เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อ่านเกมส์ Virtual Bank KKPS ชี้ ‘เปิดก่อน’ อาจไม่ได้เปรียบ
Finance อ่านเกมส์ Virtual Bank KKPS ชี้ ‘เปิดก่อน’ อาจไม่ได้เปรียบ
อาลัย ‘พิพัฒ’ ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ผู้บุกเบิกตำนาน ‘มาม่า
Biz Movement อาลัย ‘พิพัฒ’ ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ผู้บุกเบิกตำนาน ‘มาม่า
นายกฯ ตรวจน้ำรั่วอุโมงค์ MRT สายม่วงใต้ รับมีบทเรียนไม่ดี สั่งเตรียมพร้อม
Politics นายกฯ ตรวจน้ำรั่วอุโมงค์ MRT สายม่วงใต้ รับมีบทเรียนไม่ดี สั่งเตรียมพร้อม
ราคาน้ำมันวันนี้ (9 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (9 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
คมนาคม เบรก ”แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC“ ยังไม่เสนอครม. รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำจาก“เอกนิติ”
Politics คมนาคม เบรก ”แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC“ ยังไม่เสนอครม. รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำจาก“เอกนิติ”
สรุปเวทีเสวนา “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่ การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง”
News สรุปเวทีเสวนา “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่ การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง”
ปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์” เขย่าตลาดทุนไทย สั่นคลอนหน่วยงานกำกับ จับตา ก.ล.ต. ตรวจเชิงลึก
Finance ปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์” เขย่าตลาดทุนไทย สั่นคลอนหน่วยงานกำกับ จับตา ก.ล.ต. ตรวจเชิงลึก
จับเทรนด์ ‘ศูนย์การค้า’ ไทย จากห้างขายของสู่พื้นที่ใช้ชีวิต
Business จับเทรนด์ ‘ศูนย์การค้า’ ไทย จากห้างขายของสู่พื้นที่ใช้ชีวิต
‘ดร.กอบศักดิ์’ มองดอกเบี้ย 1%-เงินบาทอ่อน เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ คาดจีดีพี 1.5-2.0%
Finance ‘ดร.กอบศักดิ์’ มองดอกเบี้ย 1%-เงินบาทอ่อน เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ คาดจีดีพี 1.5-2.0%
สภาฉลุย 306 เสียง คว่ำนิรโทษ ม.112 เยาวชน ปิดจ๊อบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ชงขึ้นทูลเกล้าฯ
Politics สภาฉลุย 306 เสียง คว่ำนิรโทษ ม.112 เยาวชน ปิดจ๊อบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ชงขึ้นทูลเกล้าฯ
ดูทั้งหมด

เงินค้ำประกันการทำงาน-

28 ก.ค. 2560 | 07:00น.

คอลัมน์ เอชอาร์คอร์เนอร์

โดย ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ http://tamrongsakk.blogspot.com

 

ผมเคยเขียนเรื่องนี้ไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ยังมีคำถามทำนองนี้ คือ

 

“ได้งานในบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นพนักงานต้อนรับลูกค้า ทางฝ่ายบุคคลของบริษัทแห่งนี้แจ้งว่า ต้องมีการวางเงินค้ำประกันการทำงาน 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ทำงานอยู่ และมีเงื่อนไขว่า

1.หากพนักงานจะลาออกต้องยื่นใบลาออกล่วงหน้าตามระเบียบของบริษัทคือ 30 วัน

2.บริษัทจะคืนเงินค้ำประกันเมื่อพนักงานทำงานครบ 1 ปี

3.ถ้าหากพนักงานลาออกก่อนทำงานครบ 1 ปี หรือไม่ยื่นใบลาออกล่วงหน้า 30 วันตามระเบียบ บริษัทก็จะไม่คืนเงินค้ำประกันให้”

เงินค้ำประกันนี้บริษัทจะหักจากเงินเดือน เดือนละ 1,000 บาท จนกว่าจะครบ 10,000 บาท ซึ่งทั้งหมดนี้บริษัทได้ทำเป็นสัญญาให้พนักงานเซ็นยินยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว

คำถามคือ…บริษัททำแบบนี้ได้หรือไม่ ?

น่าแปลกใจนะครับว่า แม้ทุกวันนี้มีคำพูดหนึ่งที่ว่า “ประชาชนจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้” แต่ยังมีบริษัทที่ทำผิดกฎหมายโดยอ้างว่า “ไม่รู้” หรือ “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” กันอยู่ (ก็เลยไปไม่ถึงเมืองกาญจน์ซะที…เอ้อ…อันนี้เป็นมุขนะครับ 555)

ยิงมุขแล้วก็ขอตอบคำถามข้างต้นทั้งหมดได้อย่างนี้ครับ

1.ถ้าฝ่ายบุคคลของบริษัทนี้พูด และทำอย่างที่บอกมาข้างต้น ผมสันนิษฐานว่า บริษัทคงจะจ้างใครก็ไม่รู้เข้ามาทำงานธุรการบุคคลทั่วไป แบบรับคนเข้า-เอาคนออก-ตรวจบัตรตอก-ออกใบเตือนทั่วบริษัท ฯลฯ แล้วก็อุปโลกน์ตั้งชื่อตำแหน่งนี้ว่า “ผู้จัดการฝ่ายบุคคล”

หรือเพียงเอาไว้บอกคนทั่วไปว่า บริษัทก็มี HR กะเขาเหมือนกัน ซึ่งคนประเภทนี้แหละครับ ที่ทำให้คนอื่น ๆ ทั้งหลายมองคนที่ทำงาน HR ด้วยสายตาที่ดูถูกดูแคลน แถมเข้าใจงาน HR ว่าเป็นงานจับฉ่ายเบ็ดเตล็ด, ทำงานเอาใจฝ่ายบริหาร, ถามอะไรก็ไม่รู้สักอย่าง, งานแบบนี้เอาใครมาทำก็ได้ ฯลฯ

