เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

ขาดดุลการค้าทะยานสู่ 500,000 ล้าน

08 ก.ย. 2565 | 06:38น.
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

การขาดดุลทางการค้าในระดับสูงจะเป็น 1 ในปัจจัยหลักที่ “กดดัน” ต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ต่อเนื่องไปถึงปี 2566 โดยตัวเลขล่าสุดภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ปรากฏว่าการส่งออกมีมูลค่า 23,629.3 ล้านเหรียญสหรัฐหรือขยายตัว 4.3% แต่ถ้าคิดเป็นเงินบาทเท่ากับ 829,029 ล้านบาทหรือขยายตัว 17% ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 27,289.8 ล้านเหรียญหรือขยายตัว 23.9% ส่วนมูลค่าในรูปของเงินบาทเท่ากับ 968,940 ล้านบาทหรือขยายตัว 38.7%

ส่งผลให้ประเทศไทยขาดดุลการค้าในเดือนกรกฎาคม 2565 เท่ากับ 3,660.5 ล้านเหรียญหรือเท่ากับ 139,911 ล้านบาท

แต่หากติดตามภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของไทยระหว่างเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2565 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จะพบว่าไทยสามารถส่งออกคิดเป็นมูลค่ารวม 172,814.1 ล้านเหรียญสหรัฐหรือขยายตัว 11.5% ในรูปของค่าเงินบาทเท่ากับ 5,774,277 ล้านบาทหรือขยายตัว 22.2% (เมื่อหักทองคำ-น้ำมัน-อาวุธออกไปแล้ว

จะพบว่าการส่งออกในช่วง 7 เดือนแรกขยายตัว 8.3%) ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 182,730.4 ล้านเหรียญหรือขยายตัว 21.4% ส่วนในรูปของเงินบาทเท่ากับ 6,192,216 ล้านบาทหรือขยายตัว 33%

เท่ากับในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ประเทศไทยขาดดุลการค้าไปแล้ว 9,916.3 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็นเงินบาทเท่ากับ 417,939 ล้านบาท

การขาดดุลทางการค้า (trade deficit) อธิบายได้ว่า มูลค่าการนำเข้า (import) “มีมากกว่า” มูลค่าการส่งออก (export) หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ “เราซื้อมากกว่าขาย” แต่ปัญหาขณะนี้ก็คือ “เงินบาทที่อ่อนค่าลงมีผลต่อการซื้อ และไทยต้องนำอะไรเข้ามามาก และจะต้องซื้อในราคาและปริมาณนี้ไปถึงเมื่อไหร่”

จากตัวเลขการนำเข้าในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา พบว่าประเทศไทยมีการนำเข้าสินค้าในกลุ่มเชื้อเพลิง คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 20.7% ของการนำเข้าทั้งหมด ส่งผลให้ยอดการนำเข้าโดยรวมเพิ่มขึ้น 89% มูลค่า 37,845 ล้านเหรียญ โดยสินค้าในกลุ่มเชื้อเพลิงที่ต้องนำเข้ามามาก

ได้แก่ น้ำมันดิบ มูลค่า 24,095 ล้านเหรียญหรือประมาณ 843,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.4%, น้ำมันสำเร็จรูป 3,521 ล้านเหรียญ คิดเป็นเงินบาท 123,000 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 18.2% และก๊าซธรรมชาติ 7,258 ล้านเหรียญ คิดเป็นเงิน 254,000 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 190.2%

สอดคล้องกับความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ที่ว่า การขาดดุลทางการค้าที่เพิ่มขึ้นของไทยมาจาก 3 สาเหตุสำคัญคือ การส่งออกสินค้าเริ่มชะลอตัวลง โดยตัวเลขเป้าส่งออกล่าสุดอยู่ระหว่าง 6-8% หรือ 293,000 ล้านเหรียญ, ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่เริ่มฟื้นตัวจากโควิด-19 ทำให้มียอดการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น

และสำคัญที่สุดก็คือ การนำเข้าสินค้าในกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ โดยอย่างหลังนั้นจะสังเกตได้ว่า ช่วง 7 เดือนแรกมีการนำเข้าก๊าซ (ส่วนใหญ่ถูกใช้ไปในการผลิตไฟฟ้า) มีอัตราเพิ่มขึ้นถึง 190% ทีเดียว

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางด้านพลังงานของโลกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ยิ่งน่าเป็นห่วงมาก จากปัจจัยหลัก 2 ประการ ที่ทำให้ความต้องการใช้พลังงานมากยิ่งขึ้นคือ สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง ส่งผลให้รัสเซียยิ่ง “กดดัน” การขายก๊าซให้กับยุโรป

หลังบริษัทก๊าซพรอม ประกาศยุติการส่งก๊าซผ่านท่อนอร์ทสตรีม 1 จนยุโรปหลายประเทศเกิดวิกฤตพลังงาน ราคาก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 1 ใน 3 หรือเกือบ 400% กับกลุ่มโอเปก มีมติล่าสุดให้ปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลง 100,000 บาร์เรล/วัน เพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้คงอยู่ในเกณฑ์ที่ “สูงมาก” ต่อไป

สัญญาณวิกฤตทางด้านพลังงานโลกที่เกิดขึ้นนี้ จะมีผลโดยตรงต่อการนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซของประเทศไทยแน่นอน ด้วยปริมาณการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่ไม่ลดลง (ไม่มีการประหยัด) ความต้องการก๊าซในการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง แต่ยอดการส่งออกกลับคงที่หรือชะลอตัวลง จึงมีความเป็นไปได้ว่า ณ สิ้นปี 2565 ประเทศไทยจะขาดดุลการค้าไปสู่ระดับ 500,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน