เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สุรศักดิ์ รับ ‘น้ำท่วมภูเก็ต’ กระทบเศรษฐกิจแต่ไม่มาก หวังอีเวนต์ปลายปีดันท่องเที่ยว
Politics สุรศักดิ์ รับ ‘น้ำท่วมภูเก็ต’ กระทบเศรษฐกิจแต่ไม่มาก หวังอีเวนต์ปลายปีดันท่องเที่ยว
โหมโรงก่อนเลือกตั้ง  Midterm สหรัฐ 2026  นักลงทุนต้องจับตาอะไรบ้าง ?
Finance โหมโรงก่อนเลือกตั้ง  Midterm สหรัฐ 2026  นักลงทุนต้องจับตาอะไรบ้าง ?
RECO Collective 2026 ต่อยอด ‘ผ้ารีไซเคิล’ สู่ค้าปลีก
Biz Movement RECO Collective 2026 ต่อยอด ‘ผ้ารีไซเคิล’ สู่ค้าปลีก
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
สามัญสำนึก ‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
เศรษฐกิจภูมิภาค ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
Finance TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
Finance หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
Finance ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
World ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
ดูทั้งหมด

คิดแบบ ‘โซเด็กซ์โซ่’ เขาทำเพื่อบริษัท บริษัทต้องดูแลเขาด้วย

02 มี.ค. 2566 | 19:06น.
อาร์อาร์โนด์ เบียเลคกิ

ต้องบอกว่า “โซเด็กซ์โซ่ กรุ๊ป” เป็นบริษัทสัญชาติฝรั่งเศสที่ดำเนินธุรกิจการให้บริการ และสนับสนุนธุรกิจอย่างครบวงจร ตั้งแต่บริการต้อนรับ, บริการเกี่ยวกับอุปกรณ์ทางการแพทย์, บริการทำความสะอาด, บริการอาหาร รวมไปถึงการให้บริการผู้ดูแลผู้สูงอายุตามบ้าน ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก และอื่น ๆ อีกมากมาย

ทั้งนั้น เพราะ “โซเด็กซ์โซ่” มีสำนักงานใน 53 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย ขณะเดียวกัน ก็มีพนักงานกว่า 422,000 คนทั่วโลก ทั้งยังให้บริการอาหารแก่ผู้บริโภคเฉลี่ย 100 ล้านคน/วัน ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่บริษัทนี้จะมีรายได้รวมกว่า 21.1 พันล้านยูโร

สำหรับประเทศไทย บริษัท โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย จำกัด เริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี 2547 ปัจจุบันดำเนินธุรกิจ 3 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่ บริการด้านอาหาร, บริการด้านอาคาร ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับบริการด้านเทคนิค วิศวกรรมอาคาร และบริการทั่วไป รวมไปถึงการให้บริการด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีทางการแพทย์

โดยมีพนักงานทั้งหมดประมาณ 4,000 คน และมี “อาร์อาร์โนด์ เบียเลคกิ” ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย จำกัด ขณะเดียวกัน เขายังดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ดูแลทั้งหมด 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, เวียดนาม และฟิลิปปินส์

นอกจากนั้น “อาร์โนด์ เบียเลคกิ” ยังได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลฝรั่งเศสให้เป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาการค้าต่างประเทศของฝรั่งเศส ประจำประเทศไทยอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย ดังนั้น จึงไม่แปลกเมื่อถามคำถามแรกกับเขาว่า…ยุ่งไหม ?

