เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

จีน : ผู้ประท้วงนโยบายโควิดเป็นศูนย์หลายคนหายตัวไป

19 ก.พ. 2566 | 22:00น.

ขณะที่จีนประกาศชัยชนะต่อการระบาดของโรคโควิด-19 การชุมนุมประท้วงเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ที่นำมาสู่จุดจบของนโยบายโควิดเป็นศูนย์ เริ่มจะเลือนลางไปจากความทรงจำ แต่ในขณะที่ประเทศเดินหน้า หลายคนที่ร่วมชุมนุมประท้วงเริ่มหายตัวไป จากการจับกุมของทางการอย่างเงียบเชียบ

การประท้วงต่อต้านนโยบายโควิดเป็นศูนย์ที่เข้มงวดของรัฐบาลจีนที่เรียกกันว่า “การชุมนุมกระดาษเปล่า” ผู้เข้าร่วมชุมนุมหลายพันคน ชูกระดาษที่ว่างเปล่าเป็นสัญลักษณ์การประท้วงท่ามกลางความมืด นับเป็นภาพการออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นภายใต้การปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

ในตอนนั้น ตำรวจจับกุมผู้ชุมนุมเพียงไม่กี่คน แต่จากการเปิดเผยของนักเคลื่อนไหวในประเทศจีน ณ ตอนนี้ หลายเดือนผ่านไป มีผู้ประท้วงหลายคนอยู่ในที่คุมขังของตำรวจแล้ว โดยกลุ่มที่ถูกจับกุมกลุ่มหนึ่ง คาดว่ามีการจับกุมมากกว่า 100 ครั้ง

องค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เรียกร้องให้ปล่อยตัว องค์กรนักเคลื่อนไหวได้เผยแพร่รายชื่อและข้อหาของผู้ถูกจับกุม ซึ่งรวมทั้งผู้ออกมาชุมนุมในกรุงปักกิ่งและเมืองใหญ่อื่น ๆ เช่น เซี่ยงไฮ้ กวางโจว และนานจิง

ทางการจีนปฏิเสธตอบข้อซักถามจากบีบีซีเกี่ยวกับการคุมขังคนเหล่านี้ แต่จากการสัมภาษณ์เพื่อและทนายความ บีบีซีสามารถระบุชื่อของผู้ถูกจับกุมในปักกิ่งได้ 12 คน โดยมีอย่างน้อย 5 คนได้รับการประกันตัวชั่วคราว ส่วนที่เหลือเป็นผู้หญิง 4 คน ทั้งหมดถูกตั้งข้อหายุยงปลุกปั่นก่อให้เกิความวุ่นวาย ซึ่งเป็นข้อหาที่มีโทษจำคุกถึง 5 ปี และเป็นกฎหมายที่ใช้กำราบผู้ต่อต้าน

 

“พวกเขาไม่ใช่นักเคลื่อนไหว”

ผู้ถูกจับกุมจำนวนมาก เป็นผู้ที่มีการศึกษาดี บางคนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ในจำนวนนี้ยังมีอาชีพนักเขียน สื่อมวลชน นักดนตรี ครู และคนในแวดวงการเงิน

กลุ่มผู้ถูกจับในกรุงปักกิ่งจำนวนมาก เป็นกลุ่มเพื่อนที่รวมตัวอย่างหลวม ๆ ตำรวจสอบปากคำพวกเขาเพื่อเค้นว่าพวกเขาเป็นกลุ่ม “เฟมินิสต์” หรือกลุ่มสตรีนิยม ที่ทำกิจกรรมของเฟมินิสต์หรือไม่ เนื่องจากทางการจีนได้ยกระดับการปราบปรามและปิดกั้นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของผู้หญิงในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้

แม้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะเป็นคนที่ตื่นตัวทางสังคม และสมาชิกบางคนเคยแสดงการสนับสนุนขบวนการ #MeToo ของนักเขียนบทหญิงซานซี แต่กลุ่มเพื่อนของผู้ถูกจับกุมยืนยันว่า เพื่อนของพวกเขาไม่ใช่นักเคลื่อนไหวหรือนักกิจกรรม

“พวกเขาเป็นแค่กลุ่มของคนรุ่นใหม่ที่เป็นห่วงกังวลถึงสังคม.. เพื่อนของฉันไม่ได้สนใจแค่เรื่องสิทธิสตรี แต่ยังรวมถึงสิทธิมนุษยชนและผู้มีความเปราะบาง นี่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกิจกรรมของนักสิทธิสตรีเลย” หนึ่งในเพื่อนของผู้ถูกจับกุมระบุ

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2565 ผู้หญิงหลายคนจากกลุ่มนี้เข้าร่วมการประท้วงตอนกลางคืนในการชุมนุมสาธารณะที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งจัดพร้อมกันในหลายเมืองทั่วประเทศจีน อันมีชนวนเหตุจากเหตุการณ์ไฟไหม้อาคารสูงในเมืองอุรุมชีทางตะวันตกของจีน เหตุไฟที่คร่าผู้คนไป 10 คน โดยเป็นที่เชื่อกันอย่างแพร่หลายว่า ผู้อยู่อาศัยในอะพาร์ตเมนต์แห่งนี้ไม่สามารถหลบหนีไฟได้เนื่องจากมาตรการโควิด แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้โต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าว

