เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นครศรีฯ ‘มหานครมังคุดใต้’ กระจายผลผลิตคุณภาพ สู่ผู้บริโภค
Economic นครศรีฯ ‘มหานครมังคุดใต้’ กระจายผลผลิตคุณภาพ สู่ผู้บริโภค
คลังผนึก ธปท.ขยายฐานภาษีเล็งให้เงินกู้ดอกเบี้ยถูก-จูงใจเข้าระบบ
Finance คลังผนึก ธปท.ขยายฐานภาษีเล็งให้เงินกู้ดอกเบี้ยถูก-จูงใจเข้าระบบ
เลิกรัฐอุ้ยอ้าย ‘อ.ทีปกร’ จี้ผ่าตัดใหญ่ ใช้ AI ลดข้าราชการ 15% เปลี่ยนเป็น ‘รัฐขนาดเล็กแต่ทรงพลัง’
Politics เลิกรัฐอุ้ยอ้าย ‘อ.ทีปกร’ จี้ผ่าตัดใหญ่ ใช้ AI ลดข้าราชการ 15% เปลี่ยนเป็น ‘รัฐขนาดเล็กแต่ทรงพลัง’
เช็กสภาพอากาศวันนี้! กทม. ฝนถล่ม 60% อีสานตอนบนเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
News เช็กสภาพอากาศวันนี้! กทม. ฝนถล่ม 60% อีสานตอนบนเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
จุดสมดุล ‘ดาต้า เซ็นเตอร์’
Columns จุดสมดุล ‘ดาต้า เซ็นเตอร์’
บดินทร์ บุญวิสุทธิ์ เมโทร กรุ๊ป คือ ‘แพลตฟอร์ม’ 
Automotive บดินทร์ บุญวิสุทธิ์ เมโทร กรุ๊ป คือ ‘แพลตฟอร์ม’ 
ตลาดหุ้นไทย ก.ย. ผันผวน เลือกหุ้นได้ประโยชน์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ
Finance ตลาดหุ้นไทย ก.ย. ผันผวน เลือกหุ้นได้ประโยชน์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ
มาตรการใหม่ “ฟรีวีซ่า 30 วัน” เพื่อการท่องเที่ยว 60 ประเทศ ดีเดย์ 15 กันยาฯนี้
Business มาตรการใหม่ “ฟรีวีซ่า 30 วัน” เพื่อการท่องเที่ยว 60 ประเทศ ดีเดย์ 15 กันยาฯนี้
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
Uncategorized ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

จดหมายแห่งอนาคต (ฉบับสุดท้าย) ยุทธศาสตร์ชาติในโลกใบใหม่

08 ก.พ. 2561 | 15:44น.

โดย สันติธาร เสถียรไทย [email protected]

ถึงลูกพ่อ

เราได้คุยกันถึงการเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสำคัญของโลกที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในสมัยของพ่อ ตามจดหมายที่พ่อเขียนมา 25 ฉบับแล้ว แต่ยังมีคำถามที่พ่อคิดอยู่ตลอด และคนรุ่นพ่อต้องพยายามตอบให้ได้ก็คือ ในโลกที่กำลังพลิกผันเปลี่ยนแปลงขนาดนี้ เราควรจะ “ปั้น” อนาคตของประเทศไทยอย่างไร ? เพื่อวันที่ลูกอ่านจดหมายนี้ ลูกถึงจะสามารถพูดได้ว่าคนรุ่นพ่อได้ช่วยปูทางสู่อนาคตที่ดีไว้ให้เรา

คำตอบก็คือ ตัวพ่อเองก็ยังไม่มีคำตอบ และคิดว่านั่นคือจุดเริ่มต้นที่ถูกต้อง เราต้องยอมรับว่าการจะคาดการณ์อนาคตไปไกลถึง 10-20 ปีข้างหน้านั้นเป็นเรื่องยากมาก สิ่งที่เรารู้มีบ้างแต่น้อย สิ่งที่ไม่รู้มีมากและบางครั้งเราไม่รู้ว่าเราไม่รู้อะไรบ้าง เราจึงจำเป็นต้องมี “ยุทธศาสตร์” ไม่ใช่ “แผน” ที่ปรับได้ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

จากความรู้และความไม่รู้ของพ่อในวันที่เขียนจดหมายนี้ คิดว่ายุทธศาสตร์ของประเทศควรตั้งอยู่บนหลักการกว้าง ๆ 3 ข้อ

1.cooperation and coordination ร่วมกันทำคือสร้าง แย่งกันทำคือทำลาย

ถือเป็นข้อแรกเกี่ยวกับการลงมือปฏิบัติ เพราะไม่ว่าแผนจะสวยงามบนกระดาษแค่ไหน สุดท้ายก็อยู่ที่การลงมือทำ และเมื่อต้องลงมือทำก็ต้องมีการร่วมมือ สื่อสาร ประสานงานกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ถึงจะปั้นและสร้างนโยบายบนกระดาษให้ขึ้นมาเป็นรูปร่างได้ นี่เป็นเรื่องที่ฟังดูง่าย แต่ความจริงแล้วยากมากในทุกองค์กร