“ยุ่งมาก” เขาตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

จากนั้น “อาร์โนด์ เบียเลคกิ” ก็เริ่มเล่าให้ฟังถึงภาพรวมของการบริหารธุรกิจในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ฟังว่า หากนับพนักงานทั้งหมดจาก 6 ประเทศที่ผมดูแลมีอยู่ประมาณ 1 หมื่นกว่าคน และมีรายได้รวมอยู่ประมาณ 8 พันล้านบาท ถามว่าเยอะไหม ก็เยอะ แต่เมื่อเทียบกับปี 2565 ถือว่าดีขึ้นมาก

“ตอนนี้สำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ เพียงแต่ผมไม่ได้นั่งประจำการที่นั่น ผมอยู่ประเทศไทย แต่จะมีผู้บริหารของแต่ละภูมิภาครายงานมาที่ผม และเราจะแลกเปลี่ยนมุมมองธุรกิจกันทางออนไลน์ มีบ้างเหมือนกันที่ผมต้องบินไปสิงคโปร์ หรือประเทศอื่น ๆ บ้าง แต่พอหลังจากช่วงโควิด ผมว่าการบริหารจัดการง่ายขึ้น เพราะทุกคนคุ้นชินกับการประชุมทางออนไลน์หมดแล้ว”

ดังนั้น ถ้าถามว่ารายได้ของประเทศไทยเป็นอย่างไร ผมต้องบอกว่าตลอด 3 ปีที่เจอโควิด รายได้ไม่ได้ลดลงเลย กลับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ เพราะตอนหลังคนมาใช้บริการที่โรงพยาบาลมากขึ้น ถ้าจะมียอดตกจริง ๆ คงตอนปิดประเทศ และบริษัทต่าง ๆ หันมา WFH มากขึ้น ตรงนี้ยอดขายหายไปบ้าง แต่พอเราทำ flexible model เพื่อเป็นทางเลือกในการนำเสนอลูกค้า เขาก็ค่อนข้างพอใจ

“ยกตัวอย่าง ช่วง WFH อาจมีคนมาทำงานจริงประมาณ 20% เราก็บริการอาหารเฉพาะแค่ 20% และเราคิดเขาในราคาเท่านี้ หรือพรุ่งนี้ถ้าผู้บริหารสั่ง WFH 100% แต่ภายในอาคารสำนักงานยังมีแม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย ช่างประจำสำนักงาน ราคาจาก 100% ก็จะเหลือเพียง 30-40% แต่จะไม่เหลือศูนย์เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ทำให้ผู้บริหารมีทางเลือกมากขึ้น”

นอกจากนั้น “อาร์โนด์ เบียเลคกิ” ยังเล่าให้ฟังถึงบรรยากาศช่วงโควิด-19 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ให้ฟังว่า…ที่นี่ลูกค้าหลัก ๆ ของเราคือกูเกิล ซึ่งช่วง 2-3 ปีผ่านมา พนักงาน WFH 100% และธุรกิจที่เราดูแลคือโรงอาหาร และโภชนาการ ซึ่งมีพนักงาน 3,000 กว่าคน พอผู้บริหารสั่ง WFH รายได้เหลือศูนย์เลย

“สิงคโปร์ก็เหมือนกัน ลูกค้าหลัก ๆ ของเราอยู่ตามสำนักงานใหญ่ ๆ ค่อนข้างเยอะ เพราะพนักงานออฟฟิศชอบทานอาหารที่โรงอาหาร ไม่เหมือนประเทศไทยที่ชอบออกไปทานอาหารกลางวันข้างนอก ดังนั้น พอพวกเขา WFH หายไปหมดเลย พอ ๆ กับโรงเรียนนานาชาติ พอสั่ง WFH รายได้กลายเป็นศูนย์เลย แต่ตอนนี้กลับมาสู่สภาวะปกติแล้ว”

“ผมมองว่าช่วงโควิดเป็นความท้าทายผู้บริหารหลายอย่าง ถ้าเราเห็นจากข่าวจะพบว่าหลายบริษัทเลิกจ้างพนักงานทันที โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยว และการบริการ แต่สำหรับเราไม่ไล่พนักงานออกเลย ตรงกันข้าม เรากลับพยายามประคับประคอง แม้ช่วง 3-4 เดือนที่เขาไม่มีงานทำเลย เพราะธุรกิจทุกอย่างหยุดดำเนินการ ประเทศก็ปิด

