เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

จดหมายแห่งอนาคต (จบ) รวม 10 ไอเดียสำหรับอนาคต

12 ม.ค. 2561 | 14:40น.

โดย สันติธาร เสถียรไทย [email protected]

ถึงลูกพ่อ

ในตอนที่แล้วพ่อสรุปไปแล้ว 7 จากทั้งหมด 10 ไอเดียของจดหมายทุกฉบับที่เขียนมา เกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่โลกาภิวัตน์ยุคใหม่ วันนี้พ่อจึงอยากพูดถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นที่จะเกิดขึ้นกับผู้คน ซึ่งยังเหลืออยู่อีก

ความไม่เท่าเทียม คือ รอยร้าวของสังคมที่อาจถูกขยายด้วยเทคโนโลยี

เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงขนาดนี้ มนุษย์เราจะตามทันไหม ? คำตอบก็คือ บางคนคงตามทันและได้ประโยชน์ และหลายคนคงตกขบวนรถไฟแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ปัญหาก็คือ คนที่มีความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้ที่ชานชาลาท้ายที่สุดนั้น คือ คนที่ทำงานซ้ำ ๆ และใช้ทักษะไม่สูง เพราะงานของคนกลุ่มนี้จะถูก “หุ่นยนต์” และเทคโนโลยีของยุค data เข้ามาแทนที่ได้อย่างง่ายดาย

ผลที่ตามมา คือ ความไม่เท่าเทียมกันน่าจะถ่างขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่รีบเตรียมความพร้อมหรือแก้ไข และเหตุการณ์อย่าง Brexit หรือการขึ้นมาของผู้นำอย่างประธานาธิบดีทรัมป์ ก็จะเป็นเหตุการณ์ที่เตือนเราถึงผลของความเหลื่อมล้ำที่สะสมมา ว่าทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอะไรขึ้นมาได้บ้าง แม้แต่ในเศรษฐกิจที่เคยรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ขนาดอเมริกาและอังกฤษ

หันมามองในประเทศไทยเองก็มีความเหลื่อมล้ำทางความมั่งคั่งที่ติดอันดับต้น ๆ ของโลก ซ้ำยังเป็นประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงอายุ ประเด็นเรื่องเทคโนโลยีจึงทำให้มีคนถูกทิ้งที่ชานชาลามากขึ้น จนกลายเป็นประเด็นที่สำคัญมาก

พ่อมองว่าคนรุ่นพ่อเป็นสะพานที่สำคัญที่จะต้องเชื่อมต่อระหว่างคนรุ่นใหม่ที่เกิดมากับเทคโนโลยียุคแห่ง data กับคนรุ่นใหญ่ที่มากด้วยประสบการณ์ แต่อาจตกยุคเรื่องเทคโนโลยี เพราะการจะขับเคลื่อนองค์กรใดก็ตามให้ทันโลกได้นั้น จำเป็นต้องใช้คนทั้งสองยุคทำงานร่วมกัน

จุดจบของระบบการศึกษาปัจจุบัน คือ จุดเริ่มต้นใหม่

หากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้คน “ตกขบวนรถไฟแห่งเทคโนโลยี” มากขึ้น สิ่งที่จะเป็น “ตั๋ว” ให้คนขึ้นรถไฟได้ก็คือ “การศึกษา” แต่ภาคการศึกษาเองส่วนใหญ่ก็ประสบปัญหาตามไม่ทันโลกเช่นเดียวกัน พ่อมองว่าการศึกษาในยุคปัจจุบันจะละลายหายไป และการศึกษาแห่งอนาคตจะมีอย่างน้อยสามคุณลักษณะที่สำคัญ

ข้อแรก วงการศึกษาอาจเดินตามรอยวงการดนตรี คือ เนื้อหาการศึกษาสามารถหาได้ง่ายและฟรี หรือเกือบฟรี โรงเรียนและมหาวิทยาลัยจะกลายเป็นเสมือนสถานที่จัดงานดนตรี คือ คนมาไม่ใช่เพื่อแค่ “นั่งฟังเพลง” แต่เพื่อพบปะผู้อื่นที่มีความสนใจคล้ายกันและความเห็นต่างกัน สร้างเครือข่ายหาไอเดียใหม่ ๆ ลองผิดลองถูกไปด้วยกัน โดยไม่ต้องกลัวความล้มเหลวมากนัก อาจารย์อาจเปลี่ยนจากคนเลกเชอร์มาเป็นเสมือน “โค้ช” ดนตรีหรือครูสอนร้องเพลง ที่คอยดูว่านักเรียนแต่ละคนอ่อนหรือแข็งทักษะด้านใด สนใจหรือไม่ชอบอะไร ห้องเรียนเปลี่ยนเป็นเสมือน “ห้องซ้อม” ที่อาจารย์ใช้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวนักเรียน ไม่ใช่แค่นักเรียนเรียนรู้จากอาจารย์

