Skip to content

เช็กกระแส “SSF-RMF” เปิดโพย 4 ธีมเด่น ลงทุนโค้งท้ายปี

30 ต.ค. 2565 | 12:08น.
เช็กกระแส “SSF-RMF” เปิดโพย 4 ธีมเด่น ลงทุนโค้งท้ายปี

ก้าวเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี หลายคนเริ่มมองหากองทุนประหยัดภาษี ไม่ว่าจะเป็นกองทุนเพื่อการออม (SSF) หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

กอง SSF หุ้นโลกเด่น

โดย “ชญานี จึงมานนท์” นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่ง สตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ข้อมูล ณ 30 ก.ย. 2565 ภาพรวมกองทุน SSF และกองทุนเพื่อการออมพิเศษ (SSFX) มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1,300 ล้านบาท ชะลอตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า และน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปี 2564 ที่อยู่ที่ 1,700 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม โดยรวมยังมีเงินไหลเข้าสุทธิ 9 เดือนที่ 4,000 ล้านบาท สูงกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย

อย่างไรก็ดี ผลตอบแทนจากการลงทุนยังกดดันให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ลดลง 5.7% จากสิ้นปี 2564 แต่เพิ่มขึ้น 1.3% จากไตรมาสก่อน ส่งผลให้ในไตรมาส 3 กองทุน SSF มี NAV 3.8 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ กองทุนรวมหุ้นขนาดใหญ่ (Equity Large-Cap) เป็นกลุ่มที่มีมูลค่าการลงทุนแบบ SSF สูงสุดรวม 1.3 หมื่นล้านบาท มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564 ที่ 2.0% และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 2.7% โดยในไตรมาส 3/2565 มีเงินไหลเข้าราว 280 ล้านบาท และตลอด 9 เดือนเงินไหลเข้าสุทธิ 860 ล้านบาท

“ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา กองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ หรือกองหุ้นโลก (Global Equity) ยังคงได้รับความสนใจ โดยในไตรมาสล่าสุดมีเงินไหลเข้าเพิ่มอีกเกือบ 300 ล้าน รวมตลอด 9 เดือนมีเงินไหลเข้าสุทธิสะสมแตะ 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม โดยรวมมูลค่าทรัพย์สินยังคงหดตัวลง เนื่องจากผลตอบแทนที่ยังคงติดลบอย่างต่อเนื่อง”

“ชญานี” กล่าวอีกว่า ด้านส่วนแบ่งตลาดกองทุน SSF ยังเป็นภาพคงเดิม คือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย ยังคงมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดราว 1 ใน 4 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 9,600 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาส 3 ที่ผ่านมามีเงินไหลเข้าเป็นอันดับที่ 2 ในขณะที่ บลจ.ไทยพาณิชย์ ที่มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 23.5% แต่มีเงินไหลเข้าสูงสุดในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา รวม 9 เดือนเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุดระดับ 1,000 ล้านบาท

กอง RMF หุ้นเวียดนามฮ็อต

ขณะที่ภาพรวมกองทุน RMF มี NAV รวม 3.7 แสนล้านบาท ลดลง 7.3% จากสิ้นปี 2564 และ ลดลง 0.9% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิ 2,700 ล้านบาทในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเงินไหลเข้ากองทุนตราสารทุน (หุ้น) รวม 1,400 ล้านบาท แต่เป็นกองทุนต่างประเทศเป็นหลัก นำโดยกองทุนหุ้นเวียดนามสูงสุด 474 ล้านบาท ตามมาด้วยกองทุนหุ้นจีนที่ไหลเข้าน้อยลงกว่าไตรมาสก่อนหน้า

ด้านกองทุนตราสารหนี้มีเงินไหลเข้าระดับ 1,400 ล้านบาทเช่นกัน โดยส่วนใหญ่เป็นเงินเข้าตราสารหนี้เสี่ยงต่ำในประเทศ รวม 9 เดือนกองทุน RMF มีเงินไหลเข้าสุทธิเกือบ 3,000 ล้านบาท ส่วนกองทุนหุ้นไทยไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ หรือหุ้นขนาดกลาง-เล็ก (equity small/mid-cap) ต่างเป็นเงินไหลออกสุทธิในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา

สถิติผลตอบแทนสูงสุดกว่า 7%

ทั้งนี้ กองทุน SSF ที่ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีสูงสุด นำโดยกองทุน MFC Mid Small Cap จาก บลจ.เอ็มเอฟซี อยู่ที่ 7.19% ตามด้วยกองทุน LH Strategy Equity-ASSF และ LH Strategy Equity-DSSF จาก บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ผลตอบแทนอยู่ที่ 4.10% และ 4.00% ตามลำดับ

