เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยเร่งหาทางออกใหม่ กระจายตลาด-เพิ่มอำนาจต่อรอง รับมือ ‘ภาษีสหรัฐ-โลกผันผวน’
Uncategorized ไทยเร่งหาทางออกใหม่ กระจายตลาด-เพิ่มอำนาจต่อรอง รับมือ ‘ภาษีสหรัฐ-โลกผันผวน’
ออมสิน เปิดตัว “เงินฝากมหาเฮง” ดอกเบี้ย 0.50% เปลี่ยนยอดขายเป็นเงินออมอัตโนมัติ
Finance ออมสิน เปิดตัว “เงินฝากมหาเฮง” ดอกเบี้ย 0.50% เปลี่ยนยอดขายเป็นเงินออมอัตโนมัติ
เอกชนขานรับ คตท. เดินหน้า 6 ยุทธศาสตร์ Zero Corruption ยกระดับไทยสู่ OECD
Economic เอกชนขานรับ คตท. เดินหน้า 6 ยุทธศาสตร์ Zero Corruption ยกระดับไทยสู่ OECD
ส.อ.ท. หั่นเป้าผลิตรถยนต์ปี’69 เหลือ 1.45 ล้านคัน พิษส่งออกสะดุด BEV ยังโตแรงหนุนตลาดในประเทศ
Economic ส.อ.ท. หั่นเป้าผลิตรถยนต์ปี’69 เหลือ 1.45 ล้านคัน พิษส่งออกสะดุด BEV ยังโตแรงหนุนตลาดในประเทศ
สนค.ชี้ส่งออกครึ่งปีหลังชะลอ รับแรงเร่งซื้อก่อนภาษีสหรัฐแผ่ว แต่มั่นใจอิเล็กทรอนิกส์ยังหนุนทั้งปี
Economic สนค.ชี้ส่งออกครึ่งปีหลังชะลอ รับแรงเร่งซื้อก่อนภาษีสหรัฐแผ่ว แต่มั่นใจอิเล็กทรอนิกส์ยังหนุนทั้งปี
AWC ลงนามสินเชื่อแบงก์สิงคโปร์ OCBC 6.6 พันล้านบาทลงทุนโครงการคุณภาพหนุนการเติบโตระยะยาว
Business AWC ลงนามสินเชื่อแบงก์สิงคโปร์ OCBC 6.6 พันล้านบาทลงทุนโครงการคุณภาพหนุนการเติบโตระยะยาว
จับตา ‘ฮูตี’ อนุญาตเรือจีนผ่าน ‘ทะเลแดง’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
World จับตา ‘ฮูตี’ อนุญาตเรือจีนผ่าน ‘ทะเลแดง’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
กขค.ล็อกกติกาอีคอมเมิร์ซ คุมแพลตฟอร์มหลายด้าน ห้ามบีบผู้ขาย-ล็อกขนส่ง-เอื้อสินค้าตัวเอง
Economic กขค.ล็อกกติกาอีคอมเมิร์ซ คุมแพลตฟอร์มหลายด้าน ห้ามบีบผู้ขาย-ล็อกขนส่ง-เอื้อสินค้าตัวเอง
ภาษีสหรัฐ 12.5% สะเทือนส่งออกไทยกว่า 1 ล้านล้าน ‘อัทธ์’ หั่นเป้าทั้งปีเหลือโต 6-7%
Economic ภาษีสหรัฐ 12.5% สะเทือนส่งออกไทยกว่า 1 ล้านล้าน ‘อัทธ์’ หั่นเป้าทั้งปีเหลือโต 6-7%
เครื่องนุ่งห่มไทยไม่หวั่นภาษีสหรัฐ 12.5% ชี้คู่แข่งโดนใกล้เคียงกัน จับตา FTA ยุโรปเปิดตลาดใหม่
Economic เครื่องนุ่งห่มไทยไม่หวั่นภาษีสหรัฐ 12.5% ชี้คู่แข่งโดนใกล้เคียงกัน จับตา FTA ยุโรปเปิดตลาดใหม่
ดูทั้งหมด

สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ลุยคุ้มครอง Virtual Bank คาดเงินฝากปี’66 โต 4-6%

19 ม.ค. 2566 | 14:25น.
ลงทุน เงิน

สถาบันคุ้มครองเงินฝาก หรือ DPA เผยพร้อมเดินหน้าคุ้มครอง Virtual Bank หลัง ธปท.ประกาศไลเซนส์ 3 ราย มั่นใจมีศักยภาพเงินกองทุน 1.37 แสนล้านบาท พร้อมรองรับ ประเมินเงินฝากปี 2566 คาดโต 4-6% อานิสงส์เปิดประเทศ-กิจกรรมเศรษฐกิจเดิน พร้อมกางโรดแมปยุทธศาสตร์ 5 ปี

วันที่ 19 มกราคม 2566 นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) หรือ DPA เปิดเผยว่า สำหรับการคุ้มครองธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ภายหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกเกณฑ์อนุญาตการจัดตั้ง โดย DPA จะเข้าไปคุ้มครองตามกฎหมายซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. 2551 ที่กำหนดจำนวน 1 ล้านบาท ต่อ 1 รายผู้ฝาก ต่อ 1 สถาบันการเงิน เช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์ที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้ความคุ้มครอง 32 แห่ง

โดย Virtual Bank ในประเทศไทย จะต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ที่ 0.46% และนำส่งเข้า DPA 0.01% ของเงินฝากรูปเงินบาททั้งหมด โดยภายหลังจาก Virtual Bank ได้รับการอนุมัติจะต้องมีการเชื่อมต่อข้อมูลและระบบหลังบ้าน เพื่อให้มีการส่งข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ Virtual Bank ที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (น็อนแบงก์) ส่วนที่เป็นธนาคารสามารถเชื่อมต่อได้เหมือนธนาคารทั่วไป ซึ่งคาดว่าหลังจาก Virtual Bank ประกอบธุรกิจ DPA ก็สามารถคุ้มครองได้ทันที

ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์
ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์

“ความท้าทายของ Virtual Bank คือ จะต้องปรับตัวตามที่เราร้องขอในเรื่องของระบบข้อมูลการเชื่อมต่อ ซึ่ง DPA จะมีฟอร์แมตแนบไปพร้อมกับเกณฑ์ที่ ธปท.อนมัติการจัดตั้งว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งคิดว่าการที่ ธปท.อนุมัติเพียง 3 รายก็ถือว่าเป็นการคัดกรองว่าธุรกิจมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจได้ ซึ่งแตกต่างจากต่างประเทศที่มีการเปิด Virtual Bank ค่อนข้างเร็ว และก็ปิดเร็วเช่นกัน และอาจมีการกำหนดการทำธุรกิจ

เช่น รับฝากเงินอย่างเดียว หรือสามารถรับฝากและปล่อยกู้ หรือบางแห่งสามารถทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ ซึ่งของไทยไม่ได้กำหนดไว้ แต่ต้องการให้ Virtual Bank เข้าถึงกลุ่มที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการไดั และคาดว่าภายใน 2 ปีน่าจะเริ่มเห็นการเปิดการดำเนินธุรกิจตามที่ ธปท.ประกาศไว้”

นายทรงพลกล่าวต่อไปว่า ภายในปีนี้ DPA ได้วางแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2566-2570 ถือเป็นแผนระยะที่ 4 นับตั้งแต่ก่อตั้ง DPA เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมทางการเงินและการให้บริการทางการเงินรูปแบบใหม่ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์ และ 3 หน้าที่หลักคือ 1.คุ้มครองเงินฝากและสามารถจ่ายเงินให้ประชาชนผู้ฝากเงินภายใน 30 วัน ภายหลังจากสถาบันการเงินถูกเพิกถอน

และ 2.ทำหน้าที่เป็นผู้ชำระบัญชี โดยหลังจากสถาบันการเงินถูกเพิกถอน โดย DPA จะทำหน้าที่นำสินทรัพย์ของสถาบันการเงินมาบริหารจัดการบัญชี และดูแลผลประโยชน์ของผู้ฝากเงิน ซึ่งหากสินทรัพย์สามารถขายไดัในราคาที่ดีผู้ฝากเงินและผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้รับเงินมากขึ้น และ 3.การติดตามพัฒนานวัตกรรมทางเงินใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด เช่น Virtual Bank หรือ e-Money เป็นต้น รวมถึงการพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลใหม่ ๆ เช่น Data Analytic เป็นต้น

สำหรับภาพรวมเงินฝากในปี 2566 มองว่ายังเห็นการเติบโตต่อเนื่อง เฉลี่ยอยู่ที่ 4-6% เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยกลับมา ทั้งการใช้จ่ายการบริโภค ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการเปิดประเทศและนักท่องเที่ยวจีน รวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของสถาบันการเงิน จึงคาดว่าเงินฝากจะปรับเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่ม โดย DPA มีความมั่นใจว่าฐานะเงินกองทุนที่มีอยู่ราว 1.37 แสนล้านบาท และมีสภาพคล่องสูง ซึ่งเพียงพอรองรับการคุ้มครองเงินฝากทั้งระบบ

ทั้งนี้ หากดูจากรายงานข้อมูลสถิติเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2565 พบว่ามีจำนวนเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง 16.12 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564 จำนวน 5.25 แสนล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 3.36% โดยส่วนใหญ่มาจากการพักเงินในบัญชีเงินฝากของผู้ฝากรายใหญ่และกองทุนในช่วงที่ตลาดการเงินมีความผันผวน และภาคธุรกิจที่นำเงินมาพักไว้ในบัญชีเงินฝากเพื่อสร้างสภาพคล่องในการประกอบธุรกิจ

ขณะที่จำนวนผู้ฝากที่ได้รับการคุ้มครองมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 89.66 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 3.83 ล้านราย คิดเป็นการเติบโต 4.46% โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของผู้ฝากบุคคลธรรมดาที่มีเงินฝากน้อยกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันผู้ฝากที่ได้รับความคุ้มครองเต็มจำนวนคิดเป็นสัดส่วน 98.01% หรือ 87.88 ล้านราย ของจำนวนผู้ฝากทั้งหมด ปัจจุบันกองทุนคุ้มครองเงินฝากมีจำนวนรวม 1.37 แสนล้านบาท

“ในช่วงปี’63-65 เป็นช่วงที่เศรษฐกิจค่อนข้างแย่ ทำให้เงินในกระเป๋าของประชาชนหายไป แม้สถานการณ์จะเป็นแบบนั้น แต่จะเห็นว่าจำนวนผู้ที่ได้รับคุ้มครองยังสูงถึง 98% หรือประมาณ 87.8 ล้านราย ถือเป็นตัวเลขค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับอาเซียน ซึ่งปีนี้คาดว่าเงินฝากยังโต เพราะโดยปกติเงินฝากไม่ควรโตน้อยกว่าจีดีพี และจะเห็นว่าตอนนี้แบงก์ก็มีการแข่งขันให้ดอกเบี้ยสูง จึงจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดเงินฝาก ส่วนฐานะเงินกองทุนของเรายังคงมีความมั่นคง และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นหากในอนาคตการชำระหนี้ของ FIDF ครบ”