เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Uncategorized “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
Automotive HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
Economic เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
Economic อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
News อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พาณิชย์ผนึกตำรวจ-ช้อปปี้ ปราบสินค้าปลอมออนไลน์ ครึ่งปีจับ 456 คดี ยึดของกลาง 1.65 ล้านชิ้น
Economic พาณิชย์ผนึกตำรวจ-ช้อปปี้ ปราบสินค้าปลอมออนไลน์ ครึ่งปีจับ 456 คดี ยึดของกลาง 1.65 ล้านชิ้น
น้ำมันลง แต่ข้าวแกงไม่ลง “ศุภจี” เปิดแผนจานละ 40 บาท ช่วยมนุษย์เงินเดือน
Economic น้ำมันลง แต่ข้าวแกงไม่ลง “ศุภจี” เปิดแผนจานละ 40 บาท ช่วยมนุษย์เงินเดือน
ดูทั้งหมด

เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 และส่งสัญญาณจะขึ้นอีก 1.25% ในปีนี้

23 ก.ย. 2565 | 20:24น.

ธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน และส่งสัญญาณจะปรับขึ้นอีก 1.25% ในการประชุมอีก 2 ครั้งในปีนี้ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนกังวลท่าทีรัสเซียสั่งระดมกำลังพลครั้งใหม่ ส่วนเงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยก่อนปิดตลาดที่ระดับ 37.34/36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 19-23 กันยายน 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (19/9) ที่ระดับ 36.86/88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/9) ที่ระดับ 36.92/94 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 59.5 ในเดือน ก.ย. จากระดับ 58.6 ในเดือน ส.ค.แต่ต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 60.0

ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะแตะระดับ 4.6% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า โดยต่ำกว่าระดับ 4.8% ที่มีการสำรวจในเดือนที่แล้ว และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2564 สำหรับในช่วง 5 ปีข้างหน้า ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะแตะระดับ 2.8% โดยต่ำกว่าระดับ 2.9% ที่มีการสำรวจในเดือนที่แล้ว และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2564

อย่างไรก็ตามดัชนีดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 20 ปีในวันพุธ (21/9) เนื่องจากนักลงทุนกังวลกับถ้อยแถลงของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย โดย ปธน.ปูตินได้ประกาศระดมพลเป็นครั้งแรกในรัสเซียนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 และเขาประกาศเตือนชาติตะวันตกว่า ถ้าหากชาติตะวันตกยังคง “แบล็คเมลเรื่องนิวเคลียร์” ต่อไป รัฐบาลรัสเซียก็จะตอบโต้โดยใช้กำลังจากคลังแสงทั้งหมดของรัสเซีย

เฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อ

นอกจากนี้ดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน โดยปรับกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นสู่ 3.00-3.25% ในวันพุธ ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 โดยการปรับขึ้นในครั้งนี้ได้รับเสียงสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากเจ้าหน้าที่เฟด และเฟดส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่อีกในการประชุมครั้งต่อ ๆ ไป

ทั้งนี้ รายงานคาดการณ์ฉบับใหม่ของเฟดระบุว่า กรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดมีแนวโน้มพุ่งขึ้นสู่ 4.25-4.50% ก่อนสิ้นปีนี้ และจะอยู่ที่ 4.50-4.75% ในช่วงปลายปี 2023 ก่อนจะปรับลดลงสู่ 3.75-4.00% ในช่วงปลายปี 2024 และ 2.75-3.00% ในช่วงปลายปี 2025 โดยก่อนหน้านี้เฟดเคยคาดการณ์ในเดือน มิ.ย.ว่า อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ระดับเพียง 3.4% ในช่วงสิ้นปีนี้ และ 3.8% ในช่วงสิ้นปีหน้า

การที่เฟดคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ย federal funds จะอยู่ที่ระดับ 4.25-4.50% ในช่วงปลายปีนี้ ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวมกัน 1.25% ในการประชุมอีก 2 ครั้งที่เหลือในปีนี้

ทั้งนี้นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดกล่าวว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟดแสดงให้เห็นว่าเฟดมี “ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า” ในการทำให้อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงจากจุดสูงสุดรอบ 40 ปี และเจ้าหน้าที่เฟดจะ “ทำแบบนี้ต่อไปจนกว่างานจะเสร็จ” ถึงแม้การทำแบบนี้จะส่งผลให้อัตราการว่างงานปรับสูงขึ้น และส่งผลให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะชะงักงันก็ตาม และเขาระบุอีกด้วยว่า “เราจำเป็นจะต้องทำให้ภาวะเงินเฟ้อสิ้นสุดลง”

นอกจากนี้ เขายังกล่าวเสริมว่า ไม่มีหนทางที่ปราศจากความยากลำบากในการทำให้อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลง นายพาวเวลล์ระบุว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในสหรัฐจำเป็นจะต้องปรับฐาน ในขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัยถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อของผู้บริโภคปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเขากล่าวเสริมว่า “ตลาดที่อยู่อาศัยในสหรัฐอยู่ในภาวะร้อนแรง และมีความไม่สมดุลเป็นอย่างมาก เราจำเป็นจะต้องทำให้อุปทานและอุปสงค์อยู่ในภาวะสมดุลกันมากกว่านี้ ตลาดที่อยู่อาศัยอาจจำเป็นต้องปรับฐานเพื่อจะได้กลับสู่ภาวะดังกล่าว”

