ประวิตร ผุดอีสานประชารัฐ สู้แลนด์สไลด์ พ้อ 20 ปี อีสานไม่พัฒนา
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ประวิตร ผุดอภิมหาเมกะโปรเจ็กต์ รถไฟทางคู่บึงกาฬ-อู่ตะเภา 480 กิโลเมตร เชื่อมอีสาน-อีอีซี สู้ แลนด์สไลด์ ลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน 4.5 ล้านล้าน ถ้าพลังประชารัฐเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สันติพ้อ 20 อีสานไม่ได้รับการพัฒนา
วันที่ 20 เมษายน 2566 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. พร้อมด้วยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลังและเลขาธิการพรรค พปชร. นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. และ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค แถลงข่าวนโยบาย “อีสานประชารัฐ”
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พรรค พปชร.จะพัฒนาภาคอีสานด้วยรถไฟทางคู่บึงกาฬ-อู่ตะเภา เพื่อพัฒนาพื้นที่ 24 จังหวัด (ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และโครงการอีอีซี) โดยรถไฟทางคู่ผ่าน 13 จังหวัด เชื่อมต่อ 11 จังหวัด ระยะทาง 480 กิโลเมตร
“เราจะสร้างเมื่อได้เป็นรัฐบาล” พล.อ.ประวิตรกล่าวและว่า
“เราจะสร้างเมื่อได้เป็นรัฐบาลเป็นนโยบายของพรรค พปชร. ที่เราจะสร้างหลังจากที่เราสำรวจเส้นทางต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว และวางแผนในการก่อสร้างเพื่อพัฒนาภาคอีสานให้มีความเจริญเติบโตเทียบเท่ากับภาคอื่น โดยจะทำภาคอีสานก่อนและจะทำภาคภาคเหนือ (พื้นที่ด้านการท่องเที่ยว) และภาคใต้ต่อไป” พล.อ.ประวิตรกล่าว
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เราทำโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อชาวอีสานโดยเฉพาะ คนอีสานจะได้มีงานทำ สร้างงาน สร้างอาชีพ ทำให้ภาคอีสานเจริญ ซึ่งมี ส.ส. 133 เขต เป็น 1 ใน 3 ของประเทศ
สำหรับองค์ประกอบของโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่บึงกาฬ-ท่าเรือแหลมฉบัง-ท่าเรือมาบตาพุด-สนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง ประกอบด้วย 5 ส่วนงาน
1.สร้างรถไฟทางคู่แบบใหม่ (รางขนาด 1.435 เมตร มาตรฐานเดียวกับรถไฟความเร็วสูง หรือความเร็ว 100-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต่อเชื่อมท่าเรือทางทะเล)
2.สร้างทางหลวงพิเศษ 8 ช่องจราจร
3.สร้างนิคมอุตสาหกรรมขนาด 20,000 ไร่ 6 แห่ง แห่งละ 1,000 โรงงาน รวม 6,000 โรงงาน
4.สร้างวิทยาลัยอาชีวะ ใกล้นิคมละ 2 แห่ง รวม 12 แห่ง เพื่อเตรียมคน
5.สร้างท่าเรือบก (Dry Port) 3 แห่ง รองรับการขนส่งสินค้าอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ รูปแบบการลงทุนลักษณะรัฐร่วมกันเอกชน (PPP) เบื้องต้นอาจจะนำงบประมาณไปร่วมลงทุนประมาณ 10%
นายสันติกล่าวว่า โครงการอีสานประชารัฐเพื่อพี่น้องชาวอีสานต่อเชื่อมภาคตะวันออก เพื่อเปิดภาคอีสานให้ทันต่อโลก โดยนิคมอุตสาหกรรมจะเปิดให้กับทั่วโลกมาบริหารจัดการและขับเคลื่อนนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 6 แห่ง เช่น จีน ซึ่งได้ติดต่อขอนำโรงงานอุตสาหกรรม 1,000 แห่ง มาเป็นผู้บริหารและตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาลงทุน หรือแม้กระทั่งยุโรป

นายสันติกล่าวว่า จะเวนคืนที่ดินมาสร้างนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งจะจ่ายค่าเวนคืนให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ โดยให้การนิคมอุตสาหกรรมเป็นแม่งานในการดำเนินการ
นายสันติกล่าวว่า ประโยชน์ของนโยบาย สร้างการจ้างงานกว่า 3 ล้านตำแหน่ง ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้เม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ 4.5 ล้านล้านบาท สร้างลูกอีสานเป็นมนุษย์ทองคำให้สามารถทำรายได้สูงถึง 1-2 แสนบาทต่อเดือน
“เท่าที่ผม พรรค พปชร. ดูแต่ละพรรคการเมืองแล้ว ก็มีแต่จะขอให้ชาวภาคอีสานทั้ง 20 จังหวัดและภาคตะวันออกอีก 5 จังหวัดนั้น ขอแต่แลนด์ไลด์ ผมไม่เคยเห็นพรรคการเมืองใดเลยที่คิดพัฒนาภาคอีสานให้พ้นจากความยากจน ให้อยู่ดีกินดี สามารถนำเทคโนโลยี นำเงินลงทุนจำนวนมหาศาลไปพัฒนาภาคอีสานไม่มีเลย ก็มีแต่พรรค พปชร.นี่แหละครับที่ให้ความสำคัญต่อพี่น้องชาวอีสาน ที่ตลอดระยะเวลา 20 ปี ไม่ได้รับการพัฒนาใด ๆ เลย
ในครั้งนี้ พรรค พปชร.จึงมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงรางคู่จากบึงกาฬที่อยู่บนสุดทางภาคอีสานวิ่งตรงลงมาผ่านภาคตะวันออกทั้งภาคมาถึงท่าเรือมาบตาพุด ท่าเรือแหลมฉบังและสนามบินอู่ตะเภา เพื่อเปิดโลกให้กับชาวอีสานของพวกเรา” นายสันติกล่าวและว่า

“ที่ผ่านมาพี่น้องชาวอีสานได้รับการพัฒนาจากทุกภาคส่วนอย่างเชื่องช้ามาก และมีแต่คนไปขอให้แลนด์สไลด์ แต่ไม่เคยได้ยินพรรคการเมืองใดเลยที่มีความตั้งใจจะพัฒนาภาคอีสานเพื่อลูกหลานความอยู่ดีกินดีของพี่น้องชาวอีสานในครั้งนี้” นายสันติกล่าว
นายสันติกล่าวว่า พรรค พปชร.มีความมุ่งหวังถึงความตั้งใจที่จะพัฒนาภาคอีสาน เมื่อพรรค พปชร.ได้รับการโหวตและเลือกจากพี่น้องชาวอีสานจนกระทั่งสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเมื่อนั้นเราก็จะชูแต่งตั้งให้พล.อ.ประวิตรเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต่อเมื่อชาวอีสานได้เลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค พปชร.ทั้ง 133 เขต
หัวหน้าพรรค พปชร.ยืนยันว่าจะทำจริง ทำทันที แต่เราจะต้องมีนายกรัฐมนตรีเป็นคนที่จะใช้อำนาจผลักดันโครงการดี ๆ อย่างนี้ ในการพัฒนาภาคอีสาน
นายไพบูลย์กล่าวว่า “เป็นโครงการอีสานประชารัฐ และจะมาชนะแลนด์สไลด์”