เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
Real Estate ‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
ดูทั้งหมด

ตลาดผันผวนตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ

07 เม.ย. 2566 | 22:50น.
ดอลลาร์

ตลาดผันผวนตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตลาดกังวลกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ลดกำลังการผลิตน้ำมันที่จะมีผลในเดือนพฤษภาคม อาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นอีก

วันที่ 7 เมษายน 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 3-7 เมษายน 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (3/4) ที่ระดับ 34.27/29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (31/3) ที่ระดับ 34.18/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการเข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ จากการเคลื่อนไหวของเงินทุนในช่วงสิ้นไตรมาสที่ 1 ปี 2566

ตลาดกังวลโอเปกลดกำลังผลิตน้ำมัน

นอกจากนี้ตลาดยังมีความกังวลหลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือกลุ่มโอเปกพลัสประกาศปรับลดการผลิตน้ำมันลง 1.16 ล้านบาร์เรล/วัน โดยปริมาณการปรับลดการผลิตน้ำมันโดยรวมคาดว่าจะอยู่ที่ 3.66 ล้านบาร์เรล/วัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 3.7% ของความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก

โดยตามรายงานระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงสิ้นปี 2566 ซึ่งแถลงการณ์ที่ออกมาส่งผลให้ตลาดมีความวิตกเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงในอนาคต รวมทั้งอาจสร้างความไม่พอใจให้แก่ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ เนื่องจากหากราคาน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น อาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นอีก

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังมีการเคลื่อนไหวขึ้นลงตามการเปิดเผยสำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่มีการประกาศออกมา โดยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคลล (PCE) ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.0% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 5.1% และชะลอตัวจากระดับ 5.3% ในเดือนก่อนหน้า

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวสูงขึ้น 4.6% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 4.7% และชะลอตัวจากระดับ 4.7% ในเดือนมกราคม, ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของสหรัฐประจำเดือนมีนาคมปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน จากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยดัชนีดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 62.0 ต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะที่ระดับ 63.2 รวมถึงลดลงจากระดับ 67.0 ในเดือนก่อนหน้า,

ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 2 แตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวชะลอตัวของตลาดแรงงาน ทั้งนี้ คาดว่าข้อมูลแรงงานที่ซบเซาดังกล่าวจะเป็นปัจจัยชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานลดลง 632,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 9.9 ล้านตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค.2564 และต่ำกว่าระดับ 10 ล้านตำแหน่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564 รวมทั้งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 10.4 ล้านตำแหน่ง

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ปรับลดตัวเลขการเปิดรับสมัครงานในเดือนมกราคมสู่ระดับ 10.6 ล้านตำแหน่ง จากเดิมที่ระดับ 10.8 ล้านตำแหน่ง ตัวเลขการจ้างงานลดลงสู่ระดับ 6.1 ล้านตำแหน่ง ส่วนตัวเลขการปลดออกจากงานลดลงสู่ระดับ 1.5 ล้านตำแหน่ง และตัวเลขการลาออกจากงานโดยสมัครใจเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.0 ล้านราย,

ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 18,000 ราย สู่ระดับ 228,000 รายในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 1 เม.ย. น้อยกว่าคาดที่ระดับ 200,000 ราย ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดแรงานสหรัฐกำลังชะลอตัวลง นอกจากนั้นแล้ว ในวันนี้นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกกาคเกษตรของสหรัฐ เพื่อประเมินแนวโน้มตลาดแรงงานและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดเพิ่มเติมอีก

เงินเฟ้อมี.ค.ไทยสูงขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง

สำหรับปัจจัยในประเทศ ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์หลังดอลลาร์เข็งค่า ประกอบการแรงซื้อกลับดอลลาร์เชื่อมโยงการร่วงลงของราคาทองคำ กดดันเงินบาทเพิ่มติมทำให้อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วเหนือระดับ 34.40 บาท/ดอลลาร์ แต่ไม่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ 34.50 ได้ ทำให้มีแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา

