Skip to content

ต่างชาติแห่เทขายบอนด์ไทย กังวลจีนล็อกดาวน์ป่วน “บาท”

23 พ.ย. 2565 | 08:45น.
ต่างชาติแห่เทขายบอนด์ไทย กังวลจีนล็อกดาวน์ป่วน “บาท”

“กสิกรไทย-กรุงศรี” ชี้ฟันด์โฟลว์ช่วงนี้ผันผวนหนัก ต่างชาติแห่เทขายบอนด์สัปดาห์เดียว 2.4 หมื่นล้านบาท “เก็งกำไร” รับปัจจัยตื่นโควิดในจีนกลับมาปะทุหนักขึ้น-สมาชิกเฟดขู่ยังขึ้นดอกเบี้ยแรงหนุนดอลลาร์กลับมาแข็งค่า “ห้องค้ากสิกรไทย” ประเมินเงินบาทสิ้นปีนี้ 35.25 บาท ส่วนปีหน้าคาดกลับมาแข็งค่าขึ้นที่ระดับ 33.50-34.00 บาท

นางสาวกฤติกา บุญสร้าง ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย หรือห้องค้ากสิกรไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มค่าเงินบาทช่วงนี้เคลื่อนไหวผันผวนค่อนข้างหนัก

โดยในช่วงหลายวันมานี้มีเงินทุนไหลออกจากตลาดพันธบัตร (บอนด์) ของไทยค่อนข้างมาก จากช่วงต้นเดือนที่เงินทุนไหลเข้าตลาดบอนด์ โดยเป็นการไหลออกจากบอนด์ระยะสั้น ซึ่งเป็นเรื่องของการเก็งกำไรล้วน ๆ

ทั้งนี้ ค่าเงินบาทช่วงนี้เจอแรงกดดันจากสถานการณ์ในประเทศจีน ที่มีการติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้น ทำให้เกิดความกังวลว่า รัฐบาลจีนจะกลับไปใช้นโยบายเข้มงวดอีก

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่เงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่า จากการที่สมาชิกธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้มุมมองการขึ้นดอกเบี้ยแบบ Hawkish ทำให้ตลาดกังวลว่า การประชุมเฟดในเดือน ธ.ค.ยังมีโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ 0.75% อยู่

“ช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ (14-18 พ.ย.) เงินไหลออกจากตลาดบอนด์ทุกวัน รวม ๆ แล้วไหลออกไปกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท และจนถึงวันที่ 21 พ.ย.ก็ยังไหลออกจากบอนด์อีก 830 ล้านบาท จากที่ 2 สัปดาห์แรกช่วงต้นเดือน พ.ย.มีเงินไหลเข้ามาค่อนข้างมากประมาณ 9.7 หมื่นล้านบาท

ส่งสัญญาณถึงการเก็งกำไร ท่ามกลางความคาดหวังการเปิดเมืองของจีน แต่ช่วงนี้มีข่าวไม่ดีจากจีนกดดันไทยด้วย คือมีคนจีนติดโควิด-19 แล้วเสียชีวิตเป็นรายแรกในรอบ 6 เดือน และมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันทะลุ 2 หมื่นคนไปแล้ว” นางสาวกฤติกากล่าว

นางสาวกฤติกากล่าวด้วยว่า ห้องค้ากสิกรไทยประเมินว่าค่าเงินบาท ณ สิ้นปี 2565 นี้จะแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 35.25 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งปีนี้นับเป็นปีแห่งความผันผวนมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2550 โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-38.47 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นการอ่อนค่าสุดนับตั้งแต่ปี 2549

ส่วนปี 2566 ห้องค้ากสิกรไทยประเมินว่า ค่าเงินบาทจะกลับมาแข็งค่าในระดับ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์ จากการที่ตลาดการเงินโลกถึงจุดกลับตัว หลังเงินเฟ้อสหรัฐต่ำกว่าคาดการณ์ และเฟดแสดงท่าทีเตรียมชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ทำให้การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในระยะต่อไปมีจำกัด

ในขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวดี จากแรงหนุนการท่องเที่ยวที่ยังคงเติบโตได้อีกมาก ซึ่งจะสนับสนุนให้ดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาเป็นบวก ในขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังคงมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า จะลดช่องว่างส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยและเฟดให้แคบลงในระยะข้างหน้า

“อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าค่าเงินบาทอาจมีความผันผวนมาก โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี ค่าเงินบาทมีโอกาสผันผวนแตะระดับ 36.50-37.00 บาทต่อดอลลาร์ได้” นางสาวกฤติกากล่าว

ด้านกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สัปดาห์ก่อน (14-18 พ.ย.) นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 6,735 ล้านบาท และ 24,665 ล้านบาท ตามลำดับ ทั้งนี้ กรุงศรีคาดว่ากระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายจะยังคงผันผวนต่อเนื่อง และคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็น 1.25% ในการประชุมวันที่ 30 พ.ย.นี้