เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“รมว.พลังงาน” ชี้ต้องชัดเจนสัมปทานใหม่ ยันภาคใต้ยังไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่

22 ก.พ. 2561 | 16:47น.

“รมว.พลังงาน” ชี้ต้องชัดเจนสัมปทานใหม่ในแหล่งเอราวัณ-บงกช เพื่อความมั่นคงพลังงานของประเทศ เผย ภาคใต้ยังไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ หากสามารถแก้ปัญหาสายส่งคอขวด-เพิ่มพลังงานชีวมวล

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในงาน Meet the Press ในประเด็นสัมปทานสำรวจและผลิตแหล่งก๊าซบงกช/เอราวัณ ครั้งใหม่ ว่าตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ทราบว่าภาระหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คือ การสร้างความมั่นคงของระบบพลังงานของประเทศให้มีประสิทธิภาพ โดยได้กำหนดเป้าหมายภารกิจไว้เฉพาะเรื่องที่มีความสำคัญจำเป็นเร่งด่วนให้สัมฤทธิ์ผลภายใน 1 ปี

นายศิริกล่าวว่า เรื่องแรกที่สำคัญที่สุดในด้านความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว คือ การมีแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติ 2 แหล่งใหญ่ในอ่าวไทย ซึ่งผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ของก๊าซธรรมชาติที่เราใช้ ไฟฟ้าที่ผลิต 60% ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ดังนั้น หากไม่สามารถผลิตก๊าซธรรมชาติจาก 2 แหล่ง คือ แหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช ประเทศไทยก็จะมีปัญหาเรื่องความมั่นคงของไฟฟ้าในอนาคต กระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ปัญหาของ 2 แหล่งดังกล่าวคือ สัมปทานที่ให้แก่กลุ่มบริษัทเชฟรอนในการร่วมผลิตในแหล่งเอราวัณ และสัมปทานที่มีไว้กับ ปตท.สผ.ที่แหล่งบงกช จะสิ้นอายุสัมปทานในปี 2565 หากหยุดสัมปทาน ไม่มีการผลิตต่อ ไทยจะขาดก๊าซธรรมชาติ ถ้าไม่มีความชัดเจน การลงทุนของบริษัทที่รับสัมปทานทั้ง 2 ราย อาจจะลงทุนน้อยลง เพราะการลงทุนแต่ละครั้งต้องใช้เวลาในการคืนทุน อย่างน้อย 5 ปีขึ้น ช่วงนี้จึงเป็นระยะรอยต่อที่ต้องสร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้นในปีนี้ มิเช่นนั้นจะทำให้ระบบพลังงานขาดความแน่นอน กระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ

นายศิริกล่าวว่า เรื่องที่สองคือ ระบบไฟฟ้าสำหรับภาคใต้ มีความเชื่อมาตลอดว่าระบบไฟฟ้าในภาคใต้อาจจะไม่มั่นคง เพราะเคยเกิดเหตุการณ์ไฟดับทั้งภาคมาแล้ว จึงมีความจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น 2 แห่ง คือ ที่กระบี่และขนอม รวมกำลังการผลิตได้เกือบ 3,000 เมกะวัตต์ แต่ก็มีอีกความเชื่อหนึ่งที่บอกว่า ภาคใต้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพียงพอหรือเกินความจำเป็นด้วยซ้ำไป ข้อมูล 2 ชุดนี้ทำให้เกิดความสับสน การสร้างโรงไฟฟ้าในภาคใต้จึงมีหลายกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวแสดงความเป็นห่วงเรื่องสิ่งแวดล้อมและด้านอื่นๆ ทั้ง 2 มุมมองต่างมีเหตุผลที่ดี จึงจำเป็นต้องทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏ

นายศิริกล่าวว่า จากการศึกษาและรับฟังรายละเอียดพบว่า ในภาคใต้มีโรงไฟฟ้าหลัก 2 แหล่ง คือที่จะนะและที่ขนอม และมีกำลังการผลิตไฟฟ้าค่อนข้างสูงถึง 2,400 เมกะวัตต์ ในขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้มีจุดสูงสุดหรือจุดพีคอยู่ที่ 2,600-2,700 เมกะวัตต์ ดังนั้น ภาคใต้จึงมีกระแสไฟฟ้าเพียงพอ และยังมีสายต่อเชื่อมป้อนกระแสไฟฟ้าจากภาคกลางได้ แต่มีปัญหาเรื่องสายส่งที่มีปัญหาคอขวด ดังนั้น หากมีการเพิ่มขนาดและปริมาณของสายส่งเชื่อมระหว่างขนอมและจะนะ เชื่อมระหว่างโรงไฟฟ้าที่อยู่ฝั่งอ่าวไทยต่อไปยังฝั่งอันดามัน เช่น ภูเก็ต กระบี่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและมีการใช้ไฟฟ้าเยอะ จะสามารถลดคอขวดลง ทำให้ภาคใต้ก็มีไฟฟ้าเพียงพอ ขณะเดียวกันก็มีจุดอ่อนเรื่องไฟฟ้าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีความต้องการอยู่ที่ 270-300 เมกะวัตต์ ดังนั้น หากเราสามารถสร้างระบบไฟฟ้าใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยใช้ชีวมวล เช่น กิ่งไม้ เศษไม้ หรือการทำไบโอแก๊สจากน้ำเสียของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน แล้วสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก 1 โรงประมาณ 10-20 เมกะวัตต์ แล้วป้อนไฟฟ้าผ่านระบบเครือข่ายของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ จะสามารถลดภาระความต้องการใช้ไฟฟ้าของ 2 โรงไฟฟ้าหลักลงไปได้ ทำให้ระบบไฟฟ้าในภาคใต้มีความเป็นเอกเทศและมั่นคง ผลการศึกษานี้ได้ทำร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวมถึงได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานความมั่นคงอย่าง ศอ.บต. และ กอ.รมน. อันเป็นการผสมผสานทั้งเรื่องความมั่นคงและการพัฒนาเศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาให้มีราคาที่ไม่แพง ส่วนความกังวลถึงความมั่นคงของไฟฟ้าในภาคใต้ วิธีการข้างต้นจะสามารถแก้ปมได้หนึ่งเปราะ โดยที่ไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ไม่ว่าที่เทพาหรือที่กระบี่ ความจำเป็นนั้นก็จะเลื่อนออกไป

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจในประเทศ โรงไฟฟ้า