Skip to content

ดอลลาร์แข็งค่า หลังสหรัฐผ่านร่างกฎหมายงบประมาณ

08 ก.พ. 2561 | 18:19น.
ดอลลาร์แข็งค่า หลังสหรัฐผ่านร่างกฎหมายงบประมาณ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 31.63/65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (31/1) ที่ระดับ 31.51/53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวด้วยคะแนนเสียง 245 ต่อ 182 เมื่อวานนี้ ก่อนที่จะส่งต่อให้วุฒิสภาสหรัฐลงมติเป็นลำดับต่อไป โดยการผ่านร่างงบประมาณจะช่วยให้รัฐบาลสหรัฐมีงบประมาณในการดำเนินงานต่อไปได้อีก 6 สัปดาห์ หรือจนถึงวันที่ 23 มีนาคม 2561 ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงภาวะชัดดาวน์ หรือการปิดหน่วยงานของรัฐ ขณะเดียวกันก็จะช่วยให้กระทรวงกลาโหมของสหรัฐมีงบประมาณใช้จ่ายไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดปีงบประมาณปัจจุบัน ทั้งนี้ วุฒิสภาสหรัฐจะต้องโหวตร่างกฎหมายงบประมาณฉบับดังกล่าวให้ทันภายในเวลาเที่ยงคืนของวันพฤหัสบดีนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือเวลาเที่ยงของวันศุกร์ตามเวลาไทย เพื่อไม่ให้สหรัฐเผชิญภาวะชัตดาวน์อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เกิดการชัตดาวน์เป็นเวลา 3 วันในเดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้แกนนำวุฒิสมาชิกจากทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตกำลังหารือเกี่ยวกับการอนุมัติงบประมาณระยะเวลา 2 ปี เพื่อเพิ่มเพดานการใช้จ่ายด้านกลาโหมและโครงการต่าง ๆ ภายในประเทศ โดยมีการคาดการณ์ว่า แกนนำวุฒิสมาชิกเหล่านี้อาจจะไม่สนับสนุนร่างงบประมาณใช้จ่ายฉบับของสภาผู้แทนราษฎร

นอกจากนี้ นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาซานฟรานซิสโก เผยถึงความต้องการที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าตลาดหุ้นจะผันผวนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก กล่าวภายหลังขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ว่า ในขณะนี้ ผมยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ใด ๆ ที่จะทำให้มุมมองของผมที่มีต่อเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป เศรษฐกิจยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง และปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในตลาดนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของความจริงที่ว่าเศรษฐกิจกำลังเดินหน้าด้วยดี ขณะที่นายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก เปิดเผยว่า การที่ตลาดหุ้นได้ทรุดตัวลงเมื่อไม่นานมานี้ ไม่ได้ทำให้เขามีมุมมองที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในเรื่องของแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 31.63-31.85 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.84/31.86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (8/2) เปิดตลาดที่ระดับ 1.2424/26 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (7/2) ที่ระดับ 1.2353/55 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวไป อย่างไรก็ตาม สถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของยูโรโซนพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนของปี 2543 โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่ผู้เชี่ยวชาญในฝรั่งเศสและอิตาลีมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซน นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการสำรวจยังระบุว่า กิจกรรมด้านการลงทุนและการอุปโภคบริโภคในภาคเอกชนของยูโรโซนปรับขึ้น โดยได้ปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของการค้าระหว่างประเทศ และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและมีแนวโน้มเคลื่อนไหวที่ระดับ 1.7% ในปี 2561 ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.2235-1.2291 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.2235/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (8/2) เปิดตลาดที่ระดับ 109.50/52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (7/2) ที่ระดับ 108.71/73 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้น ในขณะที่ หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางญี่ปุ่นให้ความเห็นว่า BOJ จะต้องคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นยังคงอยู่ห่างไกลจากเป้าหมายที่ระดับ 2% ของ BOJ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 109.22-109.77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 109.66/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลทางเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (8/2) และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนธันวาคม (8/2)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.3/-2.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.7/0.07 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