ตาราง ผลตอบแทนสูงสุดย้อนหลัง

ขณะที่กองทุน RMF ที่ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีสูงสุด คือ Talis Dividend Stock RMF จาก บลจ.ทาลิส 7.13% ตามด้วยกองทุน Asset Plus Mixed RMF จาก บลจ.แอสเซท พลัส อยู่ที่ 6.87% และกองทุน Bualuang Infrastructure RMF จาก บลจ.บัวหลวง อยู่ที่ 5.90% (ดูตาราง)

Q4 จับตาเงินไหลเข้า SSF-RMF

“ชญานี” กล่าวด้วยว่า ในช่วงไตรมาส 4 นี้ คาดว่าจะยังคงมีเม็ดเงินทยอยไหลเข้า SSF-RMF ต่อเนื่อง เนื่องจากการลงทุนในกองทุนหุ้นเป็นรูปแบบที่นิยมเพื่อประโยชน์ทางภาษี และในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นมีการปรับตัวลงค่อนข้างมาก จึงเป็นโอกาสลงทุนระยะยาว ทำให้เม็ดเงิน
กองทุนประหยัดภาษีในช่วงปลายปีนี้ น่าจะยังมีโอกาสใกล้เคียงกับในอดีต

“อย่างไรก็ดี ประเมินว่าเม็ดเงินลงทุนตลอดทั้งปีนี้ อาจไม่ได้โตมากกว่าปี 2564 ที่ผ่านมา เพราะผลตอบแทนยังคงติดลบ ฉุด NAV ลดลง ทั้งนี้ คำแนะนำนักลงทุนสำหรับการซื้อกองทุน ควรคำนึงถึงพอร์ตการลงทุน โดยต้องพิจารณาความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้เป็นสำคัญ รวมทั้งพิจารณาสภาพคล่องทางการเงินก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง” ชญานีกล่าว

เปิดโผ 4 ธีมลงทุน SSF-RMF

ขณะที่ “บดินทร์ พุทธอินทร์” ผู้อำนวยการส่วนกลยุทธ์การลงทุน บลจ.ทหารไทยอีสท์สปริง กล่าวว่า แนะนำธีมการลงทุน SSF-RMF โดยแบ่งออกเป็น 4 ธีม ธีมแรก เป็นหุ้นโลก เนื่องจากตลาดมีการปรับฐานลงมาค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะสหรัฐที่ปรับฐานลงในระดับ กว่า 20% ฉะนั้นเป็นกลุ่มที่มองว่าสามารถถือได้ยาว ๆ และเป็นสัดส่วนหลักในพอร์ตได้เลย (core port)

ธีมที่สอง เป็นการลงทุนในหุ้นกลุ่มเติบโต หรือหุ้นเทคโนโลยี เป็นธีมที่น่าสนใจในระยะกลาง-ยาว เพราะหากมองไป 5 ปีข้างหน้าหุ้นกลุ่มนี้มีโอกาสฟื้นตัวและเติบโตได้อีกมากเนื่องจากเป็นกลุ่มที่เป็นเมกะเทรนด์

ธีมที่สาม คือ หุ้นจีน แม้ช่วงที่ผ่านมาจีนจะปรับฐานแรง แต่สถาบันวิจัยเศรษฐกิจในหลายประเทศมองเหมือนกันว่าอีกไม่เกิน 10 ปี จีนจะมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกแซงหน้าสหรัฐ ฉะนั้นจีนเป็นอีกหนึ่งธีมการลงทุนที่ควรจะมีติดพอร์ตเอาไว้สำหรับการลงทุนระยะยาว

ธีมสุดท้าย ตราสารหนี้โลก เป็นการลงทุนที่เหมาะกับนักลงทุนที่ไม่อยากรับความเสี่ยงมากจากการลงทุนในหุ้น หรือรับความเสี่ยงได้ไม่มาก เพราะฉะนั้นการลงทุนในตราสารหนี้โลกเป็นธีมที่ควรมีติดพอร์ตไว้เพื่อใช้กระจายความเสี่ยง
ในพอร์ต

“สำหรับแนวทางการเลือกกองทุนแนะนำให้ประเมินความเสี่ยงที่ตนเองรับไว้ ระยะเวลาในการถือครองและช่วงอายุของผู้ลงทุน นอกจากนี้ ยังต้องประเมินหน้าพอร์ตไม่ให้กระจุกตัวไปยังสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งเพื่อลดความผันผวน” บดินทร์กล่าว