เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ส่องภูมิทัศน์ใหม่ “วัดเจดีย์หลวง” นับถอยหลัง 16 วัน พิสูจน์ “มรดกโลกที่มีชีวิต”
เศรษฐกิจภูมิภาค ส่องภูมิทัศน์ใหม่ “วัดเจดีย์หลวง” นับถอยหลัง 16 วัน พิสูจน์ “มรดกโลกที่มีชีวิต”
“ซาบีดา” ดันตั้งสภาชาติพันธุ์ ก.ย. นี้ จ่อคลอดแผนแม่บท 5 ปี
Politics “ซาบีดา” ดันตั้งสภาชาติพันธุ์ ก.ย. นี้ จ่อคลอดแผนแม่บท 5 ปี
อิหร่านชี้ MOU จบสิ้นแล้ว ปรามสายแข็งจวกการทูต-สงครามขยายวงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน
World อิหร่านชี้ MOU จบสิ้นแล้ว ปรามสายแข็งจวกการทูต-สงครามขยายวงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน
‘ศุภชัย‘ หนุน ‘อนุทิน’ โรดโชว์แดนมังกร แนะสร้างความไว้ใจ กุญแจสำคัญดึงทุนยักษ์จีน
Economic ‘ศุภชัย‘ หนุน ‘อนุทิน’ โรดโชว์แดนมังกร แนะสร้างความไว้ใจ กุญแจสำคัญดึงทุนยักษ์จีน
‘บังโต’ กุมบังเหียน ‘เนื้อแท้’ รุกแตกไลน์ธุรกิจท่องเที่ยว
Business ‘บังโต’ กุมบังเหียน ‘เนื้อแท้’ รุกแตกไลน์ธุรกิจท่องเที่ยว
คนหลุด บัตรคนจน ยื่นอุทธรณ์แล้ว 2.76 ล้านราย คลังยันคืนสิทธิหากอุทธรณ์ผ่าน
Finance คนหลุด บัตรคนจน ยื่นอุทธรณ์แล้ว 2.76 ล้านราย คลังยันคืนสิทธิหากอุทธรณ์ผ่าน
อัปเดต “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 34 คน บาดเจ็บ 70 คน
News อัปเดต “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 34 คน บาดเจ็บ 70 คน
9 ปี ‘ไฮสปีดไทย-จีน’ สร้างคืบหน้า 55% เร่งให้เสร็จ ปี’74
Real Estate 9 ปี ‘ไฮสปีดไทย-จีน’ สร้างคืบหน้า 55% เร่งให้เสร็จ ปี’74
TDRI เตือนไทยเสี่ยงเสียแชมป์ส่งออกมัน
Economic TDRI เตือนไทยเสี่ยงเสียแชมป์ส่งออกมัน
ซีอีโอโซนี่ย้ำสายใยมนุษย์​สำคัญกว่า AI
Business ซีอีโอโซนี่ย้ำสายใยมนุษย์​สำคัญกว่า AI
ดูทั้งหมด

พรรคใหญ่ชิง 60 ส.ส.ภาคใต้ “นิพิฏฐ์” วิเคราะห์เบื้องหลังกระแส กระสุน

07 พ.ค. 2566 | 12:40น.
นิพิฏฐ์
คอลัมน์ : Politics policy people forum
ผู้เขียน : ปิยะ สารสุวรรณ

สนามเลือกตั้งภาคใต้กลายเป็น “ตำบลกระสุนตก” ของทุกพรรคการเมือง เพราะมีเก้าอี้ ส.ส.ให้ชิงชัยกันกว่า 60 ที่นั่ง อยู่ที่ว่าใครจะ “เข้าเป้า” มากกว่ากัน

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” 1 ใน 3 คีย์แมน ทีมปฏิบัติการเชิงรุก-รับผิดชอบเชิงพื้นที่ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ วิเคราะห์คู่แข่ง-คู่แค้น หลังม่านเวทีปราศรัยปักษ์ใต้ที่พรรคการเมืองทุกขั้วลงไปตะลุมบอนในพื้นที่ที่ไม่มีเจ้าของพื้นที่ผูกขาดอีกต่อไป

ขีดเส้น ส.ส.เขต 3 หมื่นแต้ม

“นิพิฏฐ์” เริ่มแหวกม่าน-ประเมินศักยภาพพรรคต้นสังกัดว่า กระแสพรรคพลังประชารัฐยังสู้พรรคบางพรรคไม่ได้ แต่ว่าตัวบุคคล เรามีคุณสมบัติ ประวัติ การใกล้ชิดกับประชาชนของผู้สมัครในหลายเขตดีกว่าผู้สมัครหลายพรรค