แต่ยิ่งหนักในระดับนโยบายของประเทศ เพราะบ่อยครั้งสิ่งที่เราจะเห็นคือ “C” ผิดตัว คือ เราต้องการ coordination และ cooperation แต่มักจะได้ (unproductive) competition คือ ทั้งคนและหน่วยงาน ต่างคนต่างทำ ไม่สื่อสารกัน ไม่ประสานงาน และดีไม่ดี แข่งกันเอง แย่งกันเด่น

ผลก็คือ มีการทำงานที่ซ้ำซ้อนกันแต่ขาดความสมบูรณ์ เสมือนได้บ้านที่มีห้องรับแขกมาหลายห้องแต่ไม่มีห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนอน เป็นบ้านที่ตั้งโชว์ได้อย่างสวยงาม แต่เข้าไปอยู่จริงไม่ได้

แต่ในขณะเดียวกัน ทางออกของปัญหานี้ก็ไม่ใช่การกระโดดเข้าหาการรวมศูนย์อำนาจ หรือ centralisation เพราะการรวมศูนย์นั้นเสี่ยงต่อการเกิดการผูกขาดทางความคิด ซึ่งอาจทำให้ไม่ได้รับความร่วมมือในการปฏิบัติและการลงมือทำตามมา เพราะพอสั่งงานลงมาจากศูนย์อำนาจ แต่ละหน่วยงานราชการก็ต่างคนต่างทำเช่นเดิม เสมือนแทนที่จะมีหลายหมอให้ความเห็นกัน ก่อนส่งต่อให้อีกหนึ่งทีมลงมือรักษาติดตามผล กลายเป็นว่ามีหมอคนเดียววินิจฉัยโรค แล้วมีหมอผ่าตัดหลายคนยืนออแย่งกันทำการผ่าตัดไปกันคนละทิศละทาง

แนวทางที่ดีกว่า คือ อาจมีหน่วยงานกลางที่มีกำลังคนเพียงพอขึ้นตรงกับตัวนายกรัฐมนตรี คอยติดตามเก็บข้อมูล ทำการประเมินผลว่าการดำเนินนโยบายเป็นไปตามแผนหรือไม่ ติดที่ใด และมีการศึกษาผลกระทบของนโยบายว่าออกมาตามที่คาดไว้หรือไม่ อย่างไร โดยควรมีการประกาศผลการศึกษาออกมาให้ภาคประชาชนได้ทราบพร้อมกับเปิดรับข้อเสนอแนะ

2.open eyes, open mind คือ การเปิดตาดูโลกความจริง เปิดฟังความคิดที่แตกต่าง

ถือเป็นหัวใจของการอยู่รอดในโลกที่มีทั้งความผันผวน ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความกำกวม (มักเรียกย่อว่า VUCA) การปฏิบัติการลงมือทำให้นโยบายเดินหน้าเป็นสิ่งจำเป็น แต่หากเดินหน้าไปผิดทางแล้วไม่รู้ตัว อาจยิ่งเสมือนถอยหลังลงคลอง สมัยพ่อมีสูตรหนึ่งที่มักได้ยินกันบ่อย ๆ ในกลุ่มเทคโนโลยีว่าให้ fail fast, learn faster คือ ลองทำเร็ว ล้มเร็ว เรียนรู้เร็วยิ่งกว่า แต่การจะรู้ได้ว่าเรากำลังทำผิดอย่างไร ก็ต้องมีสองปัจจัยที่สำคัญ

ปัจจัยแรก คือ data ข้อมูลการประเมินผลว่านโยบายเรากำลังได้ผลที่ต้องการหรือไม่ เช่น “อยากลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” แต่เมื่อได้ลงมือทำจริงแล้ว ครูได้ใช้เวลานั้นไปช่วยเพิ่มความรู้เด็กจริงไหม ? อยากให้สิทธิลดหย่อนทางภาษีเพื่อดึงดูดการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) ให้เข้ามาพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย แล้วการลงทุนจากต่างประเทศมาจริงไหม อย่างไร

การลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือลงทะเบียนคนจนนั้น มีคนไม่จนหลงเข้ามาและมีคนรายได้น้อยจริงตกหล่นไปมากแค่ไหน เรามีฐานข้อมูลของผู้มีรายได้น้อยที่น่าเชื่อถือพอที่จะนำมาใช้กับนโยบายได้หรือยัง วิธีหนึ่งที่อาจจะช่วยพัฒนาฐานข้อมูลเหล่านี้ได้ คือ เปิดให้คนได้เข้าไปลองใช้ เข้าไปศึกษา เพื่อหาทางช่วยกันพัฒนาข้อมูลให้ดียิ่งขึ้น

ปัจจัยที่สอง คือ การเปิดใจยอมรับผิดและปรับปรุง การหาและเปิด data ว่ายากแล้ว พ่อว่าข้อนี้ยิ่งยากกว่า เพราะยิ่งคนเก่งยิ่งเป็นระดับหัวหน้า ยิ่งอาจมี ego สูง จะยอมรับผิด ยอมเสียหน้า ย่อมเป็นเรื่องยาก แต่นี่เป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในยุคของ VUCA เพราะไม่มีใครที่จะมียุทธศาสตร์ที่ถูกต้องหมดตั้งแต่เริ่ม การยอมรับว่าบางนโยบายอาจผิดพลาดแล้วให้ปรับปรุงหรือเปลี่ยนทางเดินใหม่ได้อย่างยืดหยุ่นและว่องไวนั้น เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

