เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ศุภวุฒิ’ ฉายภาพเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรัง แนะยกเครื่องการศึกษา-รัฐราชการ
Economic ‘ศุภวุฒิ’ ฉายภาพเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรัง แนะยกเครื่องการศึกษา-รัฐราชการ
อสังหาฯ-โรงแรม เสี่ยงเป็น “บริษัทผีดิบ”
Columns อสังหาฯ-โรงแรม เสี่ยงเป็น “บริษัทผีดิบ”
ไทย-อินเดียขยับเกมใหม่ จาก “ค้าขาย” สู่ “ร่วมลงทุน” 5-6 บริษัทไทยสนใจแล้ว
Economic ไทย-อินเดียขยับเกมใหม่ จาก “ค้าขาย” สู่ “ร่วมลงทุน” 5-6 บริษัทไทยสนใจแล้ว
พาณิชย์ ดัน GI ขึ้นโต๊ะอาหาร ปั้นเมนูท้องถิ่นเชื่อมร้านไทยสู่ Thai SELECT
Economic พาณิชย์ ดัน GI ขึ้นโต๊ะอาหาร ปั้นเมนูท้องถิ่นเชื่อมร้านไทยสู่ Thai SELECT
NT จับมือ MEAei เร่งสปีดสถานีฟาสต์ชาร์จมอเตอร์ไซค์ EV
Biz Movement NT จับมือ MEAei เร่งสปีดสถานีฟาสต์ชาร์จมอเตอร์ไซค์ EV
SIRI เปิดประตูสู่ตลาดทุนโชว์ผลสำเร็จเสนอขาย ‘หุ้นกู้ดิจิทัล’ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยดันต้นทุนขยับ
Finance SIRI เปิดประตูสู่ตลาดทุนโชว์ผลสำเร็จเสนอขาย ‘หุ้นกู้ดิจิทัล’ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยดันต้นทุนขยับ
CPF ต่อยอดคอนเน็กซ์ อีดี ปูทางความยั่งยืนนำร่อง 23 โรงเรียน
SD CPF ต่อยอดคอนเน็กซ์ อีดี ปูทางความยั่งยืนนำร่อง 23 โรงเรียน
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
จากกลีบดอกไม้สู่โรงแรมแฟร์มอนท์แบงคอก สุขุมวิท
Biz Movement จากกลีบดอกไม้สู่โรงแรมแฟร์มอนท์แบงคอก สุขุมวิท
Water Economy เปิด 10 ชุมชนต้นแบบ จัดการวิกฤตมวลน้ำ
SD Water Economy เปิด 10 ชุมชนต้นแบบ จัดการวิกฤตมวลน้ำ
ดูทั้งหมด

ตลาดหุ้นแค่ปรับฐาน ระวังจบรอบตราสารหนี้

27 ก.พ. 2561 | 07:15น.

คอลัมน์ จับช่องลงทุน

โดย พูนพิชญา ปัณฑิตานนท์ ที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้ เวลธ์

หลังจากตลาดทุนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรือตราสารหนี้ เกิดความผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพราะผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (yield) ที่สูงสุดนับแต่ปี 2014 ทำให้เกิดความกังวลต่อตลาดทุน ซึ่งนับแต่เดือนกันยายน 2017

โดย yield พันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐ เร่งขึ้นจากระดับ 2.0% ต้น ๆ ขึ้นมาแตะ 2.9% ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่ามีโอกาสทดสอบระดับ 3% หรืออาจจะไปถึง 3.5% ตามที่สำนักวิจัยเศรษฐกิจบางแห่งเริ่มคาดการณ์ ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงเท่ากับว่า ตราสารหนี้อาจจบรอบขาขึ้น (bull market) ที่กินเวลากว่า 30 ปีก็เป็นได้ ทั้งนี้การที่ yield พันธบัตรปรับขึ้น ทำให้นักลงทุนตราสารหนี้ ถูก mark to market loss เพราะตราสารหนี้เดิมได้รับดอกเบี้ย “น้อย” กว่าตราสารหนี้ฉบับใหม่ ๆ ราคาตราสารหนี้ที่ได้ดอกเบี้ยน้อยกว่า จึงต้องลดราคาเพื่อ “ชดเชย” ให้กับผู้ซื้อในตลาดรอง

อีกประเด็นที่สำคัญคือการปรับขึ้นดอกเบี้ยยังส่งผลเสียต่อภาคเศรษฐกิจจริง เพราะต้นทุนระดมทุนของภาคธุรกิจและครัวเรือนสูงขึ้น การขยายการลงทุนและการบริโภคอาจชะลอตัวลง ตลาดหุ้นจึงมีการปรับฐานด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ตลาดตราสารหนี้นั้นไม่ได้กลับขาไปมาบ่อย ๆ ทำให้ผลกระทบดังกล่าวอาจกินเวลายาวนานกว่าภาวะตลาดหุ้นปรับฐาน

