ธุรกิจจัดตั้งใหม่ พ.ค. 66 กว่า 7,437 ราย สูงสุดรอบ 10 ปี เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวฟื้น
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
“จุรินทร์” เผยยอดจดทะเบียนธุรกิจ พ.ค. 2566 กว่า 7,437 ราย มูลค่าทุนร่วม 28,000 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 10 ปี และ 5 เดือนเพิ่มขึ้น 17.90% เหตุเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวฟื้น ธุรกิจตั้งใหม่ 3 อันดับแรก “อสังหาฯ-ก่อสร้าง-ร้านอาหาร”
วันที่ 22 มิถุนายน 2566 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการจดทะเบียนธุรกิจ จัดตั้งใหม่เดือนพฤษภาคม 2566 พบว่ามีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศ จํานวน 7,437 ราย เพิ่มขึ้น 25.69% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยเป็นการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่สูงสุดในรอบ 10 ปี ของเดือนพฤษภาคม นับตั้งแต่พฤษภาคม 2557-2566 และสูงสุดในรอบ 10 ปี เป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน (ม.ค.-พ.ค. 66)
โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจํานวน 28,414.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97.91% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จํานวน 558 ราย คิดเป็น 7.50% รองลงมา คือ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จํานวน 480 ราย คิดเป็น 6.46% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จํานวน 369 ราย คิดเป็น 4.96% ตามลําดับ
ธุรกิจจัดตั้งใหม่แบ่งตามช่วงทุน ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจํานวน 4,934 ราย คิดเป็น 66.34% ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จํานวน 2,383 ราย คิดเป็น 32.04% ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท มีจํานวน 100 ราย คิดเป็น 1.35% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จํานวน 20 ราย คิดเป็น 0.27% ตามลําดับ
จํานวนธุรกิจเลิกประกอบกิจการ ประจําเดือนพฤษภาคม 2566 มีจํานวน 1,234 ราย เพิ่มขึ้น 11.98% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจํานวน 8,239.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 119.10% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จํานวน 136 ราย คิดเป็น 11.02% ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จํานวน 63 ราย คิดเป็น 5.11% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จํานวน 34 ราย คิดเป็น 2.75% ตามลําดับ
แบ่งตามช่วงทุน ได้แก่ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จํานวน 836 ราย คิดเป็น 67.75% ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จํานวน 342 ราย คิดเป็น 27.71% ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จํานวน 48 ราย คิดเป็น 3.89% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท มีจํานวน 8 ราย คิดเป็น 0.65% ตามลําดับ
5 เดือนประกอบธุรกิจสูงสุดใน 10 ปี
ขณะที่ภาพรวมการจัดตั้งธุรกิจในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2566 สูงสุดในรอบ 10 ปี โดยเพิ่มขึ้นถึง 17.90% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (ม.ค.-พ.ค. 65) ประเภทธุรกิจที่มีการจัดตั้งสูงสุดในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2566 ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ และภัตตาคาร/ร้านอาหาร โดยมีสัดส่วนคิดเป็น 7.57%, 7.33% และ 4.69% ตามลำดับ
นอกจากนี้ พบว่าธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวยังคงมาแรง ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2566 โดยมีสัดส่วนการจัดตั้งใหม่คิดเป็น 8.10% ของธุรกิจที่จัดตั้งใหม่ทั้งหมด และมีอัตราการจัดตั้งใหม่เพิ่มขึ้นถึง 96.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ม.ค.-พ.ค. 65) โดยเฉพาะธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นถึง 3.89 เท่า รองลงมาคือ ธุรกิจตัวแทนการเดินทาง เพิ่มขึ้น 2.81 เท่า ธุรกิจจัดนำเที่ยว เพิ่มขึ้น 2.25 เท่า ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร เพิ่มขึ้น 67.18% และธุรกิจ โรงแรม รีสอร์ต และห้องชุด เพิ่มขึ้น 49.14% ตามลำดับ
คาดว่าเป็นผลจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งสะท้อนผ่านดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าคาดการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 42,000-45,000 ราย และตลอดทั้งปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 75,000-78,000 ราย
ธุรกิจยังคงกิจการอยู่
ธุรกิจดําเนินกิจการอยู่ทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 พ.ค. 66) ธุรกิจที่ดําเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ จํานวน 876,953 ราย มูลค่าทุน 21.30 ล้านล้านบาท จําแนกเป็นบริษัทจํากัด จํานวน 672,424 ราย คิดเป็น 76.68% ห้างหุ้นส่วนจํากัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จํานวน 203,124 ราย คิดเป็น 23.16% และบริษัทมหาชนจํากัด จํานวน 1,405 ราย คิดเป็น 0.16% ตามลําดับ
และแบ่งตามช่วงทุน ธุรกิจส่วนใหญ่มีช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จํานวน 514,064 ราย คิดเป็น 58.62% รวมมูลค่าทุน 0.45 ล้านล้านบาท คิดเป็น 2.12% ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จํานวน 267,733 ราย คิดเป็น 30.53% รวมมูลค่าทุน 0.92 ล้านล้านบาท คิดเป็น 4.30% ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จํานวน 77,522 ราย คิดเป็น 8.84% รวมมูลค่าทุน 2.13 ล้านล้านบาท คิดเป็น 9.98% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จํานวน 17,634 ราย คิดเป็น 2.01% รวมมูลค่าทุน 17.81 ล้านล้านบาท คิดเป็น 83.60% ตามลําดับ
5 เดือนต่างชาติทำธุรกิจไทย 274 ราย
นอกจากนี้ เดือนพฤษภาคม 2566 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น มีจำนวน 57 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ จำนวน 18 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ จำนวน 39 ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 6,690 ล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนเมษายน 2566 จำนวนธุรกิจที่คนต่างชาติเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น 33% (เพิ่มขึ้น 14 ราย) ในขณะที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 18% (1,036 ล้านบาท)
นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จำนวน 14 ราย เงินลงทุน 731 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ สิงคโปร์ จำนวน 11 ราย เงินลงทุน 1,502 ล้านบาท และญี่ปุ่น จำนวน 8 ราย เงินลงทุน 1,849 ล้านบาท ตามลำดับ
เดือนมกราคม-พฤษภาคม 2566 คนต่างชาติได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ จำนวน 274 ราย มีเงิน
ลงทุนทั้งสิ้น 45,392 ล้านบาท