หลังจากการประท้วงครั้งนั้น ในเวลาต่อมาการชุมนุมเริ่มเปลี่ยนเป็นการชุมนุมอย่างสงบภายใต้สัญลักษณ์การชูกระดาษเปล่า

REUTERS

Reuters
คนในกรุงปักกิ่งวางดอกไม้และจุดเทียนไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตในเหตุเพลิงไหม้ที่เมืองอุรุมชี

 

“สภาพในจีนนั้นถูกปกครองอย่างกดขี่มายาวนาน พวกเขาไม่คิดว่า ตัวเองเข้าร่วมในการเคลื่อนไหว พวกเขาแค่คิดว่ามันเป็นหนทางปลดปล่อยอารมณ์เท่านั้น” เพื่อนอีกคนกล่าว

“พวกเขาไม่ได้ปะทะกับตำรวจหรือแสดงความเห็นสุดโต่ง พวกเขาไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรง”

เพื่อนของผู้ถูกจับกุม บอกด้วยว่า พวกเขาปกปิดอัตลักษณ์ตัวเองน้อยมากระหว่างไปร่วมชุมนุม ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าจีนนั้นปิดปากผู้ชุมนุมได้รวดเร็วแค่ไหน

ไม่แน่ชัดว่า เหตุใดตำรวจจึงพุ่งเป้ามาที่กลุ่มนี้ แต่มีรายงานว่าตำรวจแกะรอยจากกล้องวงจรปิด และซอฟต์แวร์จดจำใบหน้า รวมทั้งการค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของผู้ร่วมประท้วง

หนึ่งในผู้ถูกจับ ได้สร้างกลุ่มสนทนาทางแอปพลิเคชันเทเลแกรม และมีสมาชิกเข้าร่วมกว่า 60 คน คนในกลุ่มจำนวนมากใช้เบอร์โทรศัพท์ในการลงทะเบียนเข้าใช้งานโดยใช้ชื่อจริง อีกสองวันถัดมา บางคนในกลุ่มนี้ถูกตำรวจนำตัวไปสอบปากคำ

“เราโทรคุยกันทางโทรศัพท์ขณะที่เธอถูกนำตัวไป” แฟนหนุ่มของหนึ่งในผู้ถูกจับ กล่าว “เธอบอกกับผมว่าเพื่อนของเธอบางคนถูกนำตัวไปและขาดการติดต่อ เธอพยายามลบข้อมูลต่าง ๆ ออกจากมือถือ แต่ถูกจับไปก่อนที่ลบอะไรออกหมด”

นักเคลื่อนไหวบอกว่า การจับกุมยกระดับขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ช่วงเดือน ธ.ค. ถึง ม.ค. เซา ไฉ่ซิน หญิงชาวจีนที่เกรงว่าตัวเองจะถูกจับกุม บันทึกวิดีโอของตัวเอง พร้อมกับคำแนะนำให้เผยแพร่วิดีโอนี้ทันทีหากเธอหายตัวไป

“สิ่งที่เราทำคือการแสดงออกถึงความรู้สึกของพวกเราอย่างมีเหตุผล” เซา กล่าวในคลิป ซึ่งตอนนี้ถูกส่งต่อในสังคมออนไลน์อย่างแพร่หลาย

“พวกเราไม่อยากหายไป… หากการเข้าร่วมแสดงความโศกเศร้าเป็นอาชญากรรม จะมีที่ว่างเหลืออย่างไรให้เราแบ่งปันความรู้สึกต่อกัน”

GETTY IMAGES

Getty Images
เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดถนนวูรุมมูชีในนครเซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 27 พ.ย. เพื่อหยุดการประท้วงต่อต้านนโยบายปลอดโควิดของจีน

ความกังวลและการประณาม

หลายองค์กรสิทธิมนุษยชนและสถาบันการศึกษา เรียกร้องให้ปล่อยตัวกลุ่มผู้ชุมนุมเหล่านี้ มหาวิทยาลัยโกลด์สมิธในสหราชอาณาจักร ยืนยันกับบีบีซีว่า หลี่ สี่ฉี เป็นอดีตนักศึกษาของมหาวิทยาลัย พร้อมแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพของเธอ

โฆษกของมหาวิทยาลัยกล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้ทำหนังสือถึงทูตจีนประจำสหราชอาณาจักร เรียกร้องการปล่อยตัวของหลี่ แต่สถานทูตจีนยังไม่มีการตอบสนองต่อข้อเรียกร้อง

ที่สหรัฐฯ มหาวิทยาลัยชิคาโก และมหาวิทยาลัยนิวเซาธ์เวลส์ ยืนยันเช่นกันว่าอดีตนักศึกษาจีนที่เคยเรียนหายตัวไป

