เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธปท. เตือนลงทุน Forex ผู้ลงทุนเสี่ยงสูญเงิน
Finance ธปท. เตือนลงทุน Forex ผู้ลงทุนเสี่ยงสูญเงิน
น้ำท่วมต้องมี ‘ท่อ AI’ ท่อรางวัล James Dyson Award 2026
Tech น้ำท่วมต้องมี ‘ท่อ AI’ ท่อรางวัล James Dyson Award 2026
กองทัพ PLA สร้างศูนย์ฝึกนักบินทหารในสปป.ลาว นักวิเคราะห์ชี้ฐานทัพจีนแห่งแรกในอาเซียน
World กองทัพ PLA สร้างศูนย์ฝึกนักบินทหารในสปป.ลาว นักวิเคราะห์ชี้ฐานทัพจีนแห่งแรกในอาเซียน
บอร์ดการบินไทย สั่งปลด CEO ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ตั้ง สัมฤทธิ์ นั่งรักษาการ
Business บอร์ดการบินไทย สั่งปลด CEO ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ตั้ง สัมฤทธิ์ นั่งรักษาการ
บ้านเราอบอุ่นที่สุด ‘วิว กุลวุฒิ’ โพสต์ภาพครอบครัวมารอรับถึงสนามบิน หลังลงเครื่องกลับถึงไทย
Biz Movement บ้านเราอบอุ่นที่สุด ‘วิว กุลวุฒิ’ โพสต์ภาพครอบครัวมารอรับถึงสนามบิน หลังลงเครื่องกลับถึงไทย
อลหม่าน บอร์ด กสทช. แตก 2 วง ชิงกำหนดวาระต่อเนื่อง ต่างอ้างความชอบด้วยกฏหมาย
Tech อลหม่าน บอร์ด กสทช. แตก 2 วง ชิงกำหนดวาระต่อเนื่อง ต่างอ้างความชอบด้วยกฏหมาย
โปรเซฟ-สาริศ เปรียบ “กอล์ฟเหมือนผู้หญิง บางวันดี บางวันก็ไม่ดี สุดท้ายเราก็รักเขา”
Biz Movement โปรเซฟ-สาริศ เปรียบ “กอล์ฟเหมือนผู้หญิง บางวันดี บางวันก็ไม่ดี สุดท้ายเราก็รักเขา”
Thai PBS ย้ำความเป็นอิสระ ปมเสนอเปลี่ยน “ภาษีบาป” 2 พันล้านสู่งบรัฐ
Politics Thai PBS ย้ำความเป็นอิสระ ปมเสนอเปลี่ยน “ภาษีบาป” 2 พันล้านสู่งบรัฐ
BlueQuest จับมือ โอโซ่-อมารี ภูเก็ต อบรมช่วยชีวิตสัตว์ทะเลเกยตื้น แจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน
SD BlueQuest จับมือ โอโซ่-อมารี ภูเก็ต อบรมช่วยชีวิตสัตว์ทะเลเกยตื้น แจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน
ไอคอนสยาม จัดแคมเปญ “FASHION ATTENTION เสิร์ฟลุคสับ รับซีซันใหม่”ตลอดเดือนต.ค.
Business ไอคอนสยาม จัดแคมเปญ “FASHION ATTENTION เสิร์ฟลุคสับ รับซีซันใหม่”ตลอดเดือนต.ค.
ดูทั้งหมด

สินค้าจีนทะลัก ขายผ่าน TikTok ไทยขาดดุลจีนพุ่ง 1.3 ล้านล้านบาท

12 เม.ย. 2566 | 06:37น.

ทุนจีนบุกไทย 3 ปี ยอดลงทุนกว่า 30,000 ล้าน ส่งผลสินค้าจีนทะลักเข้าตลาด ทำไทยขาดดุลการค้าพุ่ง 1.3 ล้านล้านบาท ส่งผลกระทบผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค-SMEs ระส่ำแข่งขันยาก เหตุต้นทุนสู้ไม่ได้ ทำแม่ค้าเสื้อผ้า TikTok หันซื้อจีนแทนโรงงานการ์เมนต์ไทย วอนรัฐวางกติกาช่วยให้เกิดการแข่งขันเป็นธรรม พร้อมให้จับตาธุรกิจจีนรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท มีการจดทะเบียนเสียภาษีหรือไม่

