เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อนุทิน มั่นใจไทยรอดวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่ขาดแคลนน้ำมัน-มีเพียงราคาอิงตลาดโลก
Politics อนุทิน มั่นใจไทยรอดวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่ขาดแคลนน้ำมัน-มีเพียงราคาอิงตลาดโลก
อนุทิน มั่นใจ GDP ปีนี้โตเกิน 2.1% ได้ลงทุน-ส่งออก-จ้างงานหนุน 
Politics อนุทิน มั่นใจ GDP ปีนี้โตเกิน 2.1% ได้ลงทุน-ส่งออก-จ้างงานหนุน 
อนุทิน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศ-ประชาชนได้ประโยชน์ ยันไร้คลื่นใต้น้ำ ครม.
Politics อนุทิน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศ-ประชาชนได้ประโยชน์ ยันไร้คลื่นใต้น้ำ ครม.
PEA เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ลงทุนหมื่นล้าน ดาต้าเซ็นเตอร์-EV Hub 
Economic PEA เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ลงทุนหมื่นล้าน ดาต้าเซ็นเตอร์-EV Hub 
พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
Economic พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
Politics ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
Automotive มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
Politics อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
Politics ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
ดูทั้งหมด

คิดถึง Floodway ลุ่มเจ้าพระยา

08 ต.ค. 2565 | 11:53น.
น้ำท่วม
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

พายุดีเปรสชั่นลูกล่าสุด “โนรู” ที่พัดผ่านเข้าประเทศไทยและไปสลายตัวบริเวณพิษณุโลก แม้จะไม่ได้สร้างความเสียหายรุนแรงแบบเดียวกับตอนที่ยังเป็นพายุโซนร้อนขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนาม แต่พายุลูกนี้ได้ก่อให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากเป็นบริเวณกว้าง ไล่มาตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานี-ยโสธร-ร้อยเอ็ด-มหาสารคาม-ขอนแก่น-ชัยภูมิ รวมไปถึงภาคเหนือตอนล่าง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิและอุบลราชธานี หรือตลอดแนวลำน้ำชี-มูล ก่อนที่จะไหลลงแม่น้ำโขง

ประกอบกับพายุลูกนี้ไม่ใช่พายุลูกแรกที่พัดผ่านหรือส่งอิทธิพลต่อประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ประเทศไทยได้เผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ส่งผลให้ “น้ำ” ในอ่างเก็บน้ำหรือในเขื่อนขนาดใหญ่-กลาง และอ่างขนาดเล็ก มีปริมาตรน้ำเกินกว่าร้อยละ 60 ของความจุอ่างบางอ่าง อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์-สิรินธร-จุฬาภรณ์-ลำตะคอง-ทับเสลา-กระเสียว-ป่าสักชลสิทธิ์-ขุนด่านปราการชล มีปริมาตรน้ำเต็มและเกือบเต็ม 100% ของความจุอ่าง ส่งผลให้ต้องเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนเป็นการใหญ่

ความจริงปรากฏการณ์ “น้ำท่วม” ตามลุ่มน้ำ หรือลำน้ำสำคัญนั้น “ไม่ใช่เรื่องใหม่ของประเทศไทย” แต่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่คราวน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 หรือกว่า 11 ปีมาแล้ว มีการบริหารจัดการในเรื่องของน้ำตั้งแต่ กรมชลประทานในอดีต จนกระทั่งถึงสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช.ในปัจจุบัน และเข้าใจว่าเฉพาะ 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ใช้งบประมาณในการบริหารจัดการน้ำไปแล้วกว่า 364,000 ล้านบาท

แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหา “น้ำท่วม-น้ำแล้ง” อย่างมีประสิทธิภาพได้ จากข้อเท็จจริงที่ว่า ไม่มีใครรู้ว่า ใน 1 ปีจะมีพายุเข้ามากี่ลูก ที่ไหน เมื่อไหร่ เวลาไหน และอย่างไร ทำให้เกิด “ความเสี่ยง” ในการจัดการกับปริมาตรน้ำในเขื่อน หรืออ่างเก็บน้ำว่าสมควรจะ “พร่องน้ำ” หรือ “กักเก็บน้ำ” ไว้ในปริมาณเท่าใดถึงจะเพียงพอต่อความต้องการใช้ ทั้งอุปโภค/บริโภค รักษาระบบนิเวศ การเกษตร และน้ำเพื่ออุตสาหกรรม

ที่สำคัญก็คือ การรวมศูนย์เพื่อ “ปกป้อง” หรือ “ป้องกัน” น้ำท่วม-น้ำแล้ง ดูเหมือนจะมุ่งไปที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งถือเป็น “หัวใจ” ของประเทศทั้งการเกษตร-แหล่งปลูกข้าวขนาดใหญ่-นิคมอุตสาหกรรมสำคัญ และที่ตั้งเมืองหลวงของประเทศ ด้วยความไม่รู้ว่า แท้ที่จริงแล้วใน 1 ปี จะมีปริมาณฝนตกมาก-น้อยเพียงใด หรือลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะต้องรับน้ำจากแควใหญ่ ปิง-วัง-ยม-น่าน ที่มีเพียงเขื่อนหลัก 4 เขื่อน “ภูมิพล-สิริกิติ์-แควน้อยบำรุงแดน-ป่าสักชลสิทธิ์” ถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการน้ำ

ความไม่รู้ปริมาณน้ำจะมากหรือน้อยใน 1 ปี จนทำให้การบริหารจัดการน้ำต้องเสี่ยงกับสิ่งที่เรียกกันว่า การคาดการณ์ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วก็คือ “การเดา” นั่นเอง ยกตัวอย่าง น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ไม่มีใครรู้ว่าจะมีพายุหลายลูกเข้ามาติด ๆ กัน ทำให้เขื่อนขนาดใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภูมิพล-สิริกิติ์ ไม่มีการเตรียมการพร่องน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์

และด้วยภาพจำของปี 2554 นั้นเอง ประกอบกับเกิดภัยแล้งหลายปีติดต่อกัน ทำให้ช่วงปีหลัง ๆ การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนจะกระทำก็ต่อเมื่อ “น้ำ” ได้เดินทางมาถึงเขื่อนแล้ว และตามมาด้วยการออกประกาศเตือนที่ว่า “เพื่อรับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นจากตอนบนของพื้นที่ ทำให้เขื่อน…..มีความจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำออก ส่งผลให้พื้นที่ใต้เขื่อนจะมีระดับน้ำท่วมเพิ่มสูงขึ้น…..” นั่นหมายถึง ใต้เขื่อนติดแม่น้ำเจ้าพระยาน้ำท่วมหมด มาก-น้อยตามสภาพสูง-ต่ำของพื้นที่ เป็นแบบนี้ทุก ๆ ปี

พลอยให้นึกถึง โครงการก่อสร้างทางน้ำหลาก (Floodway) หรือทางผันน้ำ (Flood Channel) ฝั่งตะวันออก-ตก มูลค่าเกือบ ๆ 200,000 ล้านบาท ในสมัยอดีตรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ถูกล้มไปในอดีต สมควรที่จะต้องถูก “รื้อฟื้น” ขึ้นมา “ทบทวน” หรือไม่ ถ้าอยากที่จะปกป้องลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่เป็น “หัวใจ” สำคัญของประเทศ ให้รอดพ้นจากน้ำท่วม-น้ำแล้งเสียที