส้นตาย 30 พ.ย.นี้
น้ำท่วมภูเก็ตยอดเคลมพุ่ง 181 รายการ คปภ.เร่งจ่ายสินไหมบ้านสูงสุด 1 แสนบาท
Finance น้ำท่วมภูเก็ตยอดเคลมพุ่ง 181 รายการ คปภ.เร่งจ่ายสินไหมบ้านสูงสุด 1 แสนบาท
ปตท.สผ. กำไร 5.37 หมื่นล้าน เร่งปั๊มก๊าซไทยลุยแหล่งบุษบงผลิตปี’71 คว้าสัมปทานใหม่อีสาน กว่า 7,000 ตร.กม.
Business ปตท.สผ. กำไร 5.37 หมื่นล้าน เร่งปั๊มก๊าซไทยลุยแหล่งบุษบงผลิตปี’71 คว้าสัมปทานใหม่อีสาน กว่า 7,000 ตร.กม.
กปภ.เฝ้าระวังสารปนเปื้อนบ้านสร้าง จ.ปราจีนฯ ยันไม่กระทบการผลิตน้ำประปา
เศรษฐกิจภูมิภาค กปภ.เฝ้าระวังสารปนเปื้อนบ้านสร้าง จ.ปราจีนฯ ยันไม่กระทบการผลิตน้ำประปา
น้ำท่วมป่าตองคลี่คลาย ส.ท่องเที่ยวภูเก็ตจับมือโรงแรมดูแลนักท่องเที่ยวใกล้ชิด
เศรษฐกิจภูมิภาค น้ำท่วมป่าตองคลี่คลาย ส.ท่องเที่ยวภูเก็ตจับมือโรงแรมดูแลนักท่องเที่ยวใกล้ชิด
เปิด 2 มุมคิด ปมรื้อภาษีจัดสรร 4 กองทุน ดึงเงินเข้าคลังหรือคงอิสระ
Economic เปิด 2 มุมคิด ปมรื้อภาษีจัดสรร 4 กองทุน ดึงเงินเข้าคลังหรือคงอิสระ
ปิดช่องโหว่ทิ้งงาน ! รัฐบังคับวาง Bank Guarantee 50,000 บาท ผู้รับเหมาโซลาร์ภาคประชาชน
Economic ปิดช่องโหว่ทิ้งงาน ! รัฐบังคับวาง Bank Guarantee 50,000 บาท ผู้รับเหมาโซลาร์ภาคประชาชน
หุ้นไทยร่วงหนัก 26 จุด กังวลลงทุน AI กดดันหุ้นเทคฯ สัปดาห์หน้าจับตาแนวรับ 1,500 จุด
Finance หุ้นไทยร่วงหนัก 26 จุด กังวลลงทุน AI กดดันหุ้นเทคฯ สัปดาห์หน้าจับตาแนวรับ 1,500 จุด
แสนสิริ บุกตลาดพูลวิลล่าภูเก็ต เปิดตัวเดอะเทลส์ 2 ทำเลฮอต ‘บางโจ-ป่าสัก’
Real Estate แสนสิริ บุกตลาดพูลวิลล่าภูเก็ต เปิดตัวเดอะเทลส์ 2 ทำเลฮอต ‘บางโจ-ป่าสัก’
ยอดส่งออกจีนพุ่ง 36 % แรงหนุนส่งออกสินค้าเอไอทะยาน สหรัฐ-อียูฉุดไม่อยู่
World ยอดส่งออกจีนพุ่ง 36 % แรงหนุนส่งออกสินค้าเอไอทะยาน สหรัฐ-อียูฉุดไม่อยู่
ดูทั้งหมด

ลากยาวปลดใบเหลือง “ไอยูยู” มกราฯ 61 เกษตรฯสรุป 8 ข้อที่อียูยังห่วง

25 ก.ค. 2560 | 17:56น.

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการเข้ามาติดตามตรวจสอบเรื่องการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน ไร้การควบคุม หรือไอยูยู ของเจ้าหน้าที่อียู ระหว่างวันที่ 5-14 ก.ค.60 นั้น ได้ระบุว่า ขณะนี้ประเทศไทยแก้ปัญหาด้านประมงอย่างถูกทางแล้ว แต่ยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติม เช่น เจ้าหน้าที่ยังขาดประสบการณ์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการฝึกฝน การบังคับใช้กฎหมายและการใช้เครื่องมือให้ถูกต้อง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม อียูจะส่งทีมเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบเรื่องระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ของไทยในเดือน ต.ค.นี้อีกครั้ง เนื่องจากการตรวจสอบครั้งนี้ระยะเวลาไม่เพียงพอ หลังจากนั้นในเดือน ม.ค.ปี 61 ทางอียูจะส่งทีมงานชุดใหญ่มาติดตามการแก้ไขปัญหาไอยูยูของไทยอีกครั้ง ทั้งนี้ ยังได้เน้นย้ำว่าให้ระมัดระวังการนำเสนอข่าวที่อาจเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อการแก้ไขปัญหาการประมงตามหลักสากล