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รายงานคนต่างด้าวที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเฉพาะ นักลงทุนจีน ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตั้งแต่ปี 2564-2566 รวมทั้งสิ้น 71 ราย มูลค่าการลงทุน 38,444 ล้านบาท แบ่งเป็น ปี 2564 เข้ามาลงทุนในธุรกิจค้าปลีก-ส่ง 3 ราย มูลค่า 1,362 ล้านบาท, เป็นคู่สัญญาภาครัฐ ภาคเอกชน 7 ราย มูลค่า 153 ล้านบาท, บริการให้แก่บริษัทในเครือในกลุ่ม 2 ราย มูลค่า 41 ล้านบาท และบริการให้แก่ลูกค้าทั่วไป เช่น บริการรับจ้างผลิต บริการให้เช่าที่ดิน อาคาร โรงงาน บริการด้านคอมพิวเตอร์ บริการอื่น ๆ จำนวน 18 ราย มูลค่า 2,593 ล้านบาท

มูลค่าการค้าไทย-จีน

พอมาถึงปี 2565 มีคนจีนเข้ามาลงทุนในธุรกิจค้าปลีก-ส่ง 7 ราย มูลค่า 388 ล้านบาท, บริการให้แก่ลูกค้าทั่วไป 24 ราย มูลค่า 22,918 ล้านบาท และล่าสุดในช่วงไตรมาส 1/2566 (มกราคม-มีนาคม) เข้ามาลงทุนในธุรกิจค้าปลีก-ส่ง 1 ราย มูลค่า 10 ล้านบาท, คู่สัญญาภาครัฐ ภาคเอกชน 1 ราย มูลค่า 50 ล้านบาท และบริการให้แก่ลูกค้าทั่วไป 8 ราย มูลค่า 10,927 ล้านบาท

SMEs แข่งทุนจีนไม่ได้

แม้การเข้ามาลงทุนในประเทศไทยของนักลงทุนชาวจีนจะก่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างงานในประเทศไทย แต่ขณะเดียวกันก็มีการนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบส่วนหนึ่งเข้ามาในประเทศไทยด้วย ซึ่งประเด็นนี้ได้สร้างความกังวลให้ภาคเอกชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่ม SMEs ในเรื่องของขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยกับสินค้าจีน

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า ขณะนี้ไทยกำลังเผชิญกับ “ทุนจีน” ที่เข้ามาแข่งขันกับสินค้าไทย โดยผลกระทบที่เกิดกับ SMEs และเศรษฐกิจไทยก็คือ ภาคการส่งออกพบดุลการค้าไทย-จีน ปี 2564 ติดลบเกือบ 1 ล้านล้านบาท และตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2557 ดุลการค้าติดลบเฉลี่ยกว่า 600,000 ล้านบาท

ขณะที่ภาคค้าส่ง-ค้าปลีกโดยเฉพาะห้างขนาดใหญ่ครบวงจร จากต่างประเทศมีต้นทุนต่ำและมีสิทธิประโยชน์ทางภาษี ขณะที่ภาคการบริการและท่องเที่ยวปรากฏต้องเจอกับ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศการท่องเที่ยวและภาคบริการไทย และภาคเกษตรและธุรกิจเกษตร เกิดปัญหา “ล้งจีน” ที่ส่งผลต่อระบบนิเวศทางการเกษตร

ดังนั้น สิ่งที่ประเทศไทยควรจะทำก็คือ

1) ตลาดและนวัตกรรมนำการผลิต การส่งเสริมของภาครัฐที่มีระบบส่งต่อเชิงรุกเร่งด่วนกับผู้ประกอบการไทยทุกขนาด ให้มีระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งภายในและต่างประเทศ ให้โอกาสในการเข้าถึงข้อมูลการค้า การลงทุน การขยายตลาดในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น และการเชื่อมโยงจับคู่ธุรกิจที่เป็นศักยภาพของไทย อาทิ ธุรกิจ BCG อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ให้รุกตลาดในประเทศเป้าหมายที่มีช่องว่างทางการตลาดที่สำคัญอย่างมีระบบ และทำให้กฎระเบียบ กฎหมายข้อกำหนดทางการค้า การลงทุนที่ผู้ประกอบการเข้าถึงและเข้าใจง่าย