แต่เราจ่ายเงินเดือนพนักงานประมาณ 50% ทั้ง ๆ ที่ช่วงนั้นรายได้เราก็ไม่มีเลย แต่คิดว่าทำอย่างไรถึงจะให้พนักงานอยู่ได้ ผมว่าเราคิดถูก พอถึงตอนนี้พนักงานก็ยังอยู่กับเรา และที่นี่พนักงานเทิร์นโอเวอร์น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง”

“สำคัญไปกว่านั้น ผู้บริหารทุกคนจะไม่รับโบนัส แต่พนักงานที่อยู่หน้างานเราจ่ายให้เขาประมาณ 70-80% ของเงินเดือน ตอนนั้นขนาดช่วงแรก ๆ ของโควิดนะ เราอยากให้พวกเขา เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจกับพนักงานที่อยู่หน้างาน แม้ตอนนี้ที่ทุกอย่างเริ่มกลับสู่สภาวะปกติ เราก็พยายาม benchmark กับคู่แข่งในตลาด และไม่เฉพาะแต่ประเทศไทย แต่กับทั่วโลกด้วยว่าธุรกิจประเภทเดียวกันเขาให้สวัสดิการอะไรบ้าง เราจะให้แบบนั้นด้วย”

ส่วนในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความหลากหลายทางเพศ การลาคลอด รวมไปถึงการทำประกันชีวิต “อาร์โนด์ เบียเลคกิ” กล่าวอย่างหนักแน่นว่า ตอนนี้กำลังศึกษากฎหมายทั้งหมด จนพบว่ากฎหมายแรงงานในประเทศไทยให้สิทธิลาคลอดกับผู้หญิงเพียง 45 วัน ขณะที่มาตรฐานโลกสามารถลาคลอดได้ถึง 90 วัน

“ปี 2566 ผมปรับเปลี่ยนทันที ทั้งยังให้สิทธิกับคู่สมรสที่เป็นเพศเดียวกันอีกด้วย ถ้าเขานำเด็กมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม และหากทำงานที่เดียวกัน ผมให้เขาเลือกเลยว่าใครคนใดคนหนึ่งจะลาเพื่อดูแลเด็ก 90 วัน ส่วนคู่สมรสเพศเดียวกันลาได้ 14 วัน ผมว่าโลกตอซีนนี้เปิดกว้างแล้ว และเราเองต้องยอมรับความหลากหลายทางเพศได้ด้วย พอเรามีนโยบายอย่างนี้ออกไป พนักงานมีความสุขในการทำงานมากขึ้นทันที”

“ส่วนปี 2567 จะมาดูเรื่องของประกันชีวิต เพราะปกติหากพนักงานเสียชีวิต ตามกรมธรรม์ที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้จะจ่ายแค่ 1 ปี แต่หลังจากเรา benchmark กับคู่แข่งในตลาด และปีหน้าจะคุยกับบริษัทประกันชีวิต เพื่อหาทางเพิ่มวงเงินกรมธรรม์เป็น 200% เพราะเราอยากให้ครอบครัวของเขานำเงินส่วนนี้ไปใช้อะไรบ้าง หลังจากพ่อ แม่ พี่ น้องเป็นอะไรไป”

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ “ผู้บริหาร” พยายามบริหารจัดการ แต่กระนั้น ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะนโยบายของ “โซเด็กซ์โซ่ กรุ๊ป” ให้ความสำคัญกับ “พนักงาน” เป็นอย่างมาก ดังนั้น กลุ่มประเทศอาเซียน 6 ประเทศที่ “อาร์โนด์ เบียเลคกิ” ดูแลพนักงานอยู่ จึงเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งสิ้น

“เขาทำเพื่อบริษัท บริษัทต้องดูแลเขาด้วย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พนักงาน องค์กร