เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
“คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
Politics “คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
ถอดรหัสมติ 5  ต่อ 2 อนุฯ ชุดที่ 36 ยกคดีฮั้ว สว.
Politics ถอดรหัสมติ 5 ต่อ 2 อนุฯ ชุดที่ 36 ยกคดีฮั้ว สว.
พรีเมียร์ลีกจับมือ JAS เปิดเกมปราบเว็บเถื่อน ชี้ผู้ใช้เสี่ยงภัยไซเบอร์ 6 เท่า
Biz Movement พรีเมียร์ลีกจับมือ JAS เปิดเกมปราบเว็บเถื่อน ชี้ผู้ใช้เสี่ยงภัยไซเบอร์ 6 เท่า
สันติธาร มอง ‘Data Center’  ผ่าน 3 เลนส์ แนะ ‘ไทย’ รับอย่างไรให้คุ้ม
Tech สันติธาร มอง ‘Data Center’ ผ่าน 3 เลนส์ แนะ ‘ไทย’ รับอย่างไรให้คุ้ม
3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
Politics 3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
HR เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
ดูทั้งหมด

นับถอยหลังนาฬิกาชีวิต “บิ๊กป้อม” พิสูจน์ทรัพย์เพื่อนตาย-ป.ป.ช.เที่ยงตรง ?

22 ม.ค. 2561 | 01:42น.

การเมืองปี 2561 เปิดฉาก-โหมโรงร้อนฉ่าไปทั้งกระดานการเมือง เมื่อ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี-รมว.กลาโหม สะดุดขาตัวเอง-สะเทือนไปทั้งทำเนียบรัฐบาล-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี-คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ปมแหวนเพชร-นาฬิกาหรู โดยเฉพาะนาฬิกาข้อมือ “ริชาร์ดมิลล์” เกิดตัวละครใหม่-บุคคลที่สาม เป็นเอกชน 4 ราย  จากหนังสือชี้แจง ที่ “บิ๊กป้อม” ยื่นบัญชีพยาน-ลากเข้ามาติดบ่วงกรรม ยังต้องรอการพิสูจน์จะดึง “บิ๊กป้อม” ขึ้นมาจากหุบเหวได้หรือไม่

เขย่า “บิ๊กป้อม” กระทบ “บิ๊กตู่”

จากวรรคทองแห่งปี “นาฬิกาของเพื่อน”-“เพื่อนที่ตายแล้ว” ของ “บิ๊กป้อม” หวังลึก ๆ ว่า “คนตายพูดไม่ได้” จะทำให้พ้น “ข้อครหา” จากการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ทว่า “ภาพหลอน” ต่างกรรม-ต่างวาระของ “บิ๊กป้อม” ขณะสวมใส่นาฬิกาหรู กว่า 25 เรือน ถูก “ขุดคุ้ย” ออกมาตีแผ่ ทำให้ “บิ๊กป้อม” ตั้งการ์ดสูงว่า นาฬิกาทั้งหมด “ยืมเพื่อนมาใส่-คืนไปหมดแล้ว”

การพลิกคำให้การนอกสำนวนของ “บิ๊กป้อม” ว่า นาฬิกาทั้งหมดไม่ใช่ของตัวเอง ทำให้ “หักร้าง” ข้อกฎหมายไปโดยปริยาย หาก “บิ๊กป้อม” ชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ว่า ได้นาฬิกาภายหลังยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน-หนี้สินเมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2557

เปิดตัวเจ้าของ “นาฬิกาเพื่อน”

หากนาฬิกาทุกเรือน เป็นของเพื่อน-บุคคลที่สาม ป.ป.ช.จึงต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า นาฬิกา “เป็นของเพื่อน” ไม่ใช่ของ “บิ๊กป้อม” จริงหรือไม่

และการแก้ต่างว่า “ยืมนาฬิกาเพื่อนมา” ถึงแม้ว่าจะคืนเพื่อนไปหมดแล้ว ถือว่า “ความผิดสำเร็จ”-“ฟังขึ้น” หรือไม่ ป.ป.ช.จึงต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า “ให้ยืม” หรือ “ให้เลย” กันแน่

บุคคลที่ 3 “เพื่อน” ที่ “บิ๊กป้อม” อ้างถึง คือ “เสี่ยคราม” หรือ “เจ้าสัวคอมลิงค์” นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์

“เพื่อนรัก-ซี้ปึ้ก” และยังคบหาสมาคมตลอด 60 ปี ตั้งแต่เรียนโรงเรียน “ขาสั้น” ป.1 โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ซึ่ง “เสี่ยคราม” เสียชีวิตไปแล้วเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560