2) สร้างความต่อเนื่องในการบ่มเพาะ ส่งเสริม สนับสนุน แต้มต่อสิทธิประโยชน์ทั้งด้านนวัตกรรม ความเป็นผู้ประกอบการสมัยใหม่ที่มีเทคโนโลยีในการขับเคลื่อนธุรกิจ แหล่งทุนต้นทุนต่ำ พัฒนาคุณภาพมาตรฐานให้กับผู้ประกอบการ SMEs เศรษฐกิจฐานรากให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ และสร้างขีดความสามารถการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย

3) ภาครัฐควรกำหนดกรอบกฎ ระเบียบ กฎหมายกับธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจฐานราก เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และ SMEs เพื่อวางกรอบแนวปฏิบัติที่จะลดผลกระทบจากการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมจากต่างประเทศ รวมทั้งมาตรการส่งเสริมการค้า-การลงทุนที่คำนึงถึงผู้ประกอบการไทยภายในประเทศเป็นสำคัญ ซึ่งสิทธิประโยชน์ของการค้า การลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศ ต้องประเมินความคุ้มค่า ผลกระทบรอบด้าน และมีมาตรการรองรับอย่างจริงจัง

ค้าปลีกไทย-จีนแข่งขันเท่าเทียม

ด้านนายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมค้าส่ง-ค้าปลีกไทย กล่าวว่า การเข้ามาลงทุนของนักลงทุนชาวจีนโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีก อย่างล่าสุดในกรณีของ “ซามาเนีย พลาซ่า” โครงการค้าปลีกค้าส่งครบวงจรและใหญ่สุดในประเทศไทยนั้น เราก็ต้องยอมรับว่า นักลงทุนต่างชาติมีความพร้อมทั้งด้านเงินลงทุน สิทธิพิเศษที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย “ซึ่งสามารถทำได้ และประเทศไทยก็พร้อมที่จะส่งเสริม ไม่ได้ปิดกั้น”

แต่สิ่งที่ต้องการให้ภาครัฐติดตามดูแลก็คือ การเข้ามาลงทุนโดยมีการตรวจสอบถึงผลกระทบต่อศักยภาพและการแข่งขันในธุรกิจของคนไทยด้วย

ปัจจุบันพบว่า ธุรกิจค้าปลีกของไทยที่มีศักยภาพและเป็นของคนไทยนั้นมีอยู่ประมาณ 10 ราย ซึ่งทำธุรกิจแบบครบวงจร ผลิต ส่งออก ค้าในรูปแบบออฟไลน์-ออนไลน์ ในขณะที่กลุ่มนักลงทุนที่เป็นนักลงทุนฝรั่งเศส-อังกฤษ-ออสเตรเลีย ที่เข้าลงทุนในประเทศไทยได้กลับประเทศไปแล้ว โดยขายหุ้นให้กับนักธุรกิจไทย แต่ผู้ประกอบการไทยก็ยังพร้อมที่จะดำเนินธุรกิจและยังมีศักยภาพในการแข่งขัน

“ไม่ต้องพูดถึงกลุ่มค้าปลีกรายเล็ก รายย่อย การแข่งขันด้อยกว่าอยู่แล้ว การที่ยังคงทำธุรกิจต่อไปได้ เนื่องจากโครงการของรัฐ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ไว้ซื้อสินค้า ทำให้สามารถประกอบกิจการไปได้ แต่สำหรับกลุ่มที่ไม่ได้เข้าโครงการตอนนี้ลำบากมาก” นายสมชายกล่าว

โดยสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลดูแลและติดตามก็คือ การมีมาตรการเข้ามาควบคุมสำหรับนักลงทุนต่างชาติ กลุ่มธุรกิจไหนที่เหมาะสม หากเข้ามามีมาตรการดูแลไหม เพราะต้องยอมรับว่าเรามีมาตรการดูแลธุรกิจคนไทย แต่ไม่สามารถควบคุมธุรกิจต่างชาติได้ ส่งผลให้ไทยแข่งขันลำบาก มาตรการที่ควรจะนำมาใช้ เช่น มาตรการทางด้านภาษี พร้อมทั้งการเข้ามาส่งเสริมธุรกิจรายเล็กด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพื่อให้สามารถอยู่รอดกับสภาวะการแข่งขันในปัจจุบัน