แน่นอนว่าการจะเข้าไปสู่ระบบการศึกษาใหม่นี้ต้องใช้เวลาและการปรับตัวมหาศาล ทั้งในเรื่องกฎระเบียบ กติกา และบุคลากรในภาคการศึกษา หนทางหนึ่งที่จะเป็นก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลงนี้ที่พ่อว่าน่าสนใจ คือ การทำ “พื้นที่การศึกษาพิเศษ” ที่ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ แห่ง TDRI ได้นำเสนอในช่วงที่พ่อเขียนจดหมายนี้อยู่ โดยในพื้นที่พิเศษนี้จะคล้ายกับพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษที่จีนใช้และประสบความสำเร็จมาแล้วหลายครั้ง คือ กฎระเบียบเก่า ๆ จะไม่ถูกนำมาใช้ แต่จะเปิดช่องและให้อิสระกับสถาบันการศึกษาในการทดลองโมเดลการศึกษาแบบใหม่ ๆ และการฝึกฝนพัฒนาครูให้กลายเป็นมืออาชีพ และมีระบบวัดประเมินผลครูที่ไม่ต้องเป็น one size fits all ที่มักจะทำลายนวัตกรรมในการเรียนการสอน

ข้อสอง การเรียนรู้ตลอดชีพ แนวคิดต่อทางการศึกษาว่าเป็น “อุตสาหกรรมผลิตปริญญา/บัณฑิต” เพื่อเป็น “สินค้า” เข้าสู่ตลาดคงจะต้องหายไป การเรียนรู้จะกลายเป็นกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีพ ที่มีทั้งเรียนในสถาบันการศึกษา ทั้งจากประสบการณ์ทำงาน เพราะรุ่นลูกคนอาจต้องเปลี่ยนอาชีพหลายครั้งในช่วงชีวิตหนึ่งการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ที่ตัวเองอาจไม่คุ้น (reskilling) จะกลายเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องกลัวต่อความล้มเหลวเมื่อต้องลองสิ่งใหม่ สามารถล้มเร็ว ลุกเร็ว และโตเร็วได้ ทางสิงคโปร์กำลังศึกษาอย่างเข้มข้นว่าจะทำอย่างไรให้สังคมเขาสามารถปรับตัวเข้ากับโลกแห่งอนาคตได้ (future-ready society) จึงมีโครงการนำร่อง เช่น skills future เพื่อที่จะส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีพโดยใช้ประโยชน์จาก MOOC

ข้อสาม การศึกษาต้องสามารถบ่มเพาะและพัฒนาทักษะพฤติกรรม ในโลกที่เทคโนโลยีกำลังมาแทนที่คนได้มากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้ IQ ก็คือ ทักษะพฤติกรรม (noncognitive skills) เช่น EQ หรือทักษะทางอารมณ์ ความสามารถในการเข้าสังคม การทำงานร่วมกับผู้อื่น การเข้าใจผู้อื่น ความวิริยอุตสาหะ ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นลักษณะเด่นของ “มนุษย์” ที่หุ่นยนต์ยังแทนที่ได้ยาก

การศึกษาปฐมวัยคือหัวใจ

อุปสรรคของการเรียนรู้ตลอดชีพที่สำคัญไม่ใช่แค่เรื่องของการขาดทักษะและความรู้พื้นฐาน แต่เป็นเรื่องของ mindset หรือวิถีความคิดของเราด้วย เช่น การขาดแรงกระตุ้นที่จะอยากเรียนรู้ ความที่ไม่อยากทิ้งสิ่งที่ตัวเองคุ้นเคย ไม่อยากรื้อจุดอ่อน หรือไม่อยากเริ่มใหม่จากศูนย์

สิ่งหนึ่งที่พ่อได้เห็นมาจากการทำงานกับอาจารย์ Joseph Stiglitz นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลที่พ่อนับถือเกี่ยวกับทักษะการเรียนรู้ก็คือ ความกระหายในความรู้ ความกระตือรือร้นในการหาคำตอบอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และความไม่มีทิฐิถือตัวของอาจารย์ ที่ทำให้เป็นผู้ฟังที่ดี สามารถพัฒนาตนเองได้ตลอด แม้ว่าท่านจะเป็นถึงระดับปรมาจารย์แล้วก็ตาม

คำถาม คือ จะทำอย่างไรให้การศึกษาในอนาคตสามารถเพาะเมล็ดแห่งอุปนิสัยการเรียนรู้เหล่านี้ได้ด้วย