3.resilience ล้มแล้วต้องลุกได้

ข้อสามพ่อว่าเป็นประเด็นที่สำคัญและขาดไม่ได้ที่สุด คือ เรื่องของการมี resilience ซึ่งขอแปลแบบไม่ตรงตัว ว่า คือ ภูมิคุ้มกันหรือความสามารถในการลุกขึ้นยืนใหม่หลังล้มลงไป แม้เราจะมีข้อสอง คือ เรียนจากความผิดพลาดไปแล้ว แต่หากประเทศหรือบางส่วนของสังคมไม่สามารถลุกขึ้นยืนใหม่หลังจากที่ล้มลงได้ เราก็ติดหล่มไปต่อไม่ได้ ทั้งนี้ เรื่องของ resilience ของประเทศนั้นมีหลายมิติ แต่ที่พ่อสนใจและให้ความสำคัญที่สุด คือ เรื่องของ “คน” ซึ่งผูกกับเรื่องความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน

ยกตัวอย่าง สมมติเราเดินหน้าในนโยบายพัฒนาขีดความสามารถทางด้านอุตสาหกรรมสำเร็จ แต่ผลที่ตามมา คือ เราต้องลดคน ใช้หุ่นยนต์แทนที่แรงงานจำนวนมาก เพื่อให้แข่งขันได้ในเวทีโลก หากคนเหล่านี้ “ถูกทิ้งไว้ที่ชานชาลา” เฉย ๆ ไม่สามารถปรับตัวและหางานในโลกใหม่ได้ ปัญหาความเหลื่อมล้ำก็จะขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นปัญหาสังคม ถึงวันนั้น แม้ว่ารัฐบาลอาจจะรู้ตัวว่าต้องปรับนโยบาย ก็อาจจะทำได้ยากในสภาวะที่กระแสสังคมและการเมืองตึงเครียดและไม่มั่นคง

พ่อเพิ่งได้ไปคุยกับคนที่เคยเป็นหัวหน้า center for future ready graduates ของมหาวิทยาลัย NUS ที่สิงคโปร์ มีหน้าที่ฝึกและพัฒนานักศึกษาให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคต ประเด็นที่น่าสนใจมากก็คือ การศึกษาของเขาพบว่าการขาดทักษะใหม่ ๆ นั้นเป็นเพียงแค่ 20% ของปัญหา อีก 80% เป็นเรื่องของ mindset หรือทัศนคติและมุมมองโลก คนจำนวนมากไม่สามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง การที่ต้องออกจากสิ่งที่ตัวเองคุ้น การที่ต้องเริ่มต้นใหม่เมื่ออายุมากแล้ว

เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญคือระบบโค้ชและพี่เลี้ยงที่สามารถให้การสนับสนุนได้ทั้งในเรื่องจิตใจและการปรับมุมมองชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องยากแต่จำเป็นอย่างมาก

เน้น CORe เตรียมพร้อมอนาคต

ในโลกอนาคตที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไม่ว่ายุทธศาสตร์ชาติจะหน้าตาเป็นเช่นไร พ่อมองว่าจะขาดสามหลักการที่ย่อง่าย ๆ ว่า CORe (cooperation, open mind, resilience) นี้ไปไม่ได้ ที่สำคัญ คือ หลักสามข้อนี้ไม่ใช่แค่ใช้ได้ในระดับชาติเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาปรับใช้ได้แม้แต่กับตัวเราเอง cooperation เตือนให้เราไม่ลืมความสำคัญของการทำงานเป็นทีม ที่นอกจากจะทำให้เรามีพลังมากขึ้นหลายเท่าแล้ว ยังทำให้งานสนุกขึ้นด้วย open eyes and open mind เตือนให้เรามี “สติ” เปิดตาดูโลกความเป็นจริง เปิดรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดเวลา และ resilience ทำให้เราลุกขึ้นได้ทุกครั้งที่ล้มและกลับมาเดินหน้าได้แกร่งกว่าเดิม นี่คือหลักในการดำเนินชีวิตของพ่อด้วยเช่นกัน

วันนี้พ่อขอจบจดหมายแห่งอนาคตไว้ที่ฉบับนี้ แต่ขอเตือนว่าแม้จดหมายนี้คือฉบับสุดท้าย แต่อาจไม่ใช่ “เวอร์ชั่น” สุดท้าย เมื่อโลกเปลี่ยน พ่อคงเรียนรู้อะไรที่แตกต่าง และอาจเขียนจดหมายถึงลูกใหม่

จนถึงวันนั้น…ขอให้อยู่ในปัจจุบันและสนุกกับอนาคต

 

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

สามารถดาวน์โหลด ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ e-Newspaper
หรือ e-Book ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จดหมายแห่งอนาคต