เสื้อผ้าจีนขายใน TikTok

นายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ รองเลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และอดีตนายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า การเข้ามาของทุนจีนมองได้เป็น 2 ด้าน ทั้งด้านบวกและลบ ธุรกิจจีนที่เข้ามาทำให้มีการนำเข้าสินค้าจีนเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยมากขึ้น ในมุมของผู้ซื้อทั้งผู้บริโภครวมถึงพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยก็ได้ซื้อสินค้าที่มีราคาถูกกว่า และมีการเปลี่ยนซีซั่นแฟชั่นที่ค่อนข้างเร็ว ได้สินค้าใหม่ ๆ วาไรตี้มากขึ้น จะเห็นว่าตอนนี้แม่ค้าที่ขายสินค้าผ่านออนไลน์ ผ่าน TikTok ส่วนใหญ่ก็ซื้อสินค้าจีนเข้ามาขาย เพราะได้สินค้าที่มีราคาถูกและมีความหลากหลาย ช่วยให้เพิ่มการแข่งขันในทางธุรกิจมากขึ้น

แต่อีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นภาพลบก็คือ ด้วยราคาสินค้าจีนที่มีต้นทุนการผลิตถูกกว่า สามารถผลิตได้จำนวนมาก ทำให้สินค้าไทยแข่งขันราคาไม่ได้ ในส่วนนี้อาจทำให้ผู้ประกอบการบางรายขายสินค้าได้น้อยลง อีกทั้งกลุ่มแฟชั่นมีการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่า หลากหลายกว่า แน่นอนว่าผู้บริโภคก็จะไปเลือกซื้อสินค้าจีนแทน

จับตาร้านค้าย่อยจีนในห้าง

สำหรับแนวทางในการดูแลธุรกิจนั้น รัฐบาลคงไม่สามารถไปบังคับทุนจีนได้ เพราะเป็นระบบการค้าเสรี แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องไปดูอย่างจริงจังก็คือ การเข้ามาของทุนจีนเหล่านั้น “ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่” มีการเสียภาษีตามข้อกำหนดหรือไม่ หรือสินค้าที่เข้ามา เช่น สินค้ามือสอง มีการควบคุมคุณภาพ ความปลอดภัยด้านสุขอนามัยหรือไม่

และอีกด้านก็คือ ร้านค้าย่อยที่เข้ามาเปิดในห้างหรือศูนย์กระจายสินค้าเป็นร้านค้าที่มีการขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายที่กำหนดไว้ว่า ร้านค้าที่ค้าขายสินค้าโดยมียอดขายมากกว่า 1.8 ล้านบาท ต้องจดทะเบียน ไม่เช่นนั้นเท่ากับขายของแล้วไม่เสียภาษี แต่ร้านค้าคนไทยขายต้องเสียภาษี อย่างนี้เป็นต้น ประเทศไทยมีกฎหมาย สรรพากรที่กำกับดูแลตรงนี้ต้องเพิ่มมาตรการดูแล ไม่อย่างนั้นก็ไม่แฟร์ในการแข่งขัน รวมถึงคนจีนที่เข้ามาทำธุรกิจ มาจากจีนพูดไทยไม่ได้เลย เขามาอย่างถูกต้องหรือไม่

แนะเก็บภาษี Transaction

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความกังวลของภาคธุรกิจที่ว่า เมื่อทุนจีนขยายสาขาเข้ามาลงทุนค้าปลีกมากขึ้น จะทำให้สินค้าไทยแข่งขันไม่ได้นั้น ต้องยอมรับว่า อุตสาหกรรม e-Commerce ในไทยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาได้รับความนิยมเพิ่มสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญ ไทยมีผู้ให้บริการนำสินค้าจากจีนเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนคาดว่าสินค้าจากจีนในตลาดอีคอมเมิร์ซไทยน่าจะมีสัดส่วนมากกว่า 50% เพราะการขนส่งจากจีนเข้ามายังไทยค่อนข้างสะดวกและหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะทางรถ ทางราง ทางน้ำ ทำให้การส่งสินค้าจากจีนเข้ามาไทยใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน สินค้าบางอย่างใช้เวลาเพียง 2-5 วันก็ได้รับสินค้า รวมไปถึงกระแสของการทำการตลาดผ่านช่องทาง social media ต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องความหลากหลายของสินค้าและราคาที่ถูกกว่าก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้สินค้าจีนเป็นที่นิยมในไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการหาซื้อง่ายผ่าน e-Marketplace ต่าง ๆ ทั้งที่ดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย มีการเสียภาษี และผ่านขั้นตอนชัดเจน แต่ก็มีบางส่วนที่ยังกระทำผิดกฎหมาย มีการนำเข้ามาค้าขายในระบบออนไลน์