ทั้งนี้ เคล็ดลับของการเรียนรู้ในช่วงหลังของชีวิตอาจถูกซ่อนอยู่ในการศึกษาในช่วงก้าวแรกของชีวิต งานทางวิชาการหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า การลงทุนด้านการศึกษาช่วงปฐมวัย (early childhood education) ให้ผลตอบแทนที่สูงมากต่อทั้งตัวผู้เรียนและผลพลอยได้ต่อสังคม

ที่น่าสนใจก็คือ ผลที่ได้นั้นไม่ใช่แค่ในเรื่องของการพัฒนาทักษะสติปัญญาเท่านั้น แต่ยังมีผลดีในระยะยาวที่เกิดขึ้นกับทักษะพฤติกรรมต่าง ๆ ที่อาจมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ตลอดชีพด้วย เช่น ความใฝ่อยากเรียนรู้ ความวิริยอุตสาหะ มองโลกเป็น ลดทิฐิตัวเองได้ โดยการศึกษาช่วงปฐมวัยที่ดีอาจไม่ใช่การจับลูกหลานไปเรียนเลขกวดวิชาแต่เด็ก แต่อาจเป็นการเรียนแบบ play based ที่เน้นการพัฒนาความสนใจในเรื่องต่าง ๆ ของเด็ก ส่งเสริม EQ และทักษะทางสังคม เป็นต้น

10 ไอเดียแห่งอนาคตนี้ มีทั้งความเสี่ยงที่ต้องระวัง โอกาสที่น่าตื่นเต้น และเป็นแรงบันดาลใจให้พ่อเตรียมลูกให้พร้อมกับอนาคตให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่จากวันนี้ จนถึงวันที่ลูกอ่านจดหมายที่พ่อเขียน ยังมีอีกหลายอย่างที่คนรุ่นพ่อยังทำได้เพื่อช่วยกันปั้นคนรุ่นลูกให้กลายเป็นอนาคตของประเทศ ในฉบับสุดท้ายเราจะมาคุยกันว่า 10 ไอเดียนี้บอกอะไรเราบ้างเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ของประเทศสำหรับเตรียมพร้อมสู่อนาคต

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (1) ตอน : ลงทุนกับลูกให้ทันโลก 4.0

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (2) ตอน : การศึกษากับโลกเทคโนโลยี

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (3) ตอน : มหาวิทยาลัยจะอยู่หรือไป

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (4) ฤๅโลกมหาวิทยาลัยจะเดินตามโลกดนตรี

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (5) “รถไฟ” แห่งเทคโนโลยีกับผู้ถูกทิ้งไว้ที่ “ชานชาลา”

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (6) MOOC เป็นตั๋วให้ผู้ตกขบวนรถไฟได้หรือไม่

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (7) พิษร้ายความไม่เท่าเทียมกับการต่อต้านโลกาภิวัตน์

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (8) เคล็ดการเรียนรู้ตลอดชีพ

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (9) การเสื่อมอำนาจของอเมริกาและอนาคตการค้าโลก

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (10) กับดัก Kindleberger “จีน” เป็นผู้นำใหม่แทน “อเมริกา” ได้ไหม ?

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (11) ภาพร่างโลกาภิวัตน์ลายมังกร

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (12) ทำไมโครงการรถไฟ “ไฮสปีด” อาจเดินหน้าแบบ “สโลโมชั่น”

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (13) อุปสรรคสู่ทางสายไหมของจีน

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (14) ยุคของอเมริกาเสื่อมลงแล้ว ดอลลาร์จะเสื่อมลงหรือยัง ?

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (15) “หยวน” ขึ้นบัลลังก์แทน “ดอลลาร์” ได้หรือไม่ ?

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (16) แบงก์ชาติยังจำเป็นอยู่หรือไม่ในยุคเงินดิจิทัล

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (17) ธนาคารพาณิชย์ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ ในยุคเงิน Cryptocurrency

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (18) ยุคแห่ง Data กับโลกาภิวัตน์โฉมใหม่

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (19) เปิดประตูยุคแห่งการล่า Data

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (20) เปลี่ยนขั้วอำนาจในยุค Data

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (21) เมื่อรัฐเริ่มล่ายักษ์…(แห่งเทคโนโลยี)

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (22) หรือรัฐจะคุม Data เสียเอง

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (23) คุมหรือปล่อย ถอดรหัสการกำกับฟินเทคของสิงคโปร์

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (24) คนรุ่นเก่า-คนรุ่นใหม่ และ “กับดัก” แห่งยุคดิจิทัล

คลิกอ่าน >> จดหมายแห่งอนาคต (25) รวม 10 ไอเดียเตรียมสู่อนาคต