อย่างไรก็ดีค่าเงินบาทเริ่มกลับมาแข็งค่าลงอีกครั้งในช่วงคืนวันพุธหลังการพุ่งขึ้นของราคาทองคำเหนือระดับ 2,000 ดอลลาร์/ออนซ์ เป็นผลให้เงินบาทแข็งค่าลงต่ำกว่าระดับ 34.00 บาท/ดอลลาร์ในวันเดียวกัน

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่มีการประกาศออกมาในสัปดาห์นั้น สนค.เผยตัวเลขเงินเฟ้อของไทยเดือนมีนาคม 2566 สูงขึ้น 2.83% แต่ถือว่าสูงขึ้นในอัตราชะลอตัวต่ำสุดในรอบ 15 เดือน เป็นผลมาจากราคาน้ำมันและสินค้าอาหารที่ชะละตัวเกือบทุกกลุ่ม พร้อมคาดการณ์เงินเฟ้อใหม่ปี 2566 อยู่ที่ 2.2% จากเดิม 2.5%

ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวโดยรวมในทิศทางที่แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์อยู่ในกรอบระหว่าง 33.80-34.45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (7/4) ที่ระดับ 34.07/09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (3/4) ที่ระดับ 1.0802/06 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (31/3) ที่ระดับ 1.0874/78 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงการที่สำนักงานสถิติยุโรป (Eurostat) ได้เปิดเผยว่า เงินเฟ้อทั่วไปในยูโรโซนประจำเดือนมีนาคมปรับตัวลดลงสู่ะดับ 6.9% จากระดับ 8.5% ในเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากราคาพลังงานปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่นับรวมราคาพลังงาน อาหาร แอลกอฮอล์ และยาสูบ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 5.7% จากระดับ 5.6% ในเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตามสำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ตัวเลขเงินเฟ้อดังกล่าวไม่ใด้ส่งสัญญาณชัดเจนการยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

นอกจากนี้ นายคริส วิเลียมสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ธุรกิจของเอสแอนด์พี โกลบอล กล่าวว่า การผลิตในยูโรโซนยังคงประสบปัญหา โดยโรงงานต่าง ๆ รายงานว่าความต้องการสินค้าลดลงเป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกัน ท่ามกลางค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น การเปลี่ยนมาตรการระบายสินค้าคงคลัง และความเชื่อมั่นของลูกค้าที่ตกต่ำลง

อย่างไรก็ดี ค่าเงินยูโรได้เริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์จากการอ่อนค่าลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งการเปิดยอดคำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีที่เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกในภาคการผลิตของประเทศ

ทั้งนี้ ยอดคำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น 4.8% ในดือนกุมภาพันร์จากเดือนมกราคม ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 และสูงกว่าการคาดการณ์เฉลี่ยของนักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจที่จัดทำโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กที่ 3% โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อรถยนต์จำนวนมาก ขณะที่อุปสงค์ในประเทศก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0786-1.0983 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (7/4) ที่ระดับ 1.00917/20 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

เงินเยนอ่อนค่า

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (3/4) ที่ระดับ 133.12/14 เยนดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (31/3) ที่ระดับ 133.39/42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าของดอลลาร์ ก่อนที่จะเริ่มปรับตัวแข็งค่าขึ้นอีกครั้งระหว่างสัปดาห์หลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนมีนาคมของญี่ปุ่นจาก Jibub Bank ปรับตัวขึ้นแตะ 55.0 ในเดือน มี.ค. ซึ่งได้รับการปรับค่าตามฤดูกาลแล้ว จาก 54.0 ในเดือน ก.พ.

โดยเป็นการขยายตัวเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค.2556 และบ่งชี้ว่าภาคบริการฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังผ่านพ้นช่วงโรคโควิด-19 ระบาด ซึ่งช่วยชดเชยภาคการผลิตที่ยังคงอ่อนแอ ทั้งนี้ ดัชนี PMI ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน มี.ค.สูงกว่าตัวเลขขั้นต้นของเดือน มี.ค.อย่างชัดเจน ซึ่งอยู่ที่ 54.2 และอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคบริการอยู่ในภาวะขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7

ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 130.62-133.75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (7/4) ที่ระดับ 131.65/68 เยนดอลลาร์สหรัฐ