โดยไม่ได้ขออนุญาตตามมาตรฐานของไทย ไม่มี อย. หรือแม้แต่กรณีของสินค้าหลายประเภทที่มีการลักลอบนำเข้าและสวมสิทธิว่า ได้รับมาตรฐาน มอก.ตามที่กฎหมายบังคับ ซึ่งส่วนนี้ผู้บริโภคเองจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องเข้มงวดและเพิ่มเจ้าหน้าที่ดูแลให้มากขึ้น

และยังมีกรณีที่สินค้ามีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ไม่ต้องเคลมภาษี ไม่ต้องแสดงว่าเป็นอะไร ทุกวันนี้มีสินค้าเป็นแพ็กเล็ก ๆ ลักษณะเดียวกันนี้บรรจุมาเต็มตู้คอนเทนเนอร์ส่งมาไทย กลายเป็น “ช่องโหว่” ที่รัฐบาลจะต้องมีมาตรการเรื่องนี้ให้ชัดเจน โดยหอการค้าเสนอให้มีการเก็บภาษีในลักษณะ transaction based แทนที่ value based เพื่อไม่ให้เกิดข้อได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขันมากจนเกินไป

“หอการค้าให้ความสำคัญกับประเด็นความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ต้องใช้กลไกทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน มองปัญหาและร่วมกันแก้ไขไปในทิศทางเดียวกัน รัฐบาลต้องเอาจริงเอาจังและเข้มงวดกับสินค้าต่าง ๆ ที่จะเข้ามาขายในประเทศจะต้องผ่านขั้นตอนและมีมาตรฐานตามที่กำหนด

“โดยเฉพาะในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสินค้าจากต่างประเทศและสินค้าไทยให้สามารถแข่งขันกันได้ และในระยะยาวรัฐบาลก็จำเป็นต้องผลักดันให้ผู้ผลิตของไทยสามารถนำสินค้าไทยไปขายในต่างประเทศได้โดยตรงเช่นกัน

“ส่วนผู้ประกอบการไทยคงต้องเร่งปรับตัวและนำเสนอสินค้าที่ไม่ได้แข่งขันเฉพาะด้านราคา และหันไปขายสินค้าที่มีการซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นและต้องเน้นพัฒนาคุณภาพที่ถือเป็นจุดแข็งของสินค้าไทย

“ส่วนปลายทางอย่างผู้บริโภคหรือประชาชนเองก็ต้องหันมาใส่ใจกับการซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมากกว่าราคาที่ถูก เพราะหลายตัวอย่างก็เห็นได้ชัดว่า ราคาที่ถูกก็มีความเสียงสูงที่จะได้รับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ตรงปกจากหลายกรณีที่เกิดขึ้นมาแล้ว” นายสนั่นกล่าว

มีรายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ถึงตัวเลขการค้าไทย-จีน ปี 2564 ปรากฏ ไทยส่งออก 1,173,761.62 ล้านบาท นำเข้า 2,127,955.63 ล้านบาท หรือขาดดุลการค้า 954,194.01 ล้านบาท ปี 2565 ไทยส่งออก 1,190,478.91 ล้านบาท นำเข้า 2,495,630.95 ล้านบาท หรือขาดดุลการค้า 1,305,152.04 ล้านบาท และล่าสุดในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 2566 ไทยส่งออก 155,830.86 ล้านบาท นำเข้า 384,226.99 ล้านบาท หรือขาดดุลการค้า 228,396.13 ล้านบาท

สำหรับสินค้าที่ประเทศไทยนำเข้าจากจีนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ, เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน, เคมีภัณฑ์, เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ, เครื่องคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เหล็ก/เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์, สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์, ผลิตภัณฑ์โลหะ, รถยนต์โดยสารและรถบรรทุก และแผงวงจรไฟฟ้า

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SMEs TikTok สินค้าจีน