บสย.ดึง 2 น็อนแบงก์ “CardX-สมหวัง เงินสั่งได้” เข้าร่วมค้ำสินเชื่อ SMEs รายย่อยภายใต้โครงการ PGS10 โฟกัสผู้ประกอบการธุรกิจส่วนบุคคล
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ผู้ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคาร (น็อนแบงก์) ได้ลงนามกับ บสย. เพื่อร่วมโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS ระยะที่ 10 (PGS10) หรือโครงการค้ำประกันสินเชื่อ “บสย. SMEs เข้มแข็ง” วงเงิน 50,000 ล้านบาท จำนวน 2 รายด้วยกัน คือ บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด (CardX) บริษัทในกลุ่มเอสซีบี เอกซ์ (SCBX) และบริษัท ไฮเวย์ จำกัด บริษัทในกลุ่มธนาคารทิสโก้ ที่ให้บริการสินเชื่อภายใต้แบรนด์ “สมหวัง เงินสั่งได้”
“ตอนนี้เรามีความร่วมมือกับน็อนแบงก์คือ CardX ที่มีการให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นรายย่อย ๆ หรือ Micro SMEs ในการเติมสภาพคล่องให้ธุรกิจ ที่เป็นกิจการในรูปแบบธุรกิจส่วนบุคคลเป็นหลัก กับน็อนแบงก์อีกรายคือ สมหวัง เงินสั่งได้ ที่จะปล่อยสินเชื่อยานยนต์ สำหรับธุรกิจในเซ็กเตอร์ขนส่ง โลจิสติกส์ซึ่งช่วงต้นปีที่ผ่านมา เซ็กเตอร์นี้มียอดค้ำประกันเพิ่มขึ้นมาก” นายสิทธิกรกล่าว
สำหรับโครงการค้ำประกัน PGS10 จะจัดสรรวงเงินระยะแรก 30,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มโอกาสผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น โดยมีผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อครอบคลุม ผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่มเป้าหมาย 6 โครงการย่อย ได้แก่
1.สตาร์ตอัพ (startup) สำหรับนักศึกษาจบใหม่ อาชีพอิสระ หรือ SMEs หน้าใหม่
2.สมอลบิซ (small biz) หรือผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้า แม่ขาย ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน
3.สมาร์ทวัน (smart one) ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาที่ต้องการเสริมสภาพคล่องธุรกิจ รองรับการฟื้นตัวหลังโควิด
4.สมาร์ทบิซ (smart biz) ผู้ประกอบการนิติบุคคล ที่ต้องการยกระดับเสริมสภาพคล่องการดำเนินธุรกิจ หรือขยายธุรกิจ
5.สมาร์ทกรีน (smart green) ผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการเงินทุนสำหรับการปรับปรุงพัฒนา เสริมศักยภาพธุรกิจสู่ ESG และ BCG
6.สมาร์ทพลัส (smart plus) เป็นนวัตกรรมค้ำประกัน ใช้คู่กับโครงการที่ บสย.ดำเนินการเอง เพื่อเพิ่มความคุ้มครองผู้ค้ำประกันสินเชื่อ
รายงานจาก บสย.เปิดเผยว่า ผลการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2566 มีวงเงินค้ำประกันสะสมในภาพรวมอยู่ที่ 14,398 ล้านบาท แบ่งเป็น ยอดค้ำประกันในเดือน ม.ค. 5,174 ล้านบาท และเดือน ก.พ. 9,223 ล้านบาท โดยการค้ำประกัน 3 อันดับแรก ได้แก่ เซ็กเตอร์บริการ 32% รองลงมา อาหารและเครื่องดื่ม 10% และยานยนต์ 9%