องค์กรสื่อไร้พรมแดน ระบุข้อมูลด้วยว่า หลี่ สี่ฉี เป็นสื่อมวลชน ส่วนฮิวแมนต์ไรท์วอทช์ ระบุว่า เหตุจับกุมชี้ให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่ในจีนต้องจ่ายราคาที่แพงมากในการออกพูดเรื่องเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน พร้อมกับระบุว่า ทางการจีนได้ข่มขู่ทนายความและกลุ่มเพื่อนที่พยายามจะช่วยเหลือผู้ถูกจับ

 

เชือดไก่

ผู้สังเกตการณ์แสดงทัศนะว่า ทางการจีนต้องการส่งสัญญาณเกี่ยวกับการจับกุมเพื่อเป็นการ “เชือดไก่ให้ลิงดู”

“พวกเขาต้องการให้คนที่ผู้ชุมนุมเชื่อว่าเป็นผู้นำหรือคนจัดการชุมนุม และคนที่มีบทบาทสำคัญจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง” เตง เบี่ยว นักสิทธิมนุษยชน ระบุ

“สัญชาตญาณของทางการจีนจะค้นหาว่ามีพวกตะวันตกอยู่เบื้องหลังการชุมนุมหรือเปล่า”

ผู้ถูกจับกุมจำนวนมากเป็นผู้หญิง และถูกสอบปากคำว่าเป็นผู้สนับสนุนขบวนการเพื่อสิทธิสตรีหรือไม่ แสดงให้เห็นว่าทางการไม่ไว้วางใจขบวนการเคลื่อนไหวเฟมินิสต์

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงของจีนตกเป็นผู้เกี่ยวข้องกับกรณีความรุนแรงต่อผู้หญิงและการคุกคามทางเพศ ทำให้กลายเป็นชนวนให้มีการวิพากษวิจารณ์อย่างรุนแรงและเพิ่มแรงสนับสนุนให้กับขบวนการเพื่อสิทธิของผู้หญิง หลังจากมีกระแสมากขึ้น รัฐบาลได้ปราบปรามขบวนการที่ชื่อว่า เฟมินิสต์ ไฟว์ ในปี 2015 ก่อนถูกปิดกั้นและโจมตีทางโลกออนไลน์ และเมื่อเร็ว ๆ นี้พรรคคอมมิวนิสต์จีน ประณามกลุ่ม “กลุ่มสิทธิสตรีสุดโต่ง” ว่าเป็น “ก้อนเนื้องอกที่อันตราย”

ส่วนชะตากรรมของผู้เข้าร่วมการชุมนุม ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าพวกเขาจะต้องเจออะไรหลังจากนี้

ตง เบี่ยว นักสิทธิมนุษยชน คาดการณ์ว่า คนที่ได้รับประกันตัวก็ยังถูกจับกุมได้อีกครั้ง ส่วนคนที่ถูกคุมขังต่อไปอีกหลายสัปดาห์ระหว่างที่อัยการพิจารณาว่าจะฟ้องหรือไม่ แต่นั่นก็อาจทำให้กินเวลายืดยาวหลายเดือน หรือเป็นปีหากเป็นคดีการเมือง

ครอบครัวของผู้ถูกจับกุมปิดปากเงียบ บางส่วนตัดขาดการตัดต่อกับเพื่อนของลูก ๆ ที่ถูกจับกุม บางครอบครัวยกเลิกการจ้างทนายที่เคยจ้างมาสู้คดี โดยไม่ทราบถึงเหตุผล ซึ่งหยาง ฉางคิ่ง อดีตนักสิทธิมนุษยชน มองว่าเพราะพวกเขาได้รับแรงกดดันอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม อดีตนักสิทธิฯ รายนี้ มองว่า การเข้ามาตรวจสอบของนานาชาติอาจช่วยผู้ที่ถูกคุมขังได้

“คดีการเมืองที่อ่อนไหว ผู้ถูกคุมขังอาจได้รับการปล่อยตัวเร็วขึ้นหรือได้รับการปฏิบัติที่ดีขึ้นเพราะแรงกดดันจากภายนอก”

ขณะเดียวกัน กลุ่มเพื่อนของผู้ถูกจับ ต่างวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยของตนเอง ทำให้ทุกคนร่วมแบ่งกันข้อมูล ทั้งนี้ หลายคนอยู่ต่างประเทศและไม่ได้เข้าร่วมการประท้วง แต่ก็กลัวตกเป็นเป้าหมายจากทางการ เพราะการติดต่อกับผู้ถูกจับ และความพยายามของพวกเขาที่จะบอกเรื่องนี้กับนานาชาติ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ พวกเขาได้รับข้อความจากหนึ่งในผู้ถูกจับกุมรายหนึ่งจากเรือนจำ พวกเขาเพียงอยากแน่ใจว่าเพื่อนที่ถูกจับไปยังมีความหวัง

“พวกเขา (ตำรวจผู้ซักถาม) ทำให้เรารู้สึกว่าเราแวดล้อมไปด้วยเพื่อนที่ทรยศหรือหักหลังเรา” เธอกล่าว “แต่เรายังคงเชื่อว่าเรายังยืนอยู่ด้วยกัน” เพื่อนผู้ถูกจับกุมรายหนึ่งกล่าว

หมายเหตุ : ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนจีน จีน โควิด-19 ในจีน