โฆษกรัฐบาลแจง ไม่พบสัญญาณเคลื่อนย้ายเงินทุนผิดปกติ

สำหรับปัจจัยในประเทศ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมูลค่าเงินสำรองระหว่างประเทศของประเทศปรับลลดลง เป็นผลมาจากการแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ พร้อมเน้นย้ำไม่พบสัญญาณการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่ผิดปกติ และระดับเงินสำรองฯ เมื่อเทียบต่อ GDP ยังสูงกว่าหลายประเทศ

ทั้งนี้ จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า มูลค่าเงินสำรองระหว่างประเทศที่ปรับลดลงจาก 2.78 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี มาอยู่ที่ระดั 2.4 แสนล้านดอลลาร์ เป็นผลมาจากการตีมูลค่าเงินสำรองฯที่อยู่ในสินทรัพย์หลายสกุลเงินให้เป็นสกุลดอลลาร์ โดยเงินสกุลดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ทำให้สินทรัพย์สกุลอื่น ๆ เมื่อตีมูลค่าเป็นรูปดอลลาร์มีมูลค่าลดลง ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินผันผวนสูงขึ้นจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง และเป็นเหตุการณ์ปกติในช่วงที่ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวนสูง มูลค่าเงินสำรองฯก็จะผันผวนสูงขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยยังยืนยันว่าไม่พบสัญญาณการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่ผิดปกติ และประเทศไทยยังมีฐานทางการเงินที่ดี จากระดับเงินสำรองฯ ที่อยู่ประมาณ 2.4 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีเงินสำรองฯ มากที่สุดเป็นอันดับที่ 12 ของโลก และเมื่อเทียบเงินสำรองฯ ต่อ GDP จะคิดเป็น 48% ของ GDP ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 6 ของโลก รวมถึงยังสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นของไทยถึงเกือบ 3 เท่า

คลังนัดถกแบงก์ชาติ แก้ปมเงินบาทอ่อนค่า

นอกจากนี้หลังจากที่ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องจนอ่านค่าสุดนับตั้งแต่ ต.ค. 2549 ในวันพฤหัสบดี (22/9) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลังเปิดเผยว่า เตรียมนัดหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับปัญหาเงินบาทอ่อนลงอย่างมากว่าเกิดจากปัจจัยเรื่องใดเป็นหลัก

พร้อมทั้งประเมินว่าสถานการณ์เงินบาทอ่อนค่าลงมากในขณะนี้ ส่งผลกระทบในด้านใด อย่างไร แต่ยังไม่ได้สรุปว่าจะนัดกันได้เมื่อใด ทั้งนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.75-37.44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 37.34/36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (19/9) ที่ระดับ 1.0007/09 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/9) ที่ระดับ 0.9977/79 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า การดำเนินการของ ECB อาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ ECB จะให้ความสำคัญสูงสุดต่อการรักษาเสถียรภาพของราคา

นางลาการ์ดระบุว่า ในการกำหนดนโยบายการเงิน ECB จะต้องพิจารณาทุกองค์ประกอบที่ส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อ รวมทั้งความเสี่ยงที่จะกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตลาดทั้งสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวตามการเคลื่อนไหวของดอลลาร์ ค่าเงินยูโรมีการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 0.9768-1.0050 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (16/9) ที่ระดับ 0.9790/95 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

เงินเยนอ่อนค่าสุดในรอบ 24  ปี

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (19/9) ที่ระดับ 143.03/05 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/9) ที่ระดับ 143.30/32 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญของญี่ปุ่น ขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 8 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2557 และอยู่สูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ระดับ 2% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5

ข้อมูลดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ อันเนื่องมาจากการพุ่งขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและเงินเยนที่อ่อนค่าลงเป็นวงกว้าง กดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจต้องเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินเยนอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องไปแตะจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 24 ปี เมื่อเทียบกับดอลลาร์ เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนกลับมาแข็งค่าในวันพฤหัสบดี (22/9) หลังจากทางการญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงในตลาดปริวรรตเงินตราเพื่อหนุนค่าเงินเยนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 โดยนายมาซาโตะ คันตะ รมช.คลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศกล่าวว่า ญี่ปุ่นยังไม่ได้เข้าแทรกแซงในตลาดเงิน แต่ก็มีความเป็นไปได้แน่นอนที่เข้าแทรกแซงเมื่อถึงคราวจำเป็น

โดยในวันพฤหัสบดีธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษต่อไปในวันพฤหัสบดี และคงการชี้แนะนโยบายเชิงผ่อนคลายต่อไป โดยนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการบีโอเจกล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า บีโอเจยังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและยังไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวโน้มทิศทางนโยบายการเงินแบบสายพิราบในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 140.34-145.89 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (22/9) ที่ระดับ 142.22-25 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