ประจวบกับระบบการเลือกตั้งครั้งนี้ เปลี่ยนมาเป็นบัตรสองใบ เป็นบัตรพรรคกับบัตรเขต ประชาชนสามารถเลือกได้ 2 ใบ เราชอบพรรคไหน เราก็เลือกพรรคนั้นได้ แต่ตัวผู้สมัคร ถ้าผู้สมัครในอีกพรรคหนึ่งมีคุณสมบัติ มีความเหมาะสมมากกว่า

“เขารักมากกว่า เขาไม่จำเป็นต้องเลือกผู้สมัคร ส.ส.เขตพรรคที่เขาชอบ เขาอาจมาเลือกผู้สมัคร ส.ส.เขตที่เขาชอบ เขามีสิทธิที่จะเลือกแตกต่างจากบัตรพรรคได้ ไม่จำเป็นต้องเลือกเหมือนกันทั้งสองใบ แตกต่างจากการเลือกตั้งปี’62 เลือกได้บัตรใบเดียว”

“ผมคิดว่าตัวเขตของพรรคพลังประชารัฐในหลายพื้นที่แข็งกว่าพรรคอื่น เราก็มีโอกาสที่จะสู้”

“นิพิฎฐ์” วิเคราะห์ภาพรวมการต่อสู้ในภาคใต้ทั้ง 60 เขต ในขณะนี้ “ยังฟันธงไม่ได้” ว่า พรรคไหนจะได้ ส.ส.เขตมากกว่ากัน และสนามเลือกตั้งปักษ์ใต้เป็น “คนกันเองสู้กันเอง”

“ผมเชื่อว่าขณะนี้เกือบทุกพรรค ผู้สมัครทิ้งพรรค เพื่อจะเอาตัวรอดในเขตเลือกตั้ง เพราะประชาชนมีความรู้สึกว่า พรรคการเมืองในขณะนี้เหมือนกันหมด ไม่ได้แตกต่างเหมือนในอดีต”

“พรรคการเมืองเองก็ดูเหมือนจะมีความคิดไปในทางนั้น ทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้สมัคร ส.ส.เขตชนะ การหาเสียงในระบบพรรคจึงน้อยลง เพราะ บัตรพรรคต้องได้คะแนน 3.5 แสนคะแนนถึงจะได้ ส.ส. 1 คน แต่บัตรเขตได้คะแนน 3 หมื่นต้น ๆ ก็ผ่านแล้ว หรือคะแนน 2 หมื่นปลาย ๆ ก็ชนะแล้ว จึงแข่งกันดุเดือด แพ้ชนะกันไม่เยอะ ต้องถ่ายรูป ตัดสินกันที่ภาพถ่าย”

อย่างไรก็ตามภาพความ “ย้อนแย้ง” ที่ว่า เกือบทุกพรรค “ผู้สมัครทิ้งพรรค” แต่ทำไมจึงเห็นพรรครวมไทยสร้างชาติยังคงเล่นกับกระแส “พรรคลุงตู่”

“นิพิฏฐ์” อธิบายว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับลุงตู่โดยเฉพาะ หรือ อยู่กับ “บัตรพรรค” แต่คะแนนไม่ได้ไปอยู่กับผู้สมัคร ส.ส.เขต

กระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ยังขายได้ แต่ไม่บูมเหมือนคราวที่แล้ว ไม่อย่างนั้นพรรคบางพรรคที่คิดว่ากระแสจะมาก็มาอย่างเพื่อไทยและก้าวไกล

ส่วนกระแส พล.อ.ประยุทธ์จะลดลงจากเดิมเมื่อการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ที่เคยได้ 3 ล้านเสียง ลดลงเท่าไหร่นั้น เขา “ยังประเมินไม่ได้”

“อย่าลืมว่าการเลือกตั้งคราวที่แล้ว ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง พลังประชารัฐก็มี แต่เวลานี้พรรครวมไทยสร้างชาติหาทำยายาก”

การเลือกตั้งปี’62 กระแส “ความสงบจบที่ลุงตู่” ทำให้ “พรรคพี่” กวาดเก้าอี้ ส.ส.ภาคใต้ได้ถึง 14 ที่นั่ง แต่ปัจจุบัน ส.ส.ปักษ์ใต้ถูก “ผ่าครึ่ง” ปักหลักอยู่เพียง 8 ชีวิต ที่เหลือตามไปอยู่ “พรรคน้อง” รวมไทยสร้างชาติ

“นิพิฎฐ์” แม้จะไม่ได้เป็นแม่ทัพคุมศึกภาคใต้ทั้งหมด แต่ด้วยประสบการณ์ที่เคยเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับผิดชอบภาคใต้ ผ่านการเลือกตั้งปักษ์ใต้มาแล้ว 3 คำรบ ปักธง การเลือกตั้ง 66 พรรคพลังประชารัฐจะได้ ส.ส.ภาคใต้ “ไม่ต่ำกว่าเดิม”