“ในเดือน ก.ค.อียูตรวจสอบแต่เรื่องกองเรือ กฎหมายต่างๆ และการบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น ซึ่งทางอียูเห็นว่ากรอบการแก้ไขปัญหาของไทยดีแล้ว และเจ้าหน้าที่ของอียูที่เดินทางมาเขาก็อยากจะช่วยเหลือประเทศไทย แต่การที่ไทยออกข่าวไปก่อน ก็เหมือนไปดักทางผลตัดสินเขาไว้ ซึ่งตรงนี้ต้องระวังให้ดี เพราะอียูจะอ่อนไหวกับข่าวที่ออกมามาก นอกจากนี้ ผมยังไม่เคยพูดเรื่องใบเขียว ใบเหลือง ใบแดง แต่จะย้ำเสมอว่าต้องการประกอบอุตสาหกรรมประมงไปสู่การทำประมงแบบยั่งยืนให้ได้ ซึ่งอียูเห็นชอบว่าถูกต้อง” พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว

ส่วนผลสรุปประเด็นสำคัญของการหารือกับอียู ประกอบด้วย 1.อียูมีความพอใจที่ไทยการประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การประมง (ฉบับปรับปรุง) พ.ศ.2560 ซึ่งถือเป็นกฎหมายที่เข้มแข็งมาก เพราะได้แก้ไขช่องโหว่ของการบังคับใช้ พ.ร.ก.ปี 2558 จนเสร็จสมบูรณ์ 2.ไทยสามารถให้ภาพกองเรือที่ชัดเจน และสามารถลดจำนวนเรือที่อยู่ในกลุ่มไม่ถูกกฎหมายเหลือ 1,336 ลำ ซึ่งยังต้องสำรวจสถานะต่อไปว่าเรือเหล่านี้อยู่ที่ใด และตัวเรือมีจริงหรือไม่ ซึ่งหากไทยเร่งสำรวจจำนวนเรือกลุ่มนี้ให้เสร็จ จะถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของการปฏิรูปภาคประมง ที่จะทำให้อียูมั่นใจว่าไทยสามารถควบคุมเรือประมงได้ทุกลำทุกกล่มทั้งในและนอกลำน้ำ ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย

3.การทำงานของศูนย์เฝ้าระวังการทำประมง (FMC) ซึ่งมีการพัฒนาระบบการทำงานดีขึ้นมา สามารถติดตามเรือประมงได้ตลอดเวลามากขึ้น 4.สิ่งที่อียูกังวลเกี่ยวกับไทย คือ ประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ เพราะถึงแม้จะมีกฎหมายที่เข้มแข็ง มีศูนย์ FMC ที่มีประสิทธิภาพ แต่การบังคับใช้กฎหมาย และการใช้กลไลอย่างเต็มประสิทธิภาพแต่ก็ยังอ่อนแอ เพราะเจ้าหน้าที่ขาดความสามารถในการวิเคราะห์และการตรวจจับพฤติกรรมของเรือ รวมถึงขาดความเด็ดขาดในการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้สถิติการจับกุมต่ำ ทั้งที่มีการตรวจเรือจำนวนมาก อียูขอให้การตรวจสอบเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ โดยขอให้ทำการประเมินความเสี่ยงเพื่อหาเป้าหมายและเข้าตรวจในเชิงลึก

5. ประเด็นเทคนิคที่ยังต้องหารือกับอียูในขั้นตอนต่อไปคือการตรวจสอบย้อนกลับ และการเฝ้าระวังเรือขนถ่ายทั้งเรือไทยและเรือต่างประเทศในเส้นทางขนส่งทูน่า และการนำทูน่าขึ้นที่ท่าไทย ซึ่งต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้น 6.อียูกังวลใจอย่างมากต่อพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวฉบับใหม่ ที่ระบุโทษอาญาและโทษปรับสูงต่อแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย อียูเห็นว่าเป็นเหยื่อ และควรได้รับการคุ้มครองจากฎหมายแทนการถูกลงโทษ กระทรวงแรงงานควรทบทวนพิจารณาแก้ไข พ.ร.ก.ในส่วนนี้ มิฉะนั้นอาจกระทบต่อความพยายามแก้ไขปัญหาไอยูยูของไทยทั้งหมดที่ผ่านมา

7.อียูหวังให้ไทยเป็นหุ้นส่วนในการส่งเสริมธรรมาภิบาลมหาสมุทร เพราะไทยมีศักยภาพสูงทางประมงทั้งฝั่งมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก และหวังใช้ไทยเป็นแบบอย่างอ้างอิงของความสำเร็จในการแก้ไขปัญหากับประเทศอื่นๆ ซึ่งเป็นเหตุผลที่อียูเข้มงวดกับไทยเป็นพิเศษ และใช้เวลาในการปลดใบเหลืองนานกว่าประเทศอื่นที่เพียงมีกรอบกฎหมายก็ได้รับการปลดใบเหลืองแล้ว

8.อียูจะมาประเมินไทยอีกครั้งในช่วงต้นปีหน้า ดังนั้นในอีก 6 เดือนข้าวหน้านี้ อียูต้องการจะเห็นการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด โดยเฉพาะการใช้คำสั่งปกครองกับเรือที่ทำความผิดด้วยมาตรการที่แรงเพื่อให้เกิดการป้องปราบ และการตรวจจับกรณีใหญ่ๆ ได้ หากไทยทำได้ในระดับที่อียูต้องการเห็น ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าไทยจะได้รับการปลดใบเหลืองในช่วงประเมินต้นปีหน้า