สาเหตุที่ทำให้ yield พันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้นเร็วอย่างมาก คงหนีไม่พ้นประเด็นอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวมากขึ้น เงินเฟ้อจึงกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญที่สุดสำหรับนักลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินเกือบทุกประเภท และสาเหตุที่เงินเฟ้อเร่งตัวในรอบนี้คงหนีไม่พ้นประเด็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เด่นชัด โดยเฉพาะฝั่งอุปสงค์ที่เร่งตัวหนุนให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อันเป็นปัจจัยการผลิตเร่งตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโลหะ ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ ไปจนถึงน้ำมัน และประเด็นการว่างงานที่ลดลงทำให้บางประเทศค่าจ้างเริ่มปรับสูงขึ้นอย่างในสหรัฐ ประกอบกับดอกเบี้ยที่ต่ำมานาน ทำให้วงจรการฟื้นตัวยิ่งทวีความร้อนแรง เงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) ที่ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน จึงเร่งตัวเกินคาด ธนาคารกลางทั่วโลกจึงต้องดูดซับสภาพคล่องที่ปล่อยออกมากก่อนหน้านี้ออกไป ซึ่งแม้ประเด็นตลาดจะรับรู้ประเด็นดังกล่าวไปมากแล้ว แต่ด้วยความที่เงินเฟ้อเร่งตัวด้วยความรวดเร็วและแรง จึงเกิดเป็นความกังวลเมื่อตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดี (ข่าวดีเป็นข่าวร้ายต่อตลาด)

คำถามหลังจากนี้คงหนีไม่พ้นว่าลงทุนอย่างไรดีในภาวะเงินเฟ้อเร่งตัว และก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ผลตอบแทนพันธบัตรอาจเผชิญกับภาวะซบเซายาวนาน ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดหุ้นเป็นห่วงโซ่ด้วยเช่นกัน ผู้เขียนยังขอยืนยันว่าแม้ตลาดตราสารหนี้อาจถึงปลายทางของขาขึ้น แต่ตลาดหุ้นอาจแค่ “ปรับฐาน” และยังคงปรับขึ้นได้ในระยะยาว เราจึงแนะนำให้นักลงทุนปรับพอร์ตให้พร้อมกับสภาวะตลาด ด้วยกลยุทธ์ดังนี้

1.เลือกลงทุนในหุ้นที่เน้นการเติบโตของกำไรสุทธิ มากกว่าหุ้นราคาถูกเพียงอย่างเดียว เนื่องจากหุ้นที่มีการเติบโต (EPS growth) สูง ๆ จะชดเชยต้นทุนทางการเงินและเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นได้ เราจึงมองการลงทุนในตราสารทุนเป็นทางรอดในระยะยาว ถึงแม้อาจจะได้รับผลกระทบในช่วงแรก ๆ โดยหุ้นกลุ่มที่เหมาะจะลงทุนหากดอกเบี้ยกลายเป็นขาขึ้น ได้แก่ หุ้นกลุ่มการเงินสหรัฐ หุ้นเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐหรือเอเชีย รวมถึงหุ้น mid-small ที่เน้นการเติบโต

2.ตรวจสอบการลงทุนตราสารหนี้อย่างรัดกุม โดยกองทุนตราสารหนี้ที่จะมีผลมากที่สุดคือ กลุ่ม ETF ตราสารหนี้ในต่างประเทศ กองทุนตราสารหนี้ที่เน้นลงทุนหุ้นกู้หรือพันธบัตรสหรัฐระยะยาว แต่ไม่รวมถึงกองทุนตราสารหนี้ที่เน้นการฝากเงินในต่างประเทศ และกองทุนตราสารหนี้ไทยที่มี duration ไม่นาน

3.สำรองเงินสดและสภาพคล่องส่วนเกินเพื่อจับจังหวะการลงทุน ซึ่งทั้งนี้เราไม่ได้หมายความว่าให้ขายหุ้นทันทีทันใด แต่แนะนำให้ขายทำกำไรเป็นระยะ และลดสัดส่วนหุ้นให้ค่อย ๆ ลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเมื่อใดก็ตามที่ตลาดหุ้นมีการปรับฐานลงแรงอีกรอบ เพราะ yield พันธบัตรที่สูงขึ้นก็ให้ใช้เงินที่มีอยู่เข้าลงทุนกองทุนหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตสูง (หาหุ้นดีที่เคยแพง ตามข้อ 1) อย่างค่อยเป็นค่อยไปเช่นกัน

สุดท้ายนี้ ขอให้นักลงทุนทุกท่านติดตามตัวเลขเงินเฟ้อซึ่งจะเป็นปัจจัยเสี่ยง และติดตามพอร์ตการลงทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือภาวะตลาดทุนที่พร้อมจะปรับฐานได้ทุกเมื่อ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน