เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

“ส่งเสริมเมืองรอง” เพื่อชุมชนหรือประชานิยม ?

23 ก.พ. 2561 | 08:00น.

คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย ณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่า [email protected]

นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวทุกแห่งต่างหันมาปลุกกระแสการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ตามนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค ด้วยการใช้ภาคการท่องเที่ยวมาเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

ผลพวงจากปีที่ผ่านมาธุรกิจท่องเที่ยวสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศมากถึง 2.7 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 20% ของจีดีพีประเทศ

ทำให้รัฐบาลมองว่า “ท่องเที่ยว” เป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจในภูมิภาค จึงประกาศนโยบายให้คนไทยสามารถนำรายจ่ายจากการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งปี 2561 นี้ ไปลดหย่อนภาษีได้ตามจริง และสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท

โดยมีเงื่อนไขเพียงว่าจะต้องเป็นการใช้จ่ายในเมืองรอง 55 จังหวัดทั่วประเทศ อาทิ เชียงราย ลำปาง ลำพูน เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ พิจิตร แพร่ น่าน อุดรธานี อุบลราชธานี นครนายก สระแก้ว ลพบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี จันทบุรี ชุมพร ระนอง ฯลฯ

พร้อมกันนี้ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกฯด้านเศรษฐกิจ ยังประกาศด้วยว่า รัฐบาลมีงบประมาณอีก 6,000-7,000 ล้านบาท ที่กันไปสำหรับอัดฉีดและพัฒนาเรื่องที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ต้องการงบฯไปพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ของตัวเอง

หลังรัฐบาลประกาศมาตรการให้นำรายจ่ายจากการเดินทางท่องเที่ยวไปลดหย่อนภาษีได้ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่างทำแผนพัฒนาเพื่อของบฯสนับสนุนกันมากมายเต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็น กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่ชงของบประมาณเพื่อนำเงินมาลงทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงด้านโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในพื้นที่เมืองรองทั้ง 55 จังหวัด

โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ชงของบฯกว่า 3,200 ล้านบาท สำหรับพัฒนาความพร้อมด้านการท่องเที่ยวเมืองรองทั้ง 55 จังหวัด หรือจังหวัดละ 50 ล้านบาท ขณะที่กรมการท่องเที่ยว หน่วยงานที่ดูแลเรื่องการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ก็ของบฯมาพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอีกเช่นกัน

ทุกหน่วยงานล้วนให้เหตุผลในการของบประมาณว่า เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ดูแล รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้สะดวกยิ่งขึ้น ที่สำคัญ เป็นการตอบสนองนโยบายด้านการสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า และกระจายรายได้ให้เข้าถึงระดับท้องถิ่น

นี่ยังไม่รวมงบฯพัฒนาจังหวัด ที่ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงงบฯสำหรับทำโฆษณาประชาสัมพันธ์อีกจำนวนมหาศาลอีกส่วนหนึ่งด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯยังอาสาเป็นตัวกลางในการประสานงานกับเอสเอ็มอีแบงก์ จัดทำโครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน เพื่อให้ผู้ประกอบการในชุมชนมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ และนำเงินไปพัฒนาโปรดักต์ของตัวเอง และเตรียมความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในพื้นที่อีกแนวทางหนึ่งด้วย

ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้หลายภาคส่วนจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า แนวทางที่หน่วยงานภาครัฐกำลังเดินอยู่นั้นเป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับภาคธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดเมืองรอง และสามารถกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนได้จริงหรือไม่ และเป็นนโยบายที่คุ้มค่ากับงบประมาณที่โหมใส่เข้าไปหรือไม่

จนเกิดคำถามว่า มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างเศรษฐกิจใน “ชุมชน” หรือว่าเป็นหนึ่งในโครงการสร้าง “ประชานิยม” กันแน่ ?

ผู้เขียนได้พูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน ทั้งโรงแรม เจ้าของสถานประกอบการด้านท่องเที่ยว รวมถึงบริษัทนำเที่ยวต่างพูดในทำนองเดียวกันว่า การโหมทำแคมเปญเพื่อดึงให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสู่เมืองรองนั้นเป็นอะไรที่ยากมาก เพราะทุกวันนี้นักท่องเที่ยวราว 90% ยังคงนิยมเที่ยวอยู่ในเมืองท่องเที่ยวหลัก ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ ภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่ ชลบุรี

พร้อมแนะนำว่า รัฐควรหันมาโปรโมตให้คนไทยด้วยกันเอง หันมาเที่ยวในพื้นที่เมืองรองให้ได้ก่อน จากนั้นค่อยขยายวงไปหาตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ความหมายก็คือว่า รัฐควรใช้งบประมาณที่เหมาะที่ควร ไม่ใช่โหมกันหนักขนาดนี้ เพราะมันเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจประเทศได้ไม่เท่ากับเกิดประโยชนต่อคณะรัฐบาล จนกลายเป็นนโยบายประชานิยม สร้างฐานเสียงความนิยมให้กับรัฐบาลก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง !

 

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้