ว่ากันว่า ภายหลังเกิดเรื่อง “แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน” ทำให้ “บิ๊กป้อม” นำนาฬิกาทั้งหมดที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า
“ยืมมา” หรือ “ให้เลย” คืนไปยังครอบครัว “สุขศรีวงศ์” ทันที

ลั่นผิดจริง พร้อมลาออก

การออกมาปัดป้อง-กึ่งรุกรับ ว่าเป็น “เหยื่อ” โลกโชเชียลเพราะถูกนำภาพขณะสวมใส่นาฬิกามา “วนซ้ำ” เสมือนประหนึ่งว่า มีหลายเรือน อย่างไรก็ตาม “บิ๊กป้อม” ก็ไม่ได้ฟ้องร้องเป็นคดีความแต่อย่างใด

เพราะการนำภาพ-รูปนาฬิกา ที่ “บิ๊กป้อม” สวมใส่ต่างกรรม-ต่างวาระ อันเป็นเท็จ-ตัดต่อให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียง ย่อมผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์ อย่างแน่นอน เว้นเสียแต่ว่าเป็นภาพจริง-ของจริง

ก่อนที่จะปากกล้าขาสั่น-ใจดีสู้เสือ ประกาศลั่น “พร้อมลาออก” หาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ว่า “ผิดจริง” ภายหลัง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้อง-กดดันให้ “บิ๊กป้อม” แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง โดยยก “ลูกทีม” ทั้ง “วิฑูรย์ งามบุตร” และ “วิทยา แก้วภราดัย” ที่ “โชว์สปิริต” ลาออกจากตำแหน่ง รมต.-ปลดชนวนระเบิดให้กับ “รัฐบาลอภิสิทธิ์” ในขณะนั้น

ลุ้น “บิ๊กป้อม” ลาออก

กระแสเขย่าขวัญ “บิ๊กป้อม” ยังไม่มีทีท่าที่จะหยุดหย่อน เพราะคาดเดาไม่ได้ว่าจะมีนาฬิกาเรือนที่ 26 เรือนที่ 27 ออกมาแฉอีกหรือไม่ ยิ่ง “บิ๊กป้อม” ชี้แจงก็ยิ่งให้การ “สารภาพ” ไปโดยไม่รู้ตัว

หนำซ้ำยิ่งจะทำให้สะเทือนไปถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์-คสช. ถึง “ธรรมาภิบาล” พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้อง “ดีดลูกคิด” ว่า การอุ้ม “บิ๊กป้อม” ไว้ จะเป็น “ผลดี” หรือ “ผลเสีย” เว้นแต่ “บิ๊กป้อม” จะตัดสินใจ “ลาออกเอง”

เพราะขณะนี้รัฐบาล-พล.อ.ประยุทธ์ และ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” แม่ทัพเศรษฐกิจ กำลังโกยแต้มคะแนนนิยม-เดินสายรุกแก้จนทั่วประเทศ ด้วยเม็ดเงินจากงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 กว่า 1.5 แสนล้านบาท

ล่าสุด ตั้งคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาประเทศไทยสู่ความยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและเหลื่อมล้ำ มี “พล.อ.ประยุทธ์” นั่งหัวโต๊ะ-รองนายกฯ ทุกคนเป็นรองประธาน พร้อมทั้งตั้งทีมขับเคลื่อนไทยอย่างยั่งยืน 7,463 ทีม ตามจำนวนตำบล-เทศบาล

แผนนายกฯคนนอก “สะดุด”

อีกขาหนึ่ง “พล.อ.ประยุทธ์” ก็โยนหินถาม “10 คำถาม 1 คำตอบ” แทงกั๊ก กลับมาเป็น “นายกฯคนนอก” เลื่อนล็อก-เปิดทาง “แจ้งเกิด” พรรคทหาร-นอมินี คสช.

ขณะเดียวกันในช่วงสุญญากาศ-พรรคการเมืองขยับเขยื้อนไม่ได้ “พล.อ.ประยุทธ์” ก็รุกแลกทางการเมือง ประกาศเจตนารมณ์ทางการเมือง-ชูธงประชาธิปไตย “ไทยนิยม” หาแนวร่วม

ภายหลัง “ป๋าเปรม”-พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ออกมาเตือนแรง ๆ ว่า “ตู่ใช้กองหนุนไปเกือบหมดแล้ว”

วิกฤตศรัทธา ป.ป.ช.