โธ่…ก็ในเมื่อคนพวกนี้ไม่ใช่ HR ตัวจริงนี่ครับ เพราะคนพวกนี้ไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำไปว่า งาน HR คืออะไร ? บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของ HR มีอะไรบ้าง ? รวมไปจนถึงความรู้เรื่องของกฎหมายแรงงาน ก็ไม่เคยเข้าไปอยู่ในซีรีบลัมคอร์เท็กซ์เลย

ดังนั้น คนพวกนี้จะคอยทำตามที่ฝ่ายบริหารสั่งมาเท่านั้นแหละครับ

2.ตามกฎหมายแรงงานมาตรา 10 บอกไว้ชัดอยู่แล้วว่า ห้ามมิให้นายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันการทำงาน หรือหลักประกันความเสียหายในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สินอื่น หรือการค้ำประกันด้วยบุคคลจากลูกจ้าง เว้นแต่ลักษณะ หรือสภาพของงานที่ทำนั้น ลูกจ้างต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างได้

ตรงนี้แปลว่าตำแหน่งงานที่ถามมาเป็นตำแหน่งพนักงานต้อนรับลูกค้า ซึ่งตามลักษณะงานไม่ได้ต้องมารับผิดชอบเรื่องเงิน หรือทรัพย์สินของบริษัทอะไรเลย อย่างนี้บริษัทจะมาเรียกเงินค้ำประกันไม่ได้ครับ

อย่าว่าแต่เรียกเก็บเงินค้ำประกันเลย แม้แต่บอกว่าจะไม่เรียกเงินค้ำประกัน แต่จะขอให้มีตัวบุคคลมาค้ำประกันก็ไม่ได้ด้วยนะครับ

จึงสรุปตรงนี้ว่า ในกรณีนี้บริษัทไม่สามารถเรียกเงินค้ำประกันการทำงาน หรือจะให้พนักงานหาคนมาค้ำประกันการทำงานก็ไม่ได้ ถ้าบริษัทยังฝืนทำอย่างนี้ก็เท่ากับบริษัททำผิดกฎหมายแรงงาน มาตรา 10 ครับ

3.ส่วนในเงื่อนไขที่ว่า เมื่อบริษัทรับเงินค้ำประกันการทำงานไปแล้ว ถ้าพนักงานไม่ยื่นใบลาออกล่วงหน้า 30 วัน หรือพนักงานลาออกก่อนทำงานครบ 1 ปี บริษัทจะไม่คืนเงินค้ำประกันการทำงานให้ เพราะถือว่าพนักงานทำผิดสัญญา

ตรงนี้บริษัททำผิดกฎหมายแรงงานอีกนั่นแหละ เพราะในมาตรา 10 วรรคสอง ก็บอกไว้ชัดเจนแล้วว่า…เมื่อนายจ้างเลิกจ้าง หรือลูกจ้างลาออก หรือสัญญาประกันสิ้นอายุ ให้นายจ้างคืนเงินประกันพร้อมดอกเบี้ย ถ้ามี ให้แก่ลูกจ้างภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่นายจ้างเลิกจ้าง หรือวันที่ลูกจ้างลาออก หรือวันที่สัญญาประกันสิ้นอายุ แล้วแต่กรณี

แม้จะมีสัญญาทำเอาไว้ ถือว่าสัญญานั้นขัดกฎหมายแรงงานในมาตรานี้ สัญญาดังกล่าวจึงใช้บังคับไม่ได้ครับ เพราะการไม่ยื่นใบลาออกล่วงหน้า 30 วัน หรือการลาออกก่อนทำงานครบ 1 ปี จะทำให้เกิดความเสียหายเกี่ยวกับเงิน หรือทรัพย์สินของนายจ้างได้ยังไงล่ะครับ

ดังนั้น เงื่อนไขที่จะไม่คืนเงินค้ำประกันแบบนี้ บอกได้เลยว่า บริษัท “มั่ว” หรือ “โมเม” ขึ้นมาเองแท้ ๆ เลยแหละ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกันเลยครับ

เพราะอันที่จริงในกรณีนี้ บริษัทไม่มีสิทธิจะมาเรียกเงินค้ำประกันการทำงาน ตั้งแต่คำตอบในข้อ 2 ที่ผมบอกไปแล้ว ดังนั้นคำตอบในข้อ 3 ไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะยิ่งแสดงเจตนาของบริษัทแห่งนี้ว่า ต้องการจะฝ่าฝืนกฎหมายแรงงาน มาตรา 10 แหง ๆ

สรุปทั้งหมดคือ ถ้าผู้ถามคำถามนี้ยังอยากจะทำงานกับบริษัทที่จงใจจะเอาเปรียบพนักงาน และจงใจทำผิดกฎหมายแรงงานตั้งแต่เริ่มเข้าทำงานแบบนี้ ก็เอาตามที่สบายใจก็แล้วกันนะครับ

นี่ขนาดเริ่มต้นยังเอาเปรียบ และส่อเจตนาไม่ดีอย่างนี้แล้ว ขืนทำงานกันต่อไปจะไม่ถูกเอาเปรียบยิ่งกว่านี้หรือครับ

แต่ถ้าจะต้องการคำแนะนำจากผมอย่างตรงไปตรงมาก็คือ…”ไปหางานที่ใหม่ ที่เขาไม่เอาเปรียบจะดีกว่านะครับ”