ระบบจัดตั้งดีกว่าเข้าป้าย

เมื่อพรรคการเมืองในขั้วเดียวกัน โดยเฉพาะ “พรรคขั้วรัฐบาลปัจจุบัน” ไม่แตกต่างกันมาก “นิพิฏฐ์” ชี้ว่า ตัวที่จะเป็น “ปัจจัยชี้ขาด” ในการเลือกตั้ง ส.ส.เขต คือ “การจัดตั้ง”

“การจัดตั้งจะเป็นตัวชี้ขาด 100% ใครจัดตั้งได้ดีกว่า ใครมีกำลังสนับสนุน กำลังจัดตั้งที่ดีกว่า เข้าป้าย มีโอกาสที่จะเข้าวิน ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยหรือก้าวไกลจะมีคะแนนนิยมมากขึ้น เขาทำกระแสได้ดีกว่า ใช้สื่อโซเชียลได้ดีกว่า ผมสังเกตได้จากการไปดีเบตในหลายครั้งในภาคใต้ จะมีกลุ่มผ้าสนับสนุนพรรคการเมืองบางพรรคเยอะมาก และก็ตามไปเยอะมาก

เป็นกระบวนการจัดการที่ดีกว่าพรรคเก่า ๆ พรรคเก่า ๆ มาชูป้าย 40-50 คน ส่วนพรรคบางพรรคที่ทำสื่อได้ดี จะมีคนหนุ่มสาวที่อยู่ในเมืองติดตามไปเวทีดีเบตเยอะกว่าพรรคเก่า ๆ มาก ซึ่งเป็นทั้งคนในพื้นที่ด้วยและคนที่ติดตามไปทุกพื้นที่ด้วย”

ระบบการจัดตั้งของ “พรรคหนุ่มสาว” แตกต่างจาก “พรรคเก่า-แก่” ที่ใช้ระบบ “หัวคะแนน” ในพื้นที่ เพราะ “พรรคเก่าจะมีการจัดตั้งคน กำหนดว่าต้องการคนจำนวนเท่าไหร่ 50 100 คน แกนนำก็ไปจัดมาตามนั้น แต่พรรครุ่นใหม่ ๆ จะส่งข่าวในสื่อโซเชียลกัน โดยคนที่มาไม่ได้จัดตั้ง ปรากฏการณ์นี้เป็นของใหม่ที่เราเริ่มเห็นแล้วว่าเกิดขึ้นจริง”

แต่ “นิพิฏฐ์” ไม่เชื่อว่า กระแสของคนรุ่นใหม่-พรรคคนหนุ่มสาว ยังไม่สามารถทะลุขึ้นมาทำให้ผู้สมัคร ส.ส.เขตชนะเลือกตั้งได้ แต่คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

หลังม่านกระแสลุงตู่

“นิพิฏฐ์” วิเคราะห์หลังม่าน “กระแสลุงตู่” ในการเลือกตั้ง 66 “ไม่ได้มากกว่าเดิม” แม้การลงพื้นที่ภาคใต้ของ พล.อ.ประยุทธ์ทุกครั้งจะมี “คนใต้” มาคอยต้อนรับอย่างล้นหลาม ว่า คือการ “จัดตั้ง”

“การจัดตั้งคนมันเหลื่อมกันหมด คนที่ไปต้อนรับรวมไทยสร้างชาติบางส่วนก็เคยไปต้อนรับพลังประชารัฐ ไปต้อนรับประชาธิปัตย์ ไปต้อนรับภูมิใจไทย ผสมกันอยู่ในนี้ ปนเปเป็นขนมจีนน้ำยา”

“ความจริงที่เราหนีไม่ได้ก็คือ การไปต้อนรับก็ดี การไปฟังการปราศรัยก็ดี ต่างจากในอดีต เมื่อก่อนไม่ต้องจัดตั้งอะไรมาก คนจะมาเอง แต่เดี๋ยวนี้ต้องมีการจัดตั้ง การจัดตั้งหน้าเวทีขณะนี้ตัดสินแพ้-ชนะไม่ได้เลย”

“เลือกตั้งปักษ์ใต้เมื่อก่อน เราวัดแพ้-ชนะกันตรงจำนวนคนหน้าเวทีปราศรัย สมัยผมแข่งกับพี่วีระ มุสิกพงศ์ 2-3 ครั้ง อาจจะปราศรัยใกล้ ๆ กันในตำบลใกล้เคียงกัน เรารู้เลย ถ้าเวทีเราคนฟังปราศรัยเยอะกว่า เราชนะ”

“ในอดีตเหมือนแข่งหนังตะลุง แข่งมโนราห์ ดูคนหน้าโรง การเมืองก็เหมือนกัน ดูคนหน้าเวทีปราศรัย เวทีไหนคนเยอะกว่า ชัวร์ 100% พรรคนั้นชนะ แต่ปัจจุบันตัดสินจากจำนวนคนหน้าเวทีปราศรัยการเมืองไม่ได้เลย”

“นิพิฏฐ์” ย้ำว่า “เพราะมีการจัดตั้งและมีอะไรที่เหนือการจัดตั้งธรรมดาเพื่อจูงใจคนให้มาฟังด้วย”

เมื่อจำนวนคนมาฟังการปราศรัยหน้าเวที-คลื่นมนุษย์ที่มาคอยต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถเป็นตัวชี้วัดชัยชนะในวันเลือกตั้งได้ ปัจจัยของโหวตเตอร์ 4 วินาทีสุดท้าย ก่อนหย่อนบัตรลงหีบเลือกตั้ง จึงเป็น “การจัดตั้งที่ดี”

ประชาธิปัตย์ “เท่าทุน”

อดีตรองหัวหน้าพรรค-แม่ทัพภาคใต้ประชาธิปัตย์ ประเมิน “พรรคเก่า” ว่า จะไม่ได้มากกว่าเดิม เพราะพื้นที่ที่แพ้ให้กับพรรคการเมืองอื่น ยังไม่สามารถทำให้เห็นชัดว่าจะสามารถกลับมาชนะได้”

“พรรคที่ยึดพื้นที่อยู่แล้วเหมือนจงอางหวงไข่ ปกป้องฐานที่มั่นอย่างยิ่ง ทำทุกวิถีทางที่จะไม่ให้แพ้ ขณะเดียวกันพยายามไปเพิ่มในพื้นที่อื่น กินแดนคนอื่น ขณะที่ประชาธิปัตย์พยายามกลับไปเอาพื้นที่คืนมาให้ได้ แต่ไม่ง่าย”

ส่วนใครคือภัยคุกคามของพรรคประชาธิปัตย์ตัวจริง เป็น “พรรคคู่แค้น” เดิมอย่างภูมิใจไทย หรือ “คนกันเอง” อย่างพรรครวมไทยสร้างชาติ “นิพิฏฐ์” บอกว่า ต้องวิเคราะห์กันเป็นรายเขต

“แล้วแต่เขต แม้ในจังหวัดเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าจะสู้กับพรรคนี้พรรคเดียว ในเขตนี้สู้กับพรรคนี้ ส่วนในเขตโน้นสู้กับพรรคโน้น”

เลือกพลังประชารัฐได้รัฐบาล

โค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 “นิพิฏฐ์” เชื่อว่า กระแส “เลือกความสงบจบที่ลุงตู่” ยังคงหลงเหลืออยู่จากการเลือกตั้ง 62 “แต่ไม่มากเหมือนเดิม”

ขณะที่เอฟเฟ็กต์จาก “พาทักษิณกลับบ้าน” จะมีผลต่อการตัดสินใจของโหวตเตอร์ที่ “สุดขั้ว” ก็จะเทมายังพรรครวมไทยสร้างชาติหรือพรรคพลังประชารัฐ เพราะมีแนวคิดใกล้เคียงกัน

“อาจจะมาเชียร์พรรคพลังประชารัฐหรือพรรครวมไทยสร้างชาติ ถ้าการต่อสู้เดินไปสู่การแบ่งขั้วเป็นสองขั้วมากขึ้นเท่าไหร่ คนก็จะแบ่งขั้วกันมาก”

“แต่การแบ่งขั้วก็ไม่ได้รุนแรงเหมือนในอดีต เห็นได้จากกระแสของเพื่อไทยและก้าวไกลเพิ่มขึ้น เป็นนัยยะว่า คนไม่ได้แบ่งขั้วแบบเด็ดขาด รุนแรงเหมือนในอดีต คนส่วนหนึ่งพร้อมที่จะข้ามฟาก ข้ามขั้ว”

“ก้าวข้ามความขัดแย้งยังใช้ได้ พลังประชารัฐใช้อยู่ ที่ผมใช้อยู่เยอะคือขอให้เลือกพรรครัฐบาล เพราะพรรคพลังประชารัฐยังไงก็ได้เป็นพรรครัฐบาล” นิพิฏฐ์บอกเคล็ดลับ-ท่าไม้ตายที่ใช้

ส่วนคะแนนปาร์ตี้ลิสต์-บัตรพรรคจะเทไปที่พรรคการเมืองใด “นิพิฏฐ์” ยัง “พูดยาก” ต้องรอจนถึง 2 วันสุดท้ายก่อนหย่อนบัตร เขาไม่เชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์ “แผ่นดินไหวทางการเมือง” จนคะแนนเทไปที่พรรครวมไทยสร้างชาติ

เหมือนเมื่อครั้งการเลือกตั้งปี’62 จนพรรคประชาธิปัตย์เกือบสูญพันธุ์