ถึงแม้ว่าจุดตาย “รัฐบาล-คสช.” จะถูกแขวนไว้กับ “บิ๊กป้อม” ที่มี “บิ๊กกุ่ย” พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ
ประธาน ป.ป.ช. “ลูกน้องเก่า” ทว่าในทางกลับกัน ป.ป.ช. ก็กำลังถูกมรสม-ท้าทายความน่าเชื่อถือ-ก่อเกิดเป็น “วิกฤตศรัทธา” เช่นกัน

ยิ่งเมื่อ “วรวิทย์ สุขบุญ” เลขาธิการ ป.ป.ช.ใช้คำว่า  “ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้” เป็นหลังพิงฝา-จนมุมกระสุนนักข่าวชนิดเกือบโดนน็อกกลางเวทีนาฬิกาหรู-แหวนเพชรจึงเกิดเครื่องหมายคำถามคำโต ว่า ป.ป.ช.ในยุค “บิ๊กกุ่ย” ที่มี “วรวิทย์” เลขาธิการ ป.ป.ช.คนใหม่ ที่ได้ชื่อว่าเป็นมือตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน ตั้งแต่เป็นรองเลขาธิการ ป.ป.ช. จะมา “ตกม้าตาย” ในรัฐบาล-คสช. หรือไม่

ยื่นศาล รธน.ตีความต่ออายุ

คู่ขนานกับการเคลื่อนไหวของ 26 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สายนายพล ที่ยกมือไม่เห็นด้วย-งดออกเสียงการ “ต่ออายุ” กรรมการ ป.ป.ช. 7 คน ที่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

โดยเข้าชื่อเพื่อยื่นต่อ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.เพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับที่… พ.ศ. … ในบทเฉพาะกาลมาตรา 178 ต่ออายุให้กรรมการ ป.ป.ช. 7 คน ว่า มีลักษณะต้องห้าม-ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

ฟื้นคดี 40 ส.ส.เพื่อไทย

ขณะที่เรื่องราวของกลุ่ม อดีต 40 ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่เปิดปฏิบัติการ “ตีปลาหน้าไซ” ออกมาจุดประเด็นดักคอ ว่าคณะอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช.ที่มี “สุภา ปิยจิตติ” เป็นประธานอนุกรรมการ กำลังจะชี้มูลความผิดในข้อหาเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย

หลังจากคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวได้รับการแต่งตั้งเมื่อ 14 ก.ย. 2559 การไต่สวนผ่านมาปีเศษ มีการเรียกคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มาให้ข้อมูลครบถ้วน

ข่าวก็มาถึงหูของคนใน พท. ว่าคณะอนุฯ กำลังสรุปเรื่องและกำลังชี้มูลความผิด ร้อนถึง “พล.ต.อ.วัชรพล” ต้องออกมาดับกระแสว่า คณะอนุกรรมการยังอีกนาน

พท.โต้กลับ ป.ป.ช.ละเมิด

ทว่า เบื้องลึก-เบื้องหลังที่ “อดีต ส.ส.พท.” ออกมาจุดประเด็น เพราะเรื่องดังกล่าวได้มี “บวร ยสินธร” ประธานเครือข่ายราษฎรอาสาปกป้อง 3 สถาบัน ไปยื่นร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ดำเนินการเอาผิด 40 ส.ส.พท. มาแล้วครั้งหนึ่งในยุค ป.ป.ช.ที่มี “ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ” เป็นประธาน แต่ ป.ป.ช.ขณะนั้น ไม่รับเป็นเรื่องร้องเรียนเพราะเป็นเอกสิทธิ์ ส.ส.ที่จะพิจารณากฎหมาย

ครั้นมาถึง ป.ป.ช.ยุค “บิ๊กกุ่ย” ได้มีการยื่นซ้ำอีกครั้งหนึ่ง และ ป.ป.ช.มีมติรับคำร้องและตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง

ขณะนี้ นางสมหญิง บัวบุตร อดีต ส.ส.อำนาจเจริญ ตัวแทนกลุ่ม 40 ส.ส. ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายบวร และคณะกรรมการ ป.ป.ช. 9 คนเป็นจำเลยในความผิดฐานละเมิด พร้อมกับเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี และศาลรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ พ 821/2560 โดยจะสืบพยานโจทก์นัดแรก 13 ก.พ. 2561

มูลเหตุ-ปัจจัยทั้งหมดกำลังสุมไฟ กลายเป็นระเบิดเวลาธรรมาภิบาลของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์-วิกฤตศรัทธา